เนชั่นทีวี

Business thai

'หอการค้า' เปิดเวทีดีเบตนโยบายศก. 9 พรรคการเมือง

03 พ.ค. 2566 | kwanprasert_sri

'หอการค้า' เปิดเวทีดีเบตนโยบายศก. 9 พรรคการเมือง

สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเวทีดีเบตโค้งสุดท้าย เจาะลึก...นโยบายเศรษฐกิจ 9 พรรคการเมือง พร้อมเปิดผลสำรวจนโยบายเศรษฐกิจ ที่ประชาชนอยากเห็น และนโยบายเศรษฐกิจที่แต่ละพรรคจะทำทันทีหากได้เป็นรัฐบาล

อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ม.หอการค้าไทย ธนวรรธน์ พลวิชัย เผยผลสำรวจความคิดเห็นของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง ส.ส. 2566 เรื่องความคาดหวังเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของพรรคการเมือง จากการสุ่มตัวอย่าง 2,000 ตัวอย่างทั่วประเทศ พบว่า นโยบายที่ต้องการให้รัฐบาลชุดใหม่ดำเนินการอย่างเร่งด่วน 3 อันดับแรก คือ 1. ลดค่าครองชีพของประชาชนให้อยู่ในระดับเหมาะสม 2.เพิ่มเติมสวัสดิการในด้านต่างๆให้กับประชาชน โดยเฉพาะสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลและเบี้ยผู้สูงอายุ 3.เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ และพัฒนาทักษฝีมือแรงงาน ส่วนนโยบายที่รองลงมา เช่น แก้ไขปัญหาความยากจน-ปัญหาหนี้สิน และลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย สร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการ เป็นต้น

'หอการค้า' เปิดเวทีดีเบตนโยบายศก. 9 พรรคการเมือง

ที่ปรึกษาคณะกรรมการเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ศุภวุฒิ สายเชื้อ ระบุ การส่งออกสินค้าและบริการของประเทศไทยคิดเป็นสัดส่วนต่อจีดีพีเท่ากับ 58% ขณะที่ทั่วโลกสัดส่วนอยู่ที่ 29% ดังนั้นไทยพึ่งความต้องการจากต่างประเทศมาก ต้องหาทางจัดการหารายได้จากส่วนนั้น

ดังนั้น ต้องดูแลประชาชนให้พร้อมเผชิญปัญหาในอนาคต ต้องมองไปนอกประเทศ เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจเข้าสู่ภาวะถดถอย เศรษฐกิจชะลอ ซึ่งจะส่งผลกระทบกับการส่งออกของไทย จึงจำเป็นต้องกระตุ้นความต้องการภายในประเทศ รวมทั้งการเข้าถึงแหล่งเงินทุนให้เอสเอ็มอี

รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ฝ่ายนโยบาย ศิริกัญญา ตันสกุล ระบุว่า พรรคมีนโยบายที่จะเพิ่มรายได้ให้ประชาชนที่ทำได้ทันทีโดยการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำเป็น 450 บาท ขึ้นอัตโนมัติทุกปีตามการเติบโตของเศรษฐกิจ ผ่านกระบวนการของคณะกรรมการไตรภาคี รวมทั้งปรับโครงสร้างค่าไฟฟ้าให้เป็นธรรมมากขึ้น ปรับสูตรค่าไฟลดค่าได้ 70 สตางค์ และนโยบายรัฐสวัสดิการตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต ซึ่งนโยบายสวัสดิการเหล่านี้ต้องใช้เงินค่อนข้างมาก จึงต้องปรับปรุงงบประมาณให้มีประสิทธิภาพ ลดโครงการที่ไม่จำเป็น การจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใส รวมทั้งปรับปรุงประสิทธิภาพในการจัดเก็บภาษี จากปัจจุบันที่มีช่องโหว่ที่ทำให้ไม่สามารถจัดเก็บได้ตามเป้าหมาย

ประธานคณะกรรมการจัดทำนโยบาย พรรคพลังประชารัฐ อุตตม สาวนายน ระบุ 3 โจทย์หลักที่รัฐบาลใหม่ต้องทำคือต้องสร้างโอกาสให้หารายได้เพิ่มขึ้น ถัดมาคือการช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพ โดยเฉพาะคนตัวเล็ก เอสเอ็มอี และอนาคตต้องวางรากฐานของการพัฒนาประเทศที่ยั่งยืนเท่าเทียมในทุกกลุ่ม

 

รองหัวหน้าพรรค และหัวหน้าทีมเศรษฐกิจพรรคไทยสร้างไทย สุพันธุ์ มงคลสุธี ระบุ การเแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงในปัจจุบัน พรรคมีนโยบายที่จะช่วยผู้ประกอบการที่ติดเครดิตบูโร ที่ได้รับผลกระทบจากช่วงวิกฤตโควิด 3 ปี ปัจจุบันกว่า 3 ล้านคน มีหนี้ กว่า 4 แสนล้านบาท ต้องนำคนกลุ่มนี้เข้ามาสู่ระบบการทำมาหากินให้ได้ โดยมีงบประมาณช่วยจ่ายดอกเบี้ยให้หลุดจากเครดิตบูโร 2-3 หมื่นล้าน ให้คนกลุ่มนี้มีกำลังกลับมาจ้างงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจต่อไป รวมถึงต้องจัดการหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง

ข่าวล่าสุด