สำหรับกรณีที่ "พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา" นายกฯ จะขออนุญาต กกต. เพื่ออนุมัติงบประมาณแก้ปัญหาค่าไฟแพง ซึ่งอยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งนั้น เป็นเรื่องของความสง่างามในการทำหน้าที่ เพราะเป็นรัฐบาลมานานแล้ว แต่ประชาชนเดือดร้อนเรื่อง ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าพลังงาน แพงมานานแล้ว และเชื่อว่าประชาชนตัดสินใจได้ว่าอะไรเหมาะสม อะไรไม่เหมาะสม ไม่อยากไปวิพากษ์วิจารณ์นโยบาย หรือวิธีการทำงานของใคร
"ผมไม่ได้ขัดแย้งกับพล.อ.ประยุทธ์ เพราะมีจุดยืนต้องการขจัดความยากจนให้ประชาชน ส่วนจะมีผลต่อคะแนนเสียงหรือไม่ ประชาชนตัดสินใจได้ เพราะไม่ได้ดูแค่นโยบายระยะสั้น แต่ต้องดูนโยบายระยะยาวว่าลูกหลานจะอยู่ได้ด้วยนโยบายของใคร ซึ่งในส่วนของเพื่อไทยมั่นใจในนโยบายด้านเศรษฐกิจ และสังคม" นายเศรษฐา กล่าว
ส่วนพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคพลังประชารัฐ และมี "นายสันติ พร้อมพัฒน์" เลขาธิการพรรค เป็นเจ้าของพื้นที่ จะสามารถชิงพื้นที่กลับมาได้หรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐ เป็นรัฐบาลมา 4 ปีแล้ว แต่เหตุใดประชาชนยังเดือดร้อนอยู่ ซึ่งประชาชนเองก็ชัดเจนว่าไม่มีความสุข ดังนั้น ถ้าไม่มีความสุขก็ถึงเวลาเข้าคูหากาเพื่อไทย ซึ่งมั่นใจว่าพรรคเดินมาถูกทาง ในการแก้ปัญหาให้ประชาชน