เขตนี้เมื่อ “นายยุคล” อดีต ส.ส.หลายสมัย ย้ายกลับจาก “พรรคพลังประชารัฐ” มาสังกัด “พรรคประชาธิปัตย์” ทำให้ “นายยุคล” มีคะแนนไล่จี้นายจารึกอีกครั้ง เพราะเป็นการประสานกันระหว่างคะแนนพรรคกับคะแนนส่วนตัวในพื้นที่
ส่วน “นายจารึก” เลือกตั้งรอบที่แล้วต้องยอมรับว่า ชนะมาจากฐานคะแนนของ “พรรคก้าวไกล” ไม่ได้ชนะเพราะฐานคะแนนส่วนตัว แต่รอบนี้กระแส “พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา” ที่ยังมาแรง ทำให้คอการเมืองในพื้นที่ยังให้ “นายจารึก” มีคะแนนนำ “นายยุคล” แต่ไม่ห่างมากนัก
เขตเลือกตั้งที่ 2 การประเมินรอบแรกให้ “นายจารึก” จาก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” นำมาแบบไม่ห่างมากนัก โดยมี “นายยุคล” ไล่จี้ทำคะแนนตามมากติดๆ แต่ทั้งนี้ทั้งคู่ต้องห้ามลืมเหลียวไปมอง “พรรคก้าวไกล” เด็ดขาด เพราะคะแนนพรรคนี้จะปรากฏให้เห็นในวันลงคะแนนเท่านั้น
จันทบุรี เขต 3
เขตเลือกตั้งที่ 3 เป็นเขตที่ “นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน” จาก “พรรคอนาคตใหม่” ชนะ “นายแสนคม อนามพงษ์” จาก “พรรคพลังประชารัฐ” ขาดกว่า 5 พันคะแนน
การเลือกตั้งครั้งนี้ “นางสาวญาณธิชา” ยังคงลงสมัครในนาม “พรรคก้าวไกล” แต่ “นายแสนคม” ย้ายไปสังกัด “พรรคเพื่อไทย” และคนอื่นประกอบด้วย “นางวิสสุตา เวชชาชีวะ” ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย , “นายชรัตน์ เนรัญชร” ผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐ , “เรือตรี เสกสรรค์ ทองศรี” ผู้สมัครพรรคเสรีรวมไทย “นายประพันธ์ จึงสกุลวัฒนา” ผู้สมัครพรรครวมไทยสร้างชาติ , “นางสาวเสาวลักษณ์ ตันฉาย” ผู้สมัครพรรคไทยภักดี และ “นายเชิดสกุล พลารักษ์” ผู้สมัคร “พรรคประชาธิปัตย์”
ในเขตนี้ “พรรคก้าวไกล” ได้กระแสในพื้นที่ ซึ่งมีคนยอมรับ และมีผลงานที่น่าจะแซงทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะฐานเสียงจากคนรุ่นใหม่ ที่จะทำให้ “นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน” มาแรงแซงทุกโค้ง เขตนี้ “นางสาวญาณธิชา” จากพรรคก้าวไกลยังนำห่าง
สรุป ความน่าจะเป็น ในการเลือกตั้ง โค้งแรก "ผู้ได้เป็น "ส.ส.จันทบุรี"
เขต 1 "นายเฉลิมพล ศักดิ์คำ” จาก "พรรคพลังประชารัฐ"
เขต 2 “นายจารึก ศรีอ่อน” จาก "พรรครวมไทยสร้างชาติ"
เขต 3 “นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน” จาก "พรรคก้าวไกล"