โดยในระยะสั้นจะมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มสภาพคล่องแก้ข้อจำกัดเงินทุนหมุนเวียน โดยแบ่งเป็นระดับฐานราก ด้วยการจัดตั้งธนาคารหมู่บ้านและชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาท ตามพ.ร.บ.สถาบันการเงินประชาชน พ.ศ.2562 วงเงิน 1.8 แสนล้านบาท ส่วนระดับกลาง จะปลดล็อกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ให้ข้าราชการในวงเงิน 1 แสนล้านบาท และปลดล็อกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงานบริษัทในวงเงิน 2 แสนล้านบาท สามารถนำเงินกองทุนทั้งสองรวม 300,000 ล้านบาท ไปซื้อบ้านหรือลดหนี้ที่อยู่อาศัย ส่วนในระดับ SME เพิ่มทุน SME และ START UP วงเงิน 3 แสนล้านบาท ให้ธุรกิจมีเงินใหม่เพื่อการลงทุน หากพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้ามาเป็นแกนนำรัฐบาล จะเริ่มทำทันทีภายใน 3 เดือน
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการระยะยาว ที่จะปรับโครงสร้างและปลดล็อกข้อจำกัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสามารถในการผลิต โดยแบ่งเป็น
- เรื่องของที่ดิน ออกโฉนด 1 ล้านแปลง ให้สิทธิทำกินในที่ดินรัฐ อุดหนุนเงิน 3 ล้านบาทสำหรับการรวมแปลงที่ดินใหญ่
- เรื่องประมง ผ่อนคลายมาตรการ IUU
- เรื่องแรงงานให้เรียนฟรีถึงป.ตรี ในสาขาที่ตลาดต้องการ
- เรื่องเทคโนโลยี อินเตอร์เน็ต 1 ล้านจุด ในส่วนมาตรการที่เหลืออีก 6
- เรื่องลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้ คือ
1.ประกันรายได้สินค้าเกษตรหลัก 5 ตัว
2.ชาวนารับ 30,000 บาท จากที่ดิน ไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่
3.ประมงพื้นบ้านกลุ่มละ 100,000 บาท
4.ด้านปศุสัตว์ผู้เลี้ยงโคนมจะได้ประโยชน์จากเรื่องนมโรงเรียน 365 วัน
5.ชมรมผู้สูงอายุ 30,000 บาทต่อปี
6.บัตรประชาชนใบเดียวรักษาพยาลและการตรวจโรคฟรี ซึ่งรวมแล้วคาดว่าจะใช้เงิน 2.2 แสนล้านบาท