สำหรับเส้นทางการเมือง “ชัยเกษม นิติสิริ”
๐ เติบโตมาจากสายงานที่ปรึกษากฎหมาย เชี่ยวชาญด้านการตรวจร่างสัญญา
๐ ตลอดระยะเวลา 2 ปี ในตำแหน่ง อสส. (อัยการสูงสุด) มีคดีที่ คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำความผิดที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส. - คณะกรรมการที่ตั้งขึ้นหลังการรัฐประหารปี 2549) สรุปสำนวนชี้มูลความผิดตัว นายทักษิณ ชินวัตร และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในรัฐบาลพรรคไทยรักไทยหลายคดี
๐ แต่เมื่อสำนวนถึงขั้นตอนการสั่งคดีของอัยการ ส่วนใหญ่จะมีความเห็นว่า “สำนวนไม่สมบูรณ์ ครบถ้วน” จนต้องมีการตั้งคณะทำงานร่วมกันระหว่าง คตส.และอัยการ หลายคดี อาทิ
1.คดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน อัยการอ้างเหตุผลสำนวนไม่สมบูรณ์ จนต้องตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างอัยการ กับ ป.ป.ช. สุดท้ายจึงสั่งฟ้อง
2.คดีแปลงสัมปทานโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต สภาพการณ์คล้ายคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน
3.คดีโครงการออกสลากพิเศษ 2 ตัว 3 ตัว (หวยบนดิน) อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง ต่อมา คตส.-ป.ป.ช. แต่งทนายยื่นฟ้องเอง
ท้ายที่สุด คดีเหล่านี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พิพากษาว่านายทักษิณ หรืออดีตรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง มีความผิดทั้งสิ้น
จากท่าทีและผลการชี้ขาดสำนวนคดี ทำให้ "ชัยเกษม" เคยถูกครหาว่า "เป็นคนในระบอบทักษิณ" แต่เจ้าตัวปฏิเสธว่า "ไม่เคยรับงานใคร"
หากจะกล่าวอย่างเป็นธรรม ไม่เกี่ยวกับเนื้อคดี ก็อาจกล่าวได้ว่า คุณชัยเกษม อาจจะไม่เห็นด้วยกับการใช้ “กลไกพิเศษ” ดำเนินคดีกับนายทักษิณและพวก
ฝั่ง คสช. และฝ่ายที่เรียกร้องให้ตรวจสอบ “ระบอบทักษิณ” ก็อ้างเช่นกันว่า หากใช้กลไกปกติ ไม่มีทางเอาผิดได้ และยังยืนยันว่า กระบวนการทำงานของ คตส. ให้ความเป็นธรรมกับนายทักษิณและพวกอย่างเต็มที่ทุกขั้นตอน
อาจจะด้วยเหตุนี้ที่กลายเป็น “แรงดึงดูด” ให้"ชัยเกษม" เข้าไปร่วมงานกับพรรคเพื่อไทย (พรรคใหม่ของไทยรักไทย และพลังประชาชน) หลังจากเกษียณอายุราชการ
๐ ร่วมรัฐบาล ... ต่างตอบแทน? ๐
ปี 2554-2555 "ชัยเกษม"ได้รับตำแหน่งในรัฐบาล นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หลายตำแหน่ง เช่น ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คณะกรรมการคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จนมีการวิจารณ์ว่ารัฐบาลยิ่งลักษณ์ ตอบแทนตำแหน่งให้ เนื่องจากผลงานในสมัยที่คุณชัยเกษมเป็นอัยการสูงสุด
ปี 2556-2557 (ปลายสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์) ได้รับแต่งตั้งเป็น รมว.ยุติธรรม
นอกจากนั้น "ชัยเกษม" ยังได้ความไว้วางใจจากรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ( ซึ่งแน่นอนว่าต้องรวมถึง "คนแดนไกล" ด้วย) ให้หน้าที่หัวหน้าคณะฝ่ายรัฐบาล ในการร่วมเจรจาหาทางออกวิกฤติการณ์ทางการเมือง เมื่อวันที่ 22 พ.ค
ทว่าปี 2557 ในการเจรจาครั้งนั้นไม่สามารถตกลงกันได้ โดย "ชัยเกษม" ยืนยันว่า "คณะรัฐมนตรีรักษาการ"(รัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งตอนนั้นพ้นจากตำแหน่งแล้ว) จะไม่ลาออกจากตำแหน่ง
ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตัดสินใจยึดอำนาจการปกครองประะเทศในเย็นวันเดียวกัน
๐ ย้อนประวัติศาสตร์เหตุการณ์การเมือง ๐
ในช่วงนั้น 9 ธ.ค.2556 "ยิ่งลักษณ์" พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยการยุบสภาผู้แทนราษฎร สถานะเป็นรัฐบาลรักษาการ เดินหน้าสู่การเลือกตั้ง
นอกสภา ม็อบ กปปส.ก่อตัวมาก่อนหน้านั้นแล้ว เพิ่มความเข้มข้นในการชุมนุมขับไล่รัฐบาล เรียกร้องให้ลาออก ไม่เลือกตั้ง และให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่คุณยิ่งลักษณ์ไม่ลาออกจากรักษาการ
เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 ได้มีการจัดให้มีการเลือกตั้งทั่วไป แต่ถูก กปปส.ขัดขวาง ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ
แต่ "ยิ่งลักษณ์" ยังรักษาการต่อไป
กระทั่ง 7 พ.ค.2557 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ "ยิ่งลักษณ์" พ้นจากการรักษาการ เนื่องจากการย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี จากตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ
(ศาลมองว่าเป็นการย้ายโดยมิชอบ และวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน...
1.ย้าย "ถวิล เปลี่ยนศรี" (ปัจจุบันเป็น ส.ว.) เพื่อเปิดทางให้สามารถสไลด์ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี จาก ผบ.ตร. มาเป็นเลขาธิการ สมช.ได้ (เพราะการเด้ง ผบ.ตร.ทำไม่ได้ กฎหมายตำรวจห้ามไว้ จึงต้องเปิดตำแหน่งใหม่ และเจรจาให้เจ้าตัวยินยอม จึงจะย้ายได้)
2.เมื่อ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ยอมย้ายไปเป็นเลขาธิการ สมช. (จากตำรวจคนแรกในประวัติศาสตร์ สมช.) ก็จะเท่ากับเป็นการเปิดตำแหน่ง ผบ.ตร.ให้ว่าง
3.ขยับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ พี่ชายของคุณหญิงพจมาน (หรือพี่ชายของพี่สะใภ้) ขึ้นเป็น ผบ.ตร. อ้างคืนความเป็นธรรม เพราะในรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไม่ได้รับการแต่งตั้ง ถือเป็นการย้าย 2 คน 2 ตำแหน่ง เพื่อให้ญาติของตนได้เป็น ผบ.ตร.)
๐ เมื่อยิ่งลักษณ์ พ้นจากรักษาการนายกฯ พรรคเพื่อไทย ก็ยังไม่ยอมลาออก แต่ส่ง นิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล จากรักษาการรองนายกฯ ขึ้นมาเป็นรักษาการนายกฯแทน (เป็นการช่วงชิงแก้เกมกันในทางกฎหมายอย่างถึงพริกถึงขิง)
ระหว่างนั้นมีความพยายามของฝ่ายกองทัพ จัดประชุมเจรจาหาทางออกให้กับประเทศหลายครั้ง แต่ตกลงกันไมได้ การเจรจานัดสุดท้าย “ชัยเกษม” เป็นตัวแทน และเป็นหัวหน้าคณะฝั่งรัฐบาลรักษาการ กระทั่งถูกยึดอำนาจ
ปี 2562 "ชัยเกษม" สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.ในระบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์) สังกัดพรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 3 แต่ไม่ได้รับเลือกตั้ง เนื่องจากพรรคเพื่อไทยมี ส.ส.เขตมากกว่าจำนวน ส.ส.พึงมี (โอเวอร์แฮงก์) นอกจากนั้น "ชัยเกษม" ยังได้เป็นแคนดิเดตนายกฯของพรรคเพื่อไทยเมื่อปี 62 ร่วมกับ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ และ "ชัชชาติ สิทธิพันธุ์" ด้วย
ตามคาดเพื่อไทยในปี 2566 "ชัยเกษม" ได้รับการเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย และมีชื่อในบัญชีผู้สมัคร ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ ลำดับที่ 10 ด้วย