ปี 62
- ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 51,239,638 คน
- บัตรดี 35,532,645 ใบ คิดเป็น 69.3 % ของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง
ปี 66
- ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (คนไทย) 52,322,824 คน
- เทียบเคียงเปอร์เซนต์ของบัตรดีเมื่อปี 62 (69.3%) จะมีคะแนนที่นำไปคิดปาร์ตี้ลิสต์ทั้งหมด 36,259,717
แปลว่า จำนวนคะแนนต่อส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ อยู่ที่ประมาณ 360,000 คะแนน
หมายเหตุ : ถ้าบัตรดีมากกว่านี้ จำนวนคะแนนต่อ ส.ส. 1 คน ก็มากตามไปด้วย
เช่น คะแนนบัตรดี 40,000,000 คะแนน = ส.ส. 1 คน ต้องมีคะแนน 400,000 คะแนน หรือ (ล้านละ 2 คนครึ่ง หรือ 2 ล้านคะแนน เพิ่งได้ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 5 คน นั่นเอง)
แต่ท่ามกลางข่าวฝุ่นตลบ ก็มีข่าวเชิงปลอบใจออกมาด้วยเหมือนกัน
***วงในรวมไทยสร้างชาติบอกว่า ลำดับ 2 กับ 4 คือ สุพัฒนพงษ์ กับ หม่อมหลวง ชโยทิต เป็นการวางตัวตามยุทธศาสตร์พรรค เพื่อโชว์ “ทีมเศรษฐกิจ” โดยทั้งสองท่านนี้ ว่ากันว่าไม่ได้อยากเป็น ส.ส. ฉะนั้นหลังเลือกตั้ง กกต.รับรองผลแล้ว จะลาออกให้ทันที ก็จะทำให้คนที่อยู่ลำดับถัดไป เลื่อนขึ้น 2 อันดับ
เช่น “เสี่ยเฮ้ง” ก็จะอยู่ลำดับ 3 ตามที่มีข่าวทีแรก “ดร.แด๊ก” ก็จะขยับมาเป็นเลขตัวเดียว เป็นต้น
จากลำดับปาร์ตี้ลิสต์ที่ออกมา ทำให้เกิดคำถามว่า “บิ๊กตู่” คุมอำนาจภายในพรรคได้เบ็ดเสร็จจริงหรือไม่ หรืออำนาจที่แท้จริงอยู่ที่กลุ่ม “ท่านพี - ท่านขิง” และอดีตคน ปชป.
หรืออีกมุมหนึ่ง หาก “บิ๊กตู่” เชื่อมั่น เชื่อมือ “ท่านพี” อาจจะถูกมองว่า “ไม่ได้ใจคนทำงาน” โดยเฉพาะกลุ่มที่มีอำนาจต่อรอง เพราะมี ส.ส.เขตในมือ และสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความขัดแย้งขึ้นในอนาคตด้วยเหมือนกัน