เนชั่นทีวี

การเมือง

“บิ๊กตู่” ปลุกใจปชช. 2 รอบ วอน “ภาครัฐ-เอกชน” ร่วมดูแลบ้านเมืองสงบสุข

05 เม.ย. 2566 | wattana_kha

“บิ๊กตู่” ปลุกใจปชช. 2 รอบ วอน “ภาครัฐ-เอกชน” ร่วมดูแลบ้านเมืองสงบสุข

“พล.อ.ประยุทธ์” ยกเพลง ไร้รักไร้ผล สร้างความสามัคคีในชาติ ปลุกใจประชาชน 2 รอบในวันนี้ย้ำทำไม่ได้บ้านเมืองก็เดินหน้าไม่ได้ ขอ “ภาครัฐ-เอกชน” ร่วมดูแลบ้านเมือง ให้สงบสุข

5 เมษายน 2566 ที่อาคารB ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ  พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นประธานเปิดงานวันผู้สูงอายุและวันแห่งครอบครัวประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “สร้างสุข ทุกพื้นที่ปลอดภัย เพื่อผู้สูงวัยและครอบครัว”  จัดโดยกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ พร้อมมอบโล่ประกาศเกียรติคุณ ให้กับนายประยงค์ รณรงค์ อายุ 86 ปี ชาวจังหวัดนครศรีธรรมราช

โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีกับผู้สูงอายุและครอบครัวทั้งหน่วยงานที่ได้รับรางวัลในปีนี้ว่า ขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับผู้ที่ได้รับรางวัลในวันนี้ทุกคน แสดงให้เห็นว่า ผู้สูงอายุของเรายังคงเป็นบุคลากรที่มีความสำคัญในการสร้างสรรค์ประโยชน์ กับสังคมเป็นแบบอย่างที่ทรงภูมิปัญญาและคุณค่ารวมถึงครอบครัวที่ได้รับรางวัลครอบครัวร่มเย็นขอให้ทุกคนเก็บรักษาความภาคภูมิใจนี้ไว้และส่งผ่านสิ่งดีๆเหล่านี้ไปยังคนรอบข้างและชุมชนสังคมต่อไป

“บิ๊กตู่” ปลุกใจปชช. 2 รอบ วอน “ภาครัฐ-เอกชน” ร่วมดูแลบ้านเมืองสงบสุข

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า วันนี้สถานการณ์โลก และสถานการณ์เรากำลังมีปัญหาอยู่ในเรื่องของการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ มนุษย์โลก เข้าถึงสุขภาพการดูแลสุขภาพมากขึ้นอายุยืนยาว มีจำนวนมากขึ้นตามลำดับ วันนี้มีจำนวนผู้สูงอายุกว่า 12.7 ล้านคน คิดเป็นร้อยละ 19 ของประชากรไทยทั้งหมด

ซึ่งก็หมายความว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์ ผู้สูงอายุมากขึ้นคนเกิดใหม่น้อยลง จากสถิติของกระทรวงศึกษาการเข้าสู่ระบบการศึกษาทั้งอนุบาล,ประถม,มัธยม อันนี้คือสิ่งที่ต้องมาพิจารณาร่วมกันว่าจะทำอย่างไร บทบาทของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและครอบครัวจะต้องเตรียมความพร้อมกันอย่างไร

"ผมในนามของรัฐบาลก็ได้มีการปรึกษาหารือกันในคณะรัฐมนตรี ในหลายกระทรวง ก็มีความร่วมมือซึ่งกันและกัน เพราะหน้าที่ของเราคือการดูแลประชาชนทั้งประเทศเราต้องเตรียมความพร้อมรองรับสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลความเป็นอยู่ ความเดือดร้อน ความไม่พอเพียง ทั้งนี้ก็เป็นไปตามศักยภาพของประเทศที่เรามีมากที่สุด อีกทั้งยังได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชนมากขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่า ทุกคนให้ความสำคัญในเรื่องของสังคมผู้สูงอายุ" นายกรัฐมนตรี กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การให้ความรู้ที่สัมพันธ์คือ การความรู้ที่จะอยู่ในโลกใบใหม่ หรือจริงๆก็คือ โลกใบเดิม แต่เป็นโลกมีอะไรหลายๆอย่างเปลี่ยนไป มีความคิดทางสังคมมากขึ้นเรื่อยๆ ฉะนั้นเราเองต้องเตรียมความพร้อมเหล่านี้โดยคนทุกช่วงวัยต้องได้รับความดูแลให้ได้มากที่สุดและช่วยเหลือประโยชน์ให้ได้มากที่สุด เพื่อไม่ให้เป็นภาระกับครอบครัวและสังคม ในต่อๆไปมากยิ่งขึ้น ได้ให้ความรู้ในเรื่องของเทคโนโลยีการใช้ความเข้าใจต่างๆความเข้าถึงระบบต่างๆ

ที่ผ่านมาเราได้ทำระบบดิจิตอลไว้มากมายให้ใช้บริการในเรื่องของการแจ้งเหตุ แจ้งความ ให้เข้าถึงการบริการ เช่น กระทรวงนี้ก็ได้นำมาใช้จำนวนมากเพื่อให้ทุกคนเข้าถึงความรัก ความสัมพันธ์ สร้างความเข้าใจ ในส่วนสังคมโลก เราก็ต้องติดตามด้วยว่าประเทศอื่นเป็นอย่างไรบ้าง เราควรอยู่ตรงไหนเรามีปัญหาอะไรบ้าง ถ้าอันไหนไม่มีปัญหาก็อย่าไปสร้างปัญหาขึ้นมาใหม่ เรามีศักยภาพมากมาย เราต้องทำตัวให้ก้าวทันโลกด้วยและใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดวันนี้

ขอยกตัวอย่าง เช่น เรื่องโซเชียล ที่ใช้เวลาหลายปีในการพัฒนาโครงข่ายที่สร้างพื้นฐาน วันนี้ทุกคนมีโทรศัพท์ทำธุรกรรมต่างๆในโทรศัพท์ได้หลายอย่าง อยากให้ทุกคนทุกช่วงวัยได้เข้าถึงเรื่องเหล่านี้ด้วย ใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพราะเราทำมามากพอสมควรแต่ก็ต้องระมัดระวังตระหนักรู้เท่าทันภัยที่เกิดจากเทคโนโลยีด้วย ทุกอย่างมีทั้งผลดีและผลเสียอย่าทำให้โอกาสกลายเป็นวิกฤต

“บิ๊กตู่” ปลุกใจปชช. 2 รอบ วอน “ภาครัฐ-เอกชน” ร่วมดูแลบ้านเมืองสงบสุข

ดังนั้น ภาครัฐและเอกชนทุกครอบครัวจะช่วยกันแบ่งปันความรักความเผื่อแผ่ ความเอาใจใส่ซึ่งกันและกัน และสร้างพื้นที่ที่อบอุ่นร่วมกันเพื่อให้ทุกบ้านได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดไป

วันนี้ได้ไปงานวันสถาปนากระทรวงกลาโหมที่ได้ก่อตั้งกองทัพขึ้นมาเพื่อปกป้องดูแลบ้านเมืองความสงบสุขทั้งชายแดนและภายในประเทศด้วยก็มีพัฒนาไปตามลำดับ รัฐบาลก็ได้มีการพัฒนามาจากต่อเนื่อง สิ่งสำคัญที่สุดคือ ความเข้าใจซึ่งกันและกันว่า เราจะร่วมมือนำพาประเทศไปในทิศทางใด

เพราะฉะนั้นทุกอย่างขึ้นอยู่กับความรักความสมัครสมานสามัคคีที่เราต้องเดินหน้าต่อไปด้วยกันไม่ได้ทิ้งใครไว้ข้างหลัง อีกเรื่องที่เป็นห่วง ครอบครัวแบ่งกลางที่พ่อแม่ไม่มีกำลังเลี้ยงลูก ส่งต่อให้ปู่ย่าตายายเลี้ยง นี่คือ สิ่งที่เราต้องช่วยกัน

“ยุคของผมผู้สูงวัยคงจำได้มีบทพระราชนิพนธ์อยู่บทหนึ่ง และเป็นบทเพลงด้วยของรัชกาลที่ 6  ชื่อเพลงไร้รักไร้ผล “ชาติใดไร้รักสมัครสมาน จะทำการสิ่งใดก็ไร้ผล แม้ชาติย่อยยับอับจน บุคคลจะสุขอยู่อย่างไร”  ทุกอย่างถ้าเราไม่รักกัน ไม่สามัคคีกัน ไม่ทำให้บ้านเมืองสงบเรียบร้อย บ้านเมืองเดินหน้าไปไม่ได้แน่นอน ถ้าเรายังมีปัญหาอยู่ ผมคิดว่า ยังมีอยู่บ้าง วันนี้ทุกอย่างก็เป็นเรื่องธรรมดาหลายอย่างเปิดกว้างมากยิ่งขึ้น หลายคนมีความคิดที่แตกต่าง ผมก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่จะทำอย่างไรให้กลับมาร่วมกันทำในสิ่งที่ถูกต้องดีงาม วันนี้ถือว่า ใกล้เทศกาลสงกรานต์แล้วกราบพระขอพรเป็นการทำบุญแล้วจะต้องทำกุศลคือทำอะไรก็ได้ให้กับบ้านเมืองให้กับประชาชน ให้คนได้ส่วนกุศล สิ่งสำคัญ วันนี้ต้องให้ความสำคัญกับสังคมครอบครัวมากที่สุด อย่าลืมว่า บ้านเมืองไม่ได้อยู่ด้วยใครคนใดคนหนึ่ง แต่ทุกคนทั้ง 70 ล้านคน ต้องช่วยกันดูแลสังคม ภาคเอกชนที่มีกำไรมากๆก็มาช่วยกันดูแลและก็ช่วยให้บ้านเมืองสงบสม่ำเสมอสามัคคี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสังคมของเราอย่าให้มีเป็นสังคมที่มีความแตกแยก ให้เป็นสังคมของครอบครัวและเป็นครอบครัวที่มีคุณภาพ พร้อมฝากรัฐมนตรีให้ช่วยดูแล วันนี้ดีใจที่ใช้เทคโนโลยีมาประกอบการทำงานของกระทรวง และทุกกระทรวงจะต้องร่วมมือกัน รวมถึงทุกรัฐบาลก็ทำกันต่อไป" นายกรัฐมนตรี กล่าวและว่า

“วันนี้ผมพูดเยอะมากแล้ว ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็ต้องพูดให้เข้าใจว่า นายกฯคิดอะไร รัฐบาลเดินหน้าไปอย่างไร ถ้าไม่พูดก็ไม่รู้ แล้วจะอยู่กันได้อย่างไร วันนี้ดีใจที่ได้เจอผู้สูงอายุ และชื่นชมปราชญ์ชาวบ้านและศิลปินแห่งชาติ มโนราห์ ทุกคนมีความหมาย ทุกคนเป็นคนไทยและอย่าลืมชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 3 สถาบันหลักของเรา ทิ้งไม่ได้ นี่คือ พื้นฐานของประเทศไทยถ้าเราไม่รู้จัก 3 สถาบัน เราไม่รู้จักเรามาเป็นใคร มาจากไหน แล้วเราจะรักประเทศไทยอย่างไร ต้องดูความเป็นมาของประเทศมันมีการพัฒนามาตามลำดับดีขึ้นมาเรื่อยๆ จนปัจจุบันได้รับการความยอมรับจากต่างประเทศมาก ในช่วงโควิดที่ผ่านมา ก็คิดว่าจะทำอย่างไรให้เปิดประเทศได้โดยเร็วการพัฒนาการลงทุนก็มากยิ่งขึ้น เหล่านี้จะเป็นรายได้ให้กับประเทศ รัฐบาลในการที่จะมาดูแลพวกเรา โดยเฉพาะคนที่ยากลำบาก ผู้สูงวัย เรากำลังช่วยกันสร้างบ้านหลังใหม่ บ้านที่ยังไม่ค่อยแข็งแรงก็อาจจะพัฒนาปรับปรุงทั้งหลัง บ้านที่มีอยู่แล้วก็ต่อเติม บ้านที่ทรุดโทรมก็ปรับปรุงก็เหมือนกับเราที่จะช่วยสร้างบ้านให้กับประเทศ” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

หลังจากนี้ได้มีการเปิดตัวระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินทางสังคมผ่าน Line OA "ESS Help Me ปักหมุดหยุดเหตุ" เพื่อเป็นของขวัญให้ประชาชนในวันผู้สูงอายุแห่งชาติและวันครอบครัว ที่เกิดจากความร่วมมือจากหลายภาคส่วนที่จะได้ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็วทันใจ

ข่าวล่าสุด