รมต.ลางานหาเสียง...สบายจังตังค์อยู่ครบ!
29 มี.ค. 2566 | tinakit_rat

รมต.ลางานหาเสียง ทั่วไปมีเหตุผลเยี่ยงนี้ด้วยหรือ แถมรับเงินเดือนเต็ม ที่มาจากภาษีอากรหรือหยาดเหงื่อของพวกเราประชาชน ดีจังตังค์อยู่ครบ!
การเมือง
29 มี.ค. 2566 | tinakit_rat

รมต.ลางานหาเสียง ทั่วไปมีเหตุผลเยี่ยงนี้ด้วยหรือ แถมรับเงินเดือนเต็ม ที่มาจากภาษีอากรหรือหยาดเหงื่อของพวกเราประชาชน ดีจังตังค์อยู่ครบ!
29 มีนาคม 2566 ภายหลังจากการประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรและให้มีการเลือกตั้ง ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีหมดวาระลง โดยทำหน้าที่รักษาการ พร้อมเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง
ดังนั้นการลงพื้นที่ของคณะรัฐมนตรี ต้องแยกกับการปฏิบัติราชการ เพื่อไปหาเสียง ซึ่ง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวเปิดทางไว้ด้วยว่า คณะรัฐมนตรี “ลาได้ไม่จำกัด”
ในขณะที่ นายอนุทิน ชาญวีระกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ส่วนหมวกอีกใบคือ หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมากล่าวว่า จะมีการลงพื้นที่หาเสียง ทำให้อาจจะ “ลางานยาว” ไปช่วยพรรคหาเสียง
จึงกลายเป็นประเด็นที่น่าสนใจและแหลมคม ที่น่าตั้งข้อสังเกต ดังนี้
1.เป็นการลาที่ไม่ได้ลาด้วยเหตุผลทางสุขภาพ หรือกิจธุระ หรือแม้แต่พักผ่อน ตามสิทธิการลางานทั่วๆ ไป ซึ่งประเภทการลา ทั้งภาคราชการและภาคเอกชน มีคล้ายๆ กัน เช่น
ไม่มีเหตุผล “ลาไปหาเสียง”
2.การลาโดยปกติ จะมีกำหนดเวลา และมีกฎระเบียบ หรือ “ข้อตกลงร่วมกันในหน่วยงาน” ว่าการลาแต่ละครั้งจะลาได้ต่อเนื่องกี่วัน เช่น
เหตุนี้เอง การลาด้วยระยะเวลาที่ยาวกว่าที่กำหนดในกฎระเบียบ หรือข้อตกลงของหน่วยงาน จึงมีสิ่งที่เรียกว่า Leave without pay คือ ลาโดยไม่รับค่าจ้าง แต่ตำแหน่งยังอยู่ เพียงแต่ไม่ได้ทำงาน และไม่ได้รับค่าจ้างเท่านั้น เช่น ลาศึกษาต่อปริญญาโท ลา 2 ปีโดยไม่ได้รับค่าจ้าง หรือลาไปดูแลบุพการีที่ป่วยระยะสุดท้าย อาจจะลาเป็นเดือน หรือหลายเดือน ก็อาจใช้สิทธิ์ลาโดยไม่รับค่าจ้าง
แปลกหรือไม่ เรากำลังจะมี “รัฐมนตรีลายาว” ไปทำภารกิจทางการเมือง ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของตนเอง พรรคของตน และพวกพ้อง ประชาชนไม่เกี่ยว และไม่เกี่ยวกับงาน ไม่ใช่ปัญหาสุขภาพ หรือกิจธุระ ซ้ำยังเป็นการลาโดยได้รับเงินเดือนปกติ แต่ไม่ได้ทำงานเลย และไม่ใช่ลาแบบ Leave without pay
คำถามคือ การลาแบบนี้ เหมาะสมหรือไม่?
รายการ “ข่าวข้นคนข่าว” เนชั่นทีวี22 ตรวจสอบเงินเดือน และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการการเมือง เฉพาะนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรี ดังนี้
นายกรัฐมนตรี
รองนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง, รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง
สรุปว่าเรากำลังจะมี “รัฐมนตรีลางานยาว” ไปหาเสียง โดยได้รับเงินเดือนๆละแสนกว่าบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่มาจากภาษีอากร หยาดเหงื่อของพวกเราประชาชน..
เห็นชอบด้วยไหม?