1.เป็นการลงคะแนนที่คูหา ไม่มีการลงคะแนนเลือกตั้งทางไปรษณีย์เหมือนในหลายประเทศ ที่จะมีทั้งมาลงคะแนนที่คูหาและทางไปรษณีย์
2. การออกเสียงลงคะแนนที่จัดไว้ 2 แห่งเท่านั้น คือที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยลงคะแนนที่คูหาเลือกตั้ง และที่เมืองยะโฮร์บาฮ์รู โดยใช้หน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ (Mobile Unit) ในขณะที่รัฐปีนังและรัฐใกล้เคียง รัฐ กลันตันและรัฐใกล้เคียง ที่มีจำนวนคนไทยอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากหลายหมื่นคน และมีสถานกงสุลตั้งอยู่ กลับไม่มีการจัดการเลือกตั้งเพื่อให้ประชาชนได้ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง
3. ปัญหาที่เกิดขึ้นมี 2 ด้าน คือ
1) จัดเลือกตั้งหลังวันฮารีรายาที่จะมีขึ้นประมาณวันที่ 22-23 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่มีความสำคัญของมุสลิมเป็นอย่างมาก ในช่วงดังกล่าวคนที่อยู่ในมาเลเซียจะเดินทางกลับไปเฉลิมฉลองวันฮารีรายาที่ไทยเป็นเวลา 7-10 วัน ซึ่งเหมือนการหยุดยาวประจำปี เหมือนการหยุดยาวช่วงสงกรานต์ ดังนั้นช่วงวันดังกล่าวคนจะยังอยู่ไทยไม่ได้เดินทางกลับเข้ามาเลเซีย อาจทำให้เสียสิทธิได้ หรือถ้ากลับเข้ามาเลเซีย และวันที่ 14 พ.ค. เป็นวันเลือกตั้งในไทย เป็นไปได้ยากมากที่พวกเขาจะกลับไปอีกครั้ง โดยเฉพาะคนที่ทำงานในภาคบริการ ร้านอาหาร ร้านนวด ต้องกลับไปอีก ส่วนใหญ่แล้วจะลางานได้ยาก และทำให้เสียค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง สร้างความยุ่งยากลำบากกับประชาชนที่อยู่ต่างแดนกลุ่มนี้ที่จะใช้สิทธิเลือกตั้ง
2) วันที่ 27-28 เป็นวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ ตรงกับวันทำงาน สำหรับคนที่ทำงานตามบริษัทข้ามชาติ คนในสาย Expats แน่นอนว่าจะสร้างความยุ่งยากเช่นกันในการต้องลางาน ซึ่งถ้าลาไม่ได้ ก็จะเสียสิทธิเลือกตั้งได้ทันที