ขอยกตัวอย่าง กรณีกัญชาเสรี นับว่าเป็นเรื่องร้ายแรงที่พรรคการเมืองอย่าง “พรรคภูมิใจไทย” ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด ด้วยความไม่ระมัดระวัง และเร่งรีบ เพื่อนำผลงานไปใช้ในการหาเสียง
ความเป็นจริง กัญชาไม่ใช่ยาวิเศษ ที่จะรักษาโรคได้ทุกโรค แต่กลับมีโทษมหันต์ โดยไม่มีการควบคุม มีเพียง “กฎกระทรวง” เท่านั้น ผลลัพธ์ของกัญชา สะท้อนไปถึงพ่อแม่ที่มีลูก เด็กและเยาวชนเข้าถึงกัญชาได้ง่าย
ผมเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าจำเป็นต้องควมคุมกัญชาที่อ้างว่า “เพื่อการแพทย์” แต่ไม่ได้ให้แพทย์เป็นผู้ออกใบสั่งยา มีการซื้อขายอย่างเสรี โดยไร้การควมคุมอย่างจริงจัง
อีกทั้ง พรบ.กัญชากัญชง ยังไม่ผ่านสภา แสดงให้เห็นว่ามีพรรคการเมืองในสภาที่ไม่เห็นด้วยต่อร่างกฎหมายดังกล่าว การรณรงค์ของผมในนามประชาชน ที่ต่อต้านกัญชาเสรี ย่อมเป็นสิทธิที่รับรองในรัฐธรรมนูญ
ทั้งเรื่อง รถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่มีการเสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้รัฐแตกต่างกันถึง 1,000 เท่า โดยบริษัทที่ถูกกีดกัน เสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่รัฐ 70,000 ล้านบาท ภายใน 30 ปี แต่บริษัทที่ชนะการประมูล กลับเสนอผลประโยชน์ตอบแทนให้แก่รัฐเพียง 7,000 ล้านบาท ภายใน 30 ปี
ย่อมแสดงให้เห็นถึงความไม่ชอบมาพากลเป็นอย่างยิ่ง และทำให้รัฐสูญเสียประโยชน์ที่ควรจะได้ถึงกว่า 60,000 ล้านบาท ที่ไม่อาจทราบได้ว่า ผลประโยชน์เหล่านั้นไปตกอยู่กับผู้ใด
ในการประชุม ค.ร.ม. ที่ผ่านมา มีความพยายามที่จะอนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มให้ทันก่อนมีการยุบสภา ทั้งๆที่ มีการฟ้องร้องอยู่ที่ศาลปกครอง 2 คดี
ทั้งสองเรื่องเป็นผลประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ไม่ได้เป็นเรื่องส่วนตัวแต่อย่างใด
พรรคภูมิใจไทย มีการจัดตั้งในรูปแบบพรรคการเมือง มีการหาเสียง เป็นการสื่อสารถึงประชาชน การที่ประชาชนโต้ตอบสื่อสารกลับ ย่อมเป็นสิทธิอันชอบธรรม
ผมไม่ได้นำเรื่องส่วนตัวมากล่าวโจมตี ตรงกันข้าม พรรคภูมิใจไทยและสื่อพันธมิตรอย่างผู้จัดการ ได้ใช้ทุกเรื่องเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของผมมาโจมตี อย่างในการแถลงข่าวของพรรคภูมิใจไทย
การต่อต้านของผม เป็นไปด้วยความสุจริต และไม่ได้ทำให้ประชาชนทั่วไปเดือดร้อน ไม่ได้ปิดถนน ไม่ได้ปิดสนามบิน หรือทำให้สังคมมีปัญหาแต่อย่างใด
พฤติกรรมการฟ้องร้องประชาชนของพรรคภูมิใจไทย ทำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า เป็นการกลั่นแกล้งประชาชนเพียงคนเดียว โดยการขู่ว่า บรรดาผู้สมัคร ส.ส. ของตัวเองรุมกลั่นแกล้ง ใช้การฟ้องร้องเพื่อให้ประชาชนอย่างผมเดือดร้อน เป็นการกระทำที่ส่อให้เห็นความไม่สุจริต ทั้งนี้ เพื่อให้ผมเกรงกลัว โดยใช้ช่องทางของกฎหมายปิดปาก
ผมยินดีที่จะสู้ตามกระบวนการใช้วิถีทางประชาธิปไตยในการต่อสู้ ทั้งนี้เพื่อให้เห็นว่า การที่ประชาชนไม่เห็นด้วยกับนโยบายของพรรคการเมืองย่อมเป็นสิทธิอันชอบธรรม
หากประชาชนคนใดเห็นด้วย สามารถโหวตให้พรรคภูมิใจไทย และหากใครไม่เห็นด้วย ก็สามารถไม่โหวตให้พรรคภูมิใจไทยได้
การกล่าวหาต่างๆ ของผมนั้นเน้นในเรื่องนโยบายและผลประโยชน์ของสังคม ประเทศชาติส่วนรวมเป็นหลัก และเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริง ปรากฏตามข่าวที่สื่อมวลชนและสังคมได้เห็น
ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า การต่อต้านจะดำเนินต่อไปในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงการรณรงค์การเลือกตั้ง
ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนได้ตัดสินใจด้วยตัวเอง ว่าควรตัดสินใจเลือกพรรคใด และเป็นการให้บทเรียนแก่พรรคการเมืองไม่ให้กระทำการตามอำเภอใจ โดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ ต่อส่วนรวม ได้รับรู้การทุจริตคอรัปชั่น เพื่อให้สังคมได้ตื่นตัว ตระหนักถึงภัยต่อสังคม และท้ายสุดทำให้ประเทศไทย ได้พัฒนาเทียบเท่าอารยประเทศ
ขอให้ประชาชนคนไทยทุกคนจงได้รับชัยชนะ มีสติปัญญา ในการตัดสินใจตามระบอบประชาธิปไตย
นอกจากนี้ "ชูวิทย์" ยังได้โพสต์ภาพในช่องแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติม มีรายละเอียดระบุว่า..
ร่วมต่อสู้กับผมตามวิถีทางประชาธิปไตย หากท่านเห็นด้วย โปรดไม่เลือกพรรคภูมิใจไทย เชิญโหวตได้เลยครับ
ชมคลิป - ชูวิทย์ประกาศสู้ "ภูมิใจไทย"
ก่อนหน้านี้ "ชูวิทย์" ยังได้โพสต์เรื่อง "ศักดิ์ศรีของประชาชน กับ พรรคภูมิใจไทย" เมื่อเวลา 14.52 น. วันที่ 16 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยมีเนื้อหาระบุว่า..
ศักดิ์ศรีของประชาชน กับ พรรคภูมิใจไทย
การต่อต้านพรรคภูมิใจไทย เป็นไปตามสิทธิของพลเมือง รับรองในรัฐธรรมนูญ
ประชาชนแค่คนเดียว แต่พรรคทั้งพรรคกลัว หากผมรับงานมา แน่จริงช่วยบอกหน่อยว่า “รับจากใคร?”
จะบอกให้ว่า ผมรับงานจากประชาชนที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย “กัญชาเสรี” ทำให้ยาเสพติดแพร่เชื้อระบาดเข้าไปถึงเยาวชน ผมไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัว แต่พรรคการเมืองอย่างภูมิใจไทยคงรับงานมาจากสื่ออย่างผู้จัดการ เพราะงัดเอาแต่มุขเรื่องส่วนตัวที่คนทั่วทั้งโลกรู้อยู่แล้ว มาโจมตีเหมือนกันเป๊ะ
ผมไม่ใช่คนดี แต่ผมทำเพื่อปกป้องประเทศชาติ พรรคภูมิใจไทย แน่จริงก็หาเสียงไป ส่วนประชาชนอย่างผมต่อต้าน ก็ย่อมเป็นสิทธิของผม คงไม่มั่นใจในคะแนนเสียงตัวเอง ถึงร้อนรนมาฟ้องจ้าละหวั่น
เมื่อฟ้องมา ผมก็ฟ้องกลับ ว่ากลั่นแกล้งขัดขวางไม่ให้ประชาชนได้ใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ และกลั่นแกล้งให้ได้รับโทษทางอาญา
ผมไม่มีพรรค ไม่ได้เป็นนักการเมือง ไม่ได้บอกให้ประชาชนไปเลือกพรรคใด แต่พรรคภูมิใจไทย กลับกลัวผมที่เป็นเพียงประชาชน ก็ในเมื่อแน่ใจว่าตัวเองทำดี ทำเพื่อประชาชน แล้วจะไปกลัวอะไร?
มาสู้กัน ระหว่างพรรคการเมืองอย่างภูมิใจไทย กับ ประชาชนอย่างชูวิทย์
ซื้อผมไม่ได้ ขู่ผมไม่กลัว พรรคการเมืองที่พร้อมด้วยทรัพยากร กำลังเงิน กำลังคน จึงขี้หดตดหายกับประชาชนคนเดียว
ที่ผ่านมาคงปากกล้า เงินเยอะ ตอนนี้เงินช่วยอะไรไม่ได้แล้ว คิดปิดปากผมแล้วล่ะสิ มันช่างไม่มีความกล้า
เจอกันพรุ่งนี้ ยื่นยุบพรรคกับ กกต.