เมื่อถามย้ำว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยและคณะกรรมการบริหารพรรคเสนอโอกาส ให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า ขอให้ถึงวันนั้นก่อน ต้องให้เกียรติจะไปพูดก่อนคนที่มีความรู้ความสามารถที่อยู่ในพรรคก็ไม่ดี ตน “ไม่อยากจะไปกดดัน” ตนเป็นเหมือนน้องใหม่ มีคนคุณภาพที่เพียบพร้อมหลายคน แต่เรื่องพร้อมหรือไม่พร้อม คงไม่ใช่เรื่องตนจะต้องมาพูด เป็นเรื่องของระบอบพรรคการเมืองที่ต้องเข้าใจ เพราะเราไม่ใช่คนตัดสิน แต่จะพยามทำให้เต็มที่และดีที่สุด
จากกระแสตอบรับจากสังคม ที่บางส่วนเห็นด้วย อยากให้เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายเศรษฐา กล่าวว่า ก็จะพยามทำตัวไม่ให้คิดมาก คิดวันต่อวัน และวันนี้หน้าที่ของตนคือ มาให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำในมุมมองนักธุรกิจ ที่มีประสบการณ์มากว่า 30 ปี ซึ่งหวังว่าคำแนะนำ หรือข้อเสนอแนะของตน จะเป็นประโยชน์ของพรรคการเมือง ส่วนขั้นตอนต่อไปขอเป็นเรื่องอนาคต และอีกไม่นานก็จะเลือกตั้งคงจะมีขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้นายเศรษฐา กล่าวถึงกรณีที่ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่าประเทศชาติไม่ใช่ธุรกิจว่า “พลเอกประยุทธ์เป็นผู้ใหญ่ ท่านพูดอะไรผมมีวัยวุฒิน้อยกว่าก็ต้องฟัง คงไม่มีความคิดเห็นไปมากกว่านี้” และต่อจากนี้จะจัดสรรเวลาลุยงานการเมืองกับธุรกิจไปพร้อมกัน เพราะที่ทำอยู่ทุกวันนี้ ก็แบ่งสรรปันส่วนได้ดีอยู่แล้ว ทั้งเรื่องครอบครัว สังคม ธุรกิจ หรือช่วยเหลือบ้านเมือง ทั้งเรื่องให้คำแนะนำ ซึ่งจะทำให้ดีที่สุด ก่อนเดินขึ้นลิฟต์ทันที