เนชั่นทีวี

การเมือง

"ธนภร"เตรียมโบกมือลา"เสรีรวมไทย" ยันทำหน้าที่ด้วยความสุจริต

27 ก.พ. 2566 | thanita_boo

"ธนภร"เตรียมโบกมือลา"เสรีรวมไทย" ยันทำหน้าที่ด้วยความสุจริต

"ธนภร โสมทองแดง" เตรียมโบกมือลาเสรีรวมไทย หลังพนักงานสอบสวนมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง ปมยักยอกเงินพรรค ยันทำหน้าที่ด้วยความสุจริตตลอดมา สัญญาจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอยุธยาให้แล้วเสร็จ

27 กุมภาพันธ์ 2566 น.ส.ธนภร โสมทองแดง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ได้โพสต์เฟซบุ๊ก โดยระบุเนื้อหาว่า  กราบเรียนพี่น้องประชาชนที่เคารพรัก

ดิฉันนางสาวธนภร โสมทองแดง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ตลอดระยะเวลาที่ทำหน้าที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันได้ทุ่มเททำงานให้กับพี่น้องประชาชนอย่างสุดความสามารถ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตตลอดมา จนกระทั่ง

เมื่อประมาณเดือนเมษายน ปี พ.ศ.2565 ที่ผ่านมา พรรคเสรีรวมไทยได้ให้ข่าวว่าจะทำการดำเนินคดี กับดิฉันในข้อหายักยอกเงินค่าสมาชิกพรรค และจะแจ้งความดำเนินคดีอาญา ซึ่งเป็นข้อหาที่ร้ายแรง แต่เนื่องจากดิฉันมั่นใจว่าไม่เคยกระทำความผิด ดิฉันจึงอดทนรอวันเวลาพิสูจน์ข้อเท็จจริง 
         
ต่อมาปรากฏว่าพรรคฯได้แจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับดิฉันจริง และพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาล บางขุนนนท์ มีหมายเรียกให้ดิฉันไปรับทราบข้อกล่าวหา ซึ่งขณะนั้นดิฉันยังไม่ทราบเลยว่าดิฉันถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินของสมาชิกพรรคท่านใด ขณะทำหน้าที่รักษาการหัวหน้าพรรค ดิฉันปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ยึดถือประโยชน์ของพี่น้องประชาชนและพรรคเป็นที่ตั้ง แม้จะต้องตรากตรำทำงานหนักเพียงใดก็ตาม 

"ธนภร"เตรียมโบกมือลา"เสรีรวมไทย" ยันทำหน้าที่ด้วยความสุจริต

และเมื่อวันที่ 20 กันยายน 2565 ที่ผ่านมาดิฉันได้เดินทางไปรับทราบข้อกล่าวหาที่สถานีตำรวจนครบาลบางขุนนนท์ ในวันดังกล่าวนั้นดิฉันจึงได้รับทราบว่าถูกทางพรรคฯกล่าวหาว่ายักยอกเงินค่าสมัครสมาชิกพรรค จำนวน  2 กลุ่ม และถูกแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับดิฉันรวม ๒ คดี ซึ่งทันทีที่ทราบข้อกล่าวหา ดิฉันไม่มีความกังวลใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นความจริง  เป็นเพียงแค่ความพยายามที่จะทำให้ดิฉันได้รับความเสียหาย ดิฉันจึงได้ให้การต่อพนักงานสอบสวนด้วยความสัตย์จริงทุกประการ และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เพราะดิฉันไม่ได้ยักยอกเงินค่าสมัครสมาชิกพรรคฯ โดยได้รวบรวมพยานหลักฐานมอบให้กับพนักงานสอบสวน และเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง 

ดิฉันขอกราบเรียนต่อพี่น้องประชาชนที่เคารพรักว่า ตลอดระยะเวลาเกือบ 4 ปี ที่ดิฉันเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้น ดิฉันปวารณาตนทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนด้วยจิตวิญญาณ ดิฉันเป็น สส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ และนำปัญหาความเดือดร้อนนั้นไปหารือในสภาเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาโดยตลอด

"ธนภร"เตรียมโบกมือลา"เสรีรวมไทย" ยันทำหน้าที่ด้วยความสุจริต

ดิฉันได้รับโอกาสจากประธานกรรมาธิการ การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย แต่งตั้งเป็นประธานคณะอนุกรรมการ 2 คณะเพื่อพิจารณาศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน และพิจารณาศึกษาหาแนวทางแก้ไขปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่งการตื้นเขินของแม่น้ำและลำคลอง ตลอดระยะเวลาที่ดิฉันทำงานในบทบาทของกรรมาธิการฯและประธานอนุกรรมการ ฯ ได้ลงตรวจสภาพพื้นที่ทั้ง 4 ภาค พร้อมทั้งรับฟังปัญหาผลกระทบของประชาชน  เมื่อดิฉันมองเห็นแววตาของชาวบ้านที่มีร่องรอยแห่งความทุกข์ ดิฉันมีแรงผลักดันให้เร่งหาแนวทางช่วยแก้ปัญหา ดิฉันเห็นรอยยิ้มของชาวบ้าน นั้นเป็นกำลังใจทำให้ดิฉันหายเหนื่อย

วันนี้เป็นที่สิ้นสุดแล้วผลการสอบสวนของพนักงานสอบสวน และการพิจารณาคดีของพนักงานอัยการได้สิ้นสุดลงแล้วทั้ง 2 คดี โดยที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นทางคดีสั่งไม่ฟ้อง และพนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องดิฉันเช่นกัน  จึงขอสรุปได้ว่า เมื่อมีการพิสูจน์ความผิดหรือความบริสุทธิ์ และผ่านกระบวนการทางกฎหมายแล้ว ดิฉันมิได้ยักยอกเงินค่าสมัครสมาชิกพรรคฯ ตามที่พรรคเสรีรวมไทยกล่าวหา

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้ ส่งผลให้ ครอบครัว และวงศ์ตระกูลของดิฉัน เสื่อมเสียชื่อเสียง ได้รับความอับอายและ ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง จากผู้ที่ไม่รู้ข้อเท็จจริง รวมทั้งยังส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของดิฉันด้วย 

ดิฉันหวังว่าพี่น้องประชาชนที่เคยรู้จักและได้สัมผัสการทำงานที่ผ่านมาของดิฉัน เมื่อได้รับทราบข้อเท็จจริง ว่าดิฉันไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา และจะยอมรับตัวตนที่แท้จริงของดิฉันมากขึ้น ณ เวลานี้อายุของสภาใกล้จะสิ้นสุดลง ดิฉันมิอาจทราบได้เลยว่าจะมีโอกาสกลับมารับใช้พี่น้องในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอีกหรือไม่

ขอเรียนย้ำต่อพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่า ปัญหาความเดือนร้อนของพี่น้องที่ดิฉันรับเรื่องไว้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขื่อนป้องกันตลิ่งพังทลาย, การขาดแคลนน้ำทำการเกษตร, ปัญหาน้ำเน่าเสีย ปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการกำจัดวัชพืช ดิฉันจะใช้กำลังความรู้ ความสามารถและความร่วมมือจากทุกฝ่ายที่มีอยู่แก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จอย่างแน่นอน

ท้ายที่สุดนี้ขอขอบคุณหัวหน้าพรรคกรรมการบริหาร และเจ้าหน้าที่พรรคเสรีรวมไทย ที่ให้โอกาสและมีโอกาสทำงานร่วมกันนานกว่า 9 ปี ขณะนี้ ดิฉันได้พิสูจน์ให้ทุกท่านเห็นแล้วว่า ดิฉันมิได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหา จึงขอใช้โอกาสนี้กราบลาทุกท่าน และจะดำเนินการยื่นใบลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเสรีรวมไทยต่อไป 

                           

ข่าวล่าสุด