กูรูการเมือง เชื่อว่า โอกาสเป็นของภูมิใจไทยมากกว่า จึงเป็นที่มาของสูตร “รัฐบาล 3 พรรค” เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ ซึ่งเป็นสูตรที่ถูกพูดถึงมากที่สุด
จะว่าไปแล้ว หากเพื่อไทยแลนด์สไลด์ ก็ยังอาจตั้งรัฐบาลสูตรนี้ได้เหมือนกัน ถ้ามองในแง่ความมั่นคง เสถียรภาพ และต้องการเสียง ส.ส.ใกล้ 376 มากที่สุด จะได้ใช้เสียง ส.ว.น้อยที่สุด เพราะคาดว่าภูมิใจไทยจะได้ ส.ส.ไม่น้อยกว่า 60 เสียง พลังประชารัฐอย่างน้อยๆ ก็ต้องมีราวๆ 30 เสียง สองพรรค 90 เสียง บวกกับ 250 ก็ได้ถึง 340 เสียง
แต่จุดอ่อนของสูตรนี้ก็คือ
- โทนี่ วู้ดซัม หรือ ทักษิณ ชินวัตร น่าจะยังแค้นภูมิใจไทยอยู่ โดยเฉพาะ เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ของภูมิใจไทย จากกรณี “มันจบแล้วครับนาย”
- ภูมิใจไทย สร้างบาดแผลให้กับเพื่อไทยเยอะ โดยเฉพาะการ “ดูด” และ “เลี้ยงงูเห่าข้ามพรรค” เป็น ส.ส.เกรดเอหลายจังหวัด
- ภูมิใจไทย กับเพื่อไทย จะฟาดฟันกันในสนามเลือกตั้งหลายพื้นที่ เช่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ ซึ่งภูมิใจไทยหวังเบียดเพื่อไทยให้ได้ ส่วนเพื่อไทยก็ต้องการเจาะ “บุรีรัมย์” เมืองหลวงของภูมิใจไทยให้ได้เหมือนกัน
- การผูกใจเจ็บของ ทักษิณ ถึงขั้นมีข่าว “ดีล” ผู้กองธรรมนัสเข้าพรรค เพื่อเล่นเกมใต้ดินสกัดภูมิใจไทย
- ภูมิใจไทย น่าจะได้ ส.ส.เป็นกอบเป็นกำมากกว่าอีก 2 พรรค คือ ชาติไทยพัฒนา และพลังประชารัฐ จึงน่าจะมีเงื่อนไขต่อรองสูงกว่า อาจจะขอกระทรวงเกรดเอไปจากเพื่อไทย
ทว่า “กูรูการเมือง” อย่าง ไพศาล พืชมงคล เจ้าของฉายา “กุนซือสมองเพชร” อดีตที่ปรึกษารองนายกฯฝ่ายความมั่นคง (บิ๊กป้อม สมัยเป็นรองนายกฯคุมความมั่นคง) ก็ยังมั่นใจสูตร “รัฐบาล 3 พรรค” ที่มีภูมิใจไทย เช่นเดียวกับ นักวิชาการผู้คร่ำหวอดการเมืองอีกหลายๆ ท่าน ด้วยเหตุผลที่ว่า..
1. กลุ่มบ้านใหญ่ และ ส.ส.ดาวฤกษ์ ที่มีบทบาทสำคัญของ 3 พรรคนี้ ล้วนเคยอยู่ด้วยกันมาก่อนที่ไทยรักไทย พลังประชาชน หรือเพื่อไทย จึงรู้จักมักคุ้นกันมาก่อน
2. ส.ส.หลายกลุ่ม ต่อสายข้ามพรรค เช่น กลุ่มสามมิตร แกนนำ 2 คนยังอยู่กับพลังประขารัฐ (สมศักดิ์ เทพสุทิน กับ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ) แต่หา ส.ส.เขตในพื้นที่รับผิดชอบให้เพื่อไทย (ภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน) โดยส่งให้เป็น ส.ส.ในกลุ่ม “เจ๊ ด.” ทำนองว่าต้องการฟื้น “กลุ่มวังบัวบาน” เหมือนในอดีตพรรคไทยรักไทย ทำให้เห็นถึงความเชื่อมโยงว่า พรรคการเมือง 2-3 พรรคนี้น่าจะจับมือกันหลังเลือกตั้งได้แน่
3. ไพศาล ยังเชื่อว่า “อดีต ส.ส.กลุ่ม 16” ซึ่งกระจายอยู่ใน 3 พรรค เป็นตัวจักรสำคัญในการเดินเกมการเมืองในสูตร “รัฐบาล 3 พรรค” เพื่อไทย ภูมิใจไทย พลังประชารัฐ
อดีต ส.ส.กลุ่ม 16 ที่มีบทบาทสำคัญในอดีต และปัจจุบันก็ยังมีบทบาทอยู่ คือ
- เนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่ภูมิใจไทย
- สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.ฉะเชิงเทรา รองประธานสภาคนที่ 1 ย้ายจากพลังประชารัฐ กลับเพื่อไทย ตัวเองลงปาร์ตี้ลิสต์ ส่งลูกชายลงเขต (มดเล็ก)
- วราเทพ รัตนากร หัวหน้ากลุ่มกำแพงเพชร ที่ยังไม่ชัดว่า จะอยู่พลังประชารัฐต่อ หรือย้ายกลับเพื่อไทย ก็เป็นตัวเชื่อมอีกคนหนึ่ง
4.ไพศาล ยังเชื่อว่า ทั้งภูมิใจไทย และพลังประชารัฐ จะไม่ไปจับมือกับ “พรรคลุงตู่” หรือรวมไทยสร้างชาติ ในการตั้งรัฐบาลอีก 1 สมัย เพราะ อดีต ส.ส.กลุ่ม 16 มีรอยแค้นกับ สุเทพ เทือกสุบรรณ เจ้าของฉายา “เทพเทือก - ลุงกำนัน” ซึ่ง ไพศาล เชื่อว่าขับเคลื่อนอยู่เบื้องหลังพรรครวมไทยสร้างชาติ และพรรครวมพลังอีกที
ย้อนอดีต “กลุ่ม 16”
เป็นอดีตนักการเมืองรุ่นใหม่ในยุคการเมืองไทยหลังปี 35 มีบทบาทสูงในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล นายชวน หลีกภัย สมัยแรก โดยเฉพาะเรื่องการแจก ส.ป.ก.4-01 ให้กับเศรษฐีภูเก็ต ไม่ใช่เกษตรกร หรือคนยากจน
โดยกลุ่ม 16 อภิปรายแรง และมีการเล่นกับสื่อ เช่น ลงไปในพื้นที่ ส.ป.ก.ที่ภูเก็ต แล้วอุ้มกระจง ถ่ายภาพลงหนังสือพิมพ์ เพื่อชี้ให้เห็นว่า พื้นที่ ส.ป.ก.ที่นำไปแจกให้เศรษฐี จริงๆ แล้วเป็นพื้นที่ป่า ยังมีสัตว์ป่าอยู่
ผลสะเทือนจากการอภิปราย แรงถึงขั้น ชวน ต้องยุบสภา และพ่ายแพ้การเลือกตั้งให้กับพรรคชาติไทย ซึ่งสมัยนั้นแกนนำ “กลุ่ม 16” อยู่พรรคชาติไทย
หลังเลือกตั้ง “กลุ่ม 16” จึงเข้ามามีอำนาจ และดำรงตำแหน่งสำคัญ เป็นรัฐมนตรีกันถ้วนหน้า เช่น สุชาติ ตันเจริญ เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เจ้าของรหัส มท.2 และฮึกเหิมจนสื่อตั้งฉายา “ตี๋กร่าง” เนวิน ก็ได้เป็น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง
ต่อมามีการอภิปรายไม่ไว้วางใจโดย ฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์บ้าง ซึ่งเป็นแกนนำฝ่ายค้าน และมีการอภิปรายการทุจริตในธนาคารกรุงเทพพาณิชย์การ หรือ บีบีซี จนธนาคารเจ๊ง เพราะมีการนำสินทรัพย์ที่ไม่มีราคาไปจำนอง แล้วกู้เงินออกมาจำนวนมหาศาล กระทั่งกลายเป็นหนี้เสีย ผู้ที่อภิปรายเรื่องนี้ คือ ลุงกำนัน สุเทพ เทือกสุบรรณ และเป้าหมายที่ถูกอภิปราย ก็คือ ส.ส.กลุ่ม 16 นั่นเอง
นี่คือเกร็ดประวัติศาสตร์การเมืองที่ทำให้ “กูรู” บางคนเชื่อว่า “สูตรรัฐบาล 3 พรรค” จะเกิดขึ้นแน่จากการขับเคลื่อนของอดีต ส.ส.กลุ่ม 16 และโดดหนี “ลุงตู่” ซึ่งมี “ลุงกำนัน” อยู่เบื้องหลังอย่างแน่นอน