ด้าน นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนามีหัวหน้าพรรคที่มีความโดดเด่น ทำให้สังคมทั่วไปมีการรับรองว่าเป็นคนที่มีความรู้ เราพยายามที่จะส่งสมาชิกพรรคชาติไทยพัฒนาลงทุกเขต ขณะนี้เราได้ผู้สมัครจากต่างจังหวัดมากพอสมควรแล้ว
โดยเราจะทยอยเปิดไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะถึงวันรับสมัคร ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้คือว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคยังไม่นิ่ง เพื่อให้ประชาชนได้รู้จักพรรคชาติไทยพัฒนา ที่ไม่เคยมีศัตรูทางการเมืองและทำงานให้พี่น้องประชาชนอย่างสม่ำเสมอ และหัวหน้าพรรคพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีด้วย
ขณะที่การแถลงข่าววันนี้ มีนายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล เข้าร่วมสังเกตการณ์ด้วย พร้อมเปิดเผยว่า จะลาออกจากส.ส. ต้นเดือนมีนาคม เพื่อขอทำหน้าที่ส.ส.ในที่ประชุมจนหมดสมัยประชุมสภา เนื่องจากตนมีกระทู้ที่รอรัฐมนตรีมาตอบค้างอยู่ จากนั้นจะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส. ในนามพรรคชาติไทยพัฒนา แน่นอน เนื่องจากการเข้าไปสังเกตการณ์ที่ประชุมใหญ่ของพรรคครั้งที่แล้ว ประชาชนในพื้นที่ให้การตอบรับและเข้าใจตน
ต่อมา นายวราวุธ ให้สัมภาณ์ภายหลังเปิดตัวผู้สมัคร กรณีการกางไทม์ไลน์ยุบสภา และเลือกตั้ง ว่า ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ไม่ได้ผิดไปจากที่รับทราบและคาดการณ์กันไว้ โดยวันเลือกตั้งจะเป็นวันอาทิตย์ของเดือนพฤษภาคม จะมี 3 วันคือวันที่ 7 , 14 และ 21 แต่ที่ ครม. คุยกันน่าจะเป็นวันที่ 7 พฤษภาคม
ดังนั้นจะประกาศยุบสภาเมื่อไหร่ไม่เป็นปัญหา เพราะพรรคทำงานตั้งแต่ต้นปีจนถึงตอนนี้ ทั้งการลงพื้นที่หาเสียงและเตรียมพร้อมผู้สมัคร เราทำอย่างต่อเนื่อง จะยุบสภาเดือนมีนาคมวันที่เท่าไหร่ก็ไม่แตกต่าง
และที่ศาลรัฐธรรมนูญรับเรื่องกรณีการแบ่งเขตเลือกตั้งก็ไม่เป็นปัญหา เพราะไม่ว่าจะยุบสภา หรืออยู่ครบวาระตามกรอบเวลาก็จะเลือกตั้งภายในเดือนพฤษภาคมเช่นกัน พร้อมย้ำว่าพรรคเดินหน้าใช้เวลาทั้งหมด เพื่อทุ่มเทให้ได้ ส.ส.ตามเป้าหมาย คือไม่ต่ำกว่า 25 ที่นั่ง
อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หากส่งข้อมูลการทำงานและทุจริตของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้นายกรัฐมนตรี เพราะยอมรับว่าถ้าเป็นการทำงานในระดับเจ้าหน้าที่เราไม่ได้ลงลึก
แต่มั่นใจในระดับผู้บริหารตลอดกว่า 3 ปี เราสามารถชี้แจงได้ในทุกกรณี ซึ่งข้อมูลของนายชูวิทย์ จะเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบ และดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิด โดยหลังเกิดกรณีอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ ได้ ออกหนังสือเวียนและกำชับในเรื่องความโปร่งใสของเจ้าหน้าที่ในทุกระดับอย่างเข้มงวด