เนชั่นทีวี

การเมือง

บรรลุเป้าหมาย! "พท." ยันอภิปราย 152 ชี้เป้าล้มเหลว 4 ด้าน"ประยุทธ์"

21 ก.พ. 2566 | sirisak_rue

บรรลุเป้าหมาย! "พท." ยันอภิปราย 152 ชี้เป้าล้มเหลว 4 ด้าน"ประยุทธ์"

"เพื่อไทย" ยันอภิปราย 152 บรรลุเป้าหมาย เหตุชี้เป้าความล้มเหลว 4 ด้านของ "ประยุทธ์" ให้ประชาชนตัดสินในการเลือกตั้ง ยิ่งอยู่ต่อยิ่งพังไปอีก 8 เรื่อง ทั้งการค้า การลงทุน การต่างประเทศ

21 กุมภาพันธ์ 2566 พรรคเพื่อไทยจัดเสวนา "คำถามที่ประยุทธ์ตอบไม่ได้ ทำไมถึงอยากไปต่อ" โดยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร นายจาตุรนต์ ฉายแสง  กรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และอดีตรองนายกรัฐมนตรี นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองประธานยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองเลขานุการคณะกรรมการยุทธศาสตร์และทิศทางการเมืองพรรคเพื่อไทย เป็นผู้ดำเนินการเสวนา

บรรลุเป้าหมาย! "พท." ยันอภิปราย 152 ชี้เป้าล้มเหลว 4 ด้าน"ประยุทธ์"

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า มุมฝ่ายค้านการอภิปรายตามมาตรา 152 ที่ผ่านมา ถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์การทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารคณะรัฐมนตรี แม้การอภิปรายตามมาตรา 152 กำหนดไว้ให้สอบถามข้อเท็จจริงหรือเสนอแนะปัญหาต่อคณะรัฐมนตรี โดยไม่มีการลงมติ แต่กระบวนการการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ทำเสมือนการอภิปรายแบบมีการลงมติ คนลงมติคือพี่น้องประชาชนที่จะพิจารณาว่า จะให้ลงคะแนนในการเลือกตั้งต่อไปหรือไม่

ทั้งนี้ ในการอภิปรายตามมาตรา 152 เน้นย้ำประเด็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น  ในสมัย 4 ปีนี้และสมัยต่อเนื่องมาจาก 4 ปี จากรัฐบาล คสช. เพราะมีนายกรัฐมนตรีคนเดียวกันใน 4 เรื่องหลัก คือ

1. มิติทางการเมืองการปกครอง การเมืองยุคนี้ เป็นประชาธิปไตยเงินสด หรือธนกิจการเมือง มีการใช้เงิน ใช้อำนาจเพื่อให้อยู่ในอำนาจและสืบทอดอำนาจ  ตั้งแต่กระบวนการจัดทำกติกา วางกติกาให้รัฐสภาเลือกนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงการแจกกล้วยเพื่อให้ ส.ส. มีความเห็นร่วมกัน

2. มิติเชิงเศรษฐกิจ ใน 8 ปีที่พลเอกประยุทธ์อยู่ในตำแหน่ง การทำมาหากิน ค่าแรง การดำรงชีวิต  ปัญหาที่ทำกิน  หนี้สาธารณะ หนี้ครัวเรือน การกู้เงิน 5.7 ล้านล้านบาท ด้านสังคม ความเหลื่อมล้ำ การเข้าถึงการบริการของรัฐ การเรียกรับผลประโยชน์ของเจ้าหน้าที่รัฐ รวมไปถึงปัญหายาเสพติด

บรรลุเป้าหมาย! "พท." ยันอภิปราย 152 ชี้เป้าล้มเหลว 4 ด้าน"ประยุทธ์"

3. มิติทางสังคม คือความเหลื่อมล้ำ รวมถึงการเข้าถึงการบริการของภาครัฐ การบริหารราชการแผ่นดินที่เอาผลประโยชน์เข้ากับพวกพ้อง ประเด็นเรื่องเหมืองทองอัครา ซึ่งรัฐบาลยังไม่มีคำตอบ ปัญหายาเสพติดกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการแสวงหารายได้ การคอร์รัปชัน การส่งส่วย  อำนาจทุนจีนสีเทา ที่กระทบไปถึงภาคเกษตร ให้ล้งต่างชาติมาชี้นำการขาย ทำให้เกษตรกรกลายเป็นลูกไล่ กินน้ำใต้ศอก

4. อาชญากรรมทางด้านไซเบอร์บานเป็นดอกเห็ด พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบมากจากแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ ทำลายมิติเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวง

นายแพทย์ชลน่าน กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ ต้องมีคำตอบให้สังคม แต่ตอบแบบโต้วาทีและย้อนความผิดให้รัฐบาลเดิม ต้องขอบคุณทีมพล.อ.ประยุทธ์ ที่คิดการตอบแบบนี้ ถือเป็นการทำลายพล.อ.ประยุทธ์ โดยไม่รู้ตัว

“หลานของคุณได้งานเป็นพันล้าน มันมาจากการแข่งขันที่แท้จริงหรือไม่ เรื่องพวกนี้คุณบอกว่าไม่เคยทุจริตซักบาท แต่คนรอบข้างตัวคุณมีรายได้มหาศาลจาก 3 แสนล้าน ขึ้นมา 9 แสนล้านบาท เกือบสามเท่าตัวคืออะไร พล.อ.ประยุทธ์ และคณะไม่ใช้โอกาสนี้ตอบ และชี้แจงกับประชาชนถือว่าช่วยไม่ได้ ซึ่งคะแนนในวันเลือกตั้งจะเป็นมติ ผมมั่นใจว่าพรรคฝ่ายประชาธิปไตยจะได้คะแนนอย่างถล่มทลาย” นายแพทย์ชลน่าน กล่าว

บรรลุเป้าหมาย! "พท." ยันอภิปราย 152 ชี้เป้าล้มเหลว 4 ด้าน"ประยุทธ์"

ด้าน นายจาตุรนต์ กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยยอมรับว่าตนเองผิดพลาด หากอยู่ในอำนาจต่อจะไม่มีทางแก้ไขได้เลย 8 เรื่องดังนี้ 1.การต่างประเทศ หลังรัฐประหารประเทศไทยหาที่ยืนบนเวทีต่างประเทศไม่ได้ จากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ของนานาประเทศ ที่มองมาภูมิภาคนี้พบว่านานาประเทศให้ความสนใจ 2 ประเด็นได้แก่ การปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศทำได้มากน้อยเพียงใด 

บรรลุเป้าหมาย! "พท." ยันอภิปราย 152 ชี้เป้าล้มเหลว 4 ด้าน"ประยุทธ์"

จากกรณีที่ประเทศไทยไม่แสดงความยอมรับกฎหมายระหว่างประเทศจากกรณีงดออกเสียงความขัดแย้งในรัสเซีย-ยูเครน ประเด็นที่ 2 คือ กรณีที่ทั่วโลกมีมติให้เมียนมาคืนประชาธิปไตยโดยเร็ว ประเทศไทยที่ควรทำได้ดีในเรื่องนี้ที่สุด  กลับไม่ทำและยังทำตรงข้าม ตอนนี้ประเทศไทยกลายเป็นตัวตลกในเวทีการต่างประเทศ เราไม่สามารถร่วมมือกับต่างประเทศได้

2.รัฐบาลไทยไม่สามารถมีความตกลงทางการค้าเสรี หรือ FTA กับประเทศใหญ่ๆ ในรอบ 8 ปีที่ผ่านมา การดำเนินการเป็นไปแบบมะงุมมะงาหรา ภาพพจน์ประเทศตกต่ำ ไทยเสียโอกาสส่งออกมหาศาล หากพลเอกประยุทธ์อยู่ต่อ จะทำเรื่องนี้อย่างไร้ประสิทธิภาพ

3.ความล้มเหลวในการดึงการลงทุนจากต่างประเทศ เนื่องจากการพัฒนาโครงการสร้างพื้นฐานล่าช้า พัฒนาคนให้มีทักษะเพื่อรู้จักใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ล่าช้า ไม่แก้ไขกติกาที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน

4.ทำลายหลักนิติธรรม ทำลายระบบการจัดซื้อจัดจ้างทุกระดับใช้อำนาจไม่ถูกต้องในการยกเลิกการดำเนินการของบริษัทต่างประเทศการรับรองแรงงานข้ามชาติมีระบบการรีดไถเกลื่อน   

5.นโยบายการคลังที่ก่อหนี้สูง 

6.การทุจริตคอร์รัปชันในแวดวงราชการ  องค์กรตรวจสอบถูกรับรองโดยวุฒิสภา

7.วางระบบการบริหารประเทศ โดยใช้ฝ่ายความมั่นคงครอบงำการบริหารราชการแผ่นดิน

8.ทำประเทศเสียหาย ขาดรายได้จากการประมงหลายแสนล้านบาท 

บรรลุเป้าหมาย! "พท." ยันอภิปราย 152 ชี้เป้าล้มเหลว 4 ด้าน"ประยุทธ์"

นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า หากพล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีอีก ไม่มีทางจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ และไม่สมควรจะอยู่ต่อไป ตนหาเหตุผลไม่ได้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ ต้องการอยู่ต่อเพื่อทำอะไรในทางที่ดีให้กับประเทศ  สิ่งที่พลเอกประยุทธ์ต้องการคือเวลาเคลียร์เรื่องต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องทุจริต และการใช้อำนาจในทางไม่ชอบ  ซึ่งพลเอกประยุทธ์ พูดเองในสภาว่าคดีทุจริตมี 300-400 คดี เกิดความเสียหายกรณีปิดเหมืองทองอัตรา 40,000 ล้านบาท และยังให้เอกชนสำรวจเพิ่ม

นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ เอาทรัพยากรของประเทศไปให้ต่างประเทศได้อย่างไร หากเพื่อไทยเป็นรัฐบาล จะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้องค์กรอิสระ เป็นองค์ที่อิสระจริง พล.อ.ประยุทธ์เสพติดอำนาจ คล้ายกับผู้นำบางประเทศที่มาจากรัฐประหารในอดีตที่ดิ้นรนเพื่ออยู่ต่อให้ได้มีการสร้างพรรคใหม่ไปหาเสียงยังไม่รู้เลยว่านโยบายคืออะไร อุดมการณ์คืออะไร

บรรลุเป้าหมาย! "พท." ยันอภิปราย 152 ชี้เป้าล้มเหลว 4 ด้าน"ประยุทธ์"

ขณะที่ นายพิชัย กล่าวว่า ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจตามมาตรา 152 ที่ฝ่ายค้านได้เปิดเผยปัญหาต่างๆที่รัฐบาลที่สร้างขึ้นตลอด 8 ปี แต่พล.อ.ประยุทธ์ ตอบไม่ตรงกับที่ฝ่ายค้านอภิปราย ทั้งเรื่อง การทุจริตคอรัปชั่นที่กระจาย เรื่องทุนจีนสีเทา ที่มีการพูดถึงว่าในสมัยพล.อ.ประยุทธ์ ได้เปลี่ยนจากตำรวจที่มีสีกากีให้กลายเป็นสีเทาแล้ว

รวมถึงความพัวพันในธุรกิจของเครือญาติ พล.อ.ประยุทธ์ กับทุนจีนสีเทานี้ พฤติกรรมของตำรวจภายใต้การกำกับดูแล และบังคับบัญชาโดยพล.อ.ประยุทธ์ และความล้มเหลวในการบริหารประเทศในทุกด้าน

"โดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจที่พล.อ.ประยุทธ์ ยอมรับเองว่าไม่มีความรู้ความสามารถในเรื่องนี้ โดยล่าสุด สภาพัฒน์ประกาศตัวเลขเศรษฐกิจในไตรมาสที่ 4 ปี 2565 โดยขยายตัวได้เพียง 1.4% ซึ่งถือว่าต่ำมาก ทำให้เศรษฐกิจไทยปี 2565 ทั้งปี ขยายได้เพียง 2.6% ต่ำกว่าที่คาดประมาณอย่างมาก สาเหตุหลักน่าจะมาจากการส่งออกที่ติดลบถึง 10.5% ในไตรมาสที่ 4 นี้" นายพิชัย ระบุ

นายพิชัย กล่าวอีกว่า คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้เตือนไว้แล้ว และสภาพัฒน์ยังเตือนว่าการส่งออกในปี 2566 นี้จะติดลบ ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้เตือนไว้ก่อนหน้านี้แล้ว และสภาพัฒน์ยังลดการคาดการณ์เศรษฐกิจในปีนี้เหลือเพียง 3.2% หรืออาจจะต่ำกว่านึ้ก็เป็นได้ อีกทั้งคนไทยยังมีรายได้ต่อหัวต่อคนลดลงในรูปดอลล่าร์ โดยตลอด 8 ปีมานี้เศรษฐกิจไทยขยายตัวน้อยกว่าที่คาดการณ์มาตลอด และขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพมาก ดังนั้นที่อ้างว่าเศรษฐกิจดีจนมีคนชมเชยนั้นจึงไม่เป็นความจริง

บรรลุเป้าหมาย! "พท." ยันอภิปราย 152 ชี้เป้าล้มเหลว 4 ด้าน"ประยุทธ์"

นอกจากนี้ หากเปรียบเทียบเศรษฐกิจไทยกับเศรษฐกิจประเทศเพื่อนบ้าน จะพบว่าเศรษฐกิจไทยปี 65 ที่ขยายได้เพียง 2.6% ต่ำกว่าประเทศในอาเซียนมาก โดยเศรษฐกิจมาเลเซียที่เป็นประเทศรายได้สูงแล้วยังขยายได้ถึง 8.7% เวียดนามขยายได้ 8.0% ฟิลิปปินส์ 7.8% อินโดนิเซีย 5.3% แม้กระทั่งสิงคโปร์ยังขยายได้ 3.8% ซึ่งเท่ากับไทยขยายตัวได้ต่ำที่สุด และเป็นแบบนี้มาตลอด 8 ปีแล้วไม่ใช่เพียงปีนี้

ทั้งนี้ 5 ปัจจัยเสี่ยงที่พรรคเพื่อไทยเตือนเริ่มเป็นปัญหามากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งปัญหาหนี้ที่เพิ่มขึ้นไม่หยุดโดยเฉพาะหนึ้เสียในภาคธนาคาร เศรษฐกิจโลกที่ทรุดลงอย่างรวดเร็ว ปัญหาดอกเบี้ยขาขึ้นที่เพิ่มภาระประชาชนทั้งภาคธุรกิจและภาคครัวเรือน ปัญหาเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นอึดจากเดือนมกราคมที่ยังพุ่งต่ออีก 5.02% หลังปีที่แล้วเงินเฟ้อพุ่งไป 6.08% และ ปัญหาราคาพลังงานที่ราคาในตลาดโลกลดแล้ว แต่ไทยกลับไม่ยอมลด แถมก๊าซหุงต้มยังจะยิ่งเพิ่มขึ้น ซึ่งจะสร้างความลำบากอย่างมาก

"ปัญหาเหล่านี้ซึ่งหากปล่อยให้รัฐบาลนี้บริหารต่อไป เศรษฐกิจไทยจะทรุดลงไปอีก จึงถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนการบริหารและต้องปรับเปลี่ยนนโยบายทั้งหมด เพื่อให้ประเทศไทยเดินหน้าต่อไปได้ ทั้งเรื่องราคาพลังงานที่จะต้องลดลง การสร้างรายได้ใหม่ การงทุนและสร้างธุรกิจ สมัยใหม่ เป็นต้น การปรับเปลี่ยนประเทศในหลาย ๆ ด้านไปพร้อม ๆ กัน เพื่อให้ก้าวหน้าทันประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนที่จะสายเกินไป" นายพิชัย กล่าว

ข่าวล่าสุด