พร้อมยืนยันว่า ตนเสียเงินทุกครั้ง และในคลิปเสียงก็ไม่ใช่เสียงของตนเอง อีกทั้งตนไม่เคยไปร้านตัดเสื้อของใครทั้งสิ้น พร้อมย้ำว่าตนไม่ตกต่ำตกอับจนถึงขนาดนั้น
โดยนายวิษณุ ได้โชว์สูทของตัวเอง พร้อมย้ำว่า สูทของตนมีแค่ยี่ห้อ”แอร์โรว์” เท่านั้น และได้ซื้อมาเอง
เมื่อถามว่า นอกจากจะชี้แจงในสภาแล้วจะมีการฟ้องร้องผู้กล่าวหาด้วยหรือไม่ นายวิษณุ ระบุว่า ขอดูก่อน ตนไม่อยากไปค้าความให้มันยืดยาว ยุ่งยากอะไร แต่ถ้าจำเป็นก็จะทำ เพราะว่าประโยคที่รุนแรงคือคำว่า “เรียกรับแลกกับการไปเป็นประธาน ชอบไปเหลือเกิน” พร้อมย้ำว่า ที่ผมไปเพราะเขาเชิญ และ 3-4 ปีที่ผ่านมาตนไม่เคยได้ไปเลย ซึ่งตนขอปฏิเสธทั้งหมด
ส่วนหากใครจะไปอ้างอะไรนั้นตนไม่ทราบ โดยเมื่อเช้าตนได้ให้ลูกน้องติดต่อไปร้านที่เคยไปตัดชุด ทางร้านยอมรับว่ามีคนมาติดต่อให้เขียนใบเสร็จจากราคา 2,500 บาทเป็น 5,000 ได้หรือไม่เพื่อจะได้เป็นส่วนต่างในการเบิก ซึ่งทางร้านก็ไม่ยอมเขียนให้เขาจึงได้เพียงต้นขั้วและใบเสร็จเพียง 2,500 บาทเท่านั้น
ส่วนจะเป็นรายเดียวกับที่อภิปรายหรือไม่ตนไม่ทราบ แต่ตนไม่รู้ว่าคนนั้นเขาเป็นใคร เพราะมีการทำแบบนี้ 2-3 ครั้งที่ร้านนั้น พร้อมปฏิเสธว่าไม่รู้ว่าการขอใบเสร็จไปเบิกที่เกินราคาจะเชื่อมโยงกับการอภิปรายครั้งนี้หรือไม่ ซึ่งตนขอตรวจสอบก่อน โดยจะไปคุยกับเจ้าของร้านก่อน พร้อมเผยว่าเสื้อชุดนั้นตนไม่ได้รับไว้และมีการนำไปฝากประธานป.ป.ท.ไว้ “ก็กรุณารับเอาคืนไปผมไม่เอามาใส่เป็นกาลกิณี”
โดยนายวิษณุ มองว่า ก็เป็นความพยายามทุกทางของฝ่ายค้านที่จะดิสเครดิต “โถ ถ้าจะดิสเครดิตผม บอกว่ารับนาฬิกา รับบ้าน รับที่ดิน รับเงิน ยังจะพอฟังเข้าท่ากว่า เอาชีวิตไปแลกกับชุดไทยเพียงตัวเดียวหรือสองตัว ผมไม่มีประวัติอย่างนั้นในชีวิต”
ทั้งนี้ นายวิษณุ เปิดเผยอีกว่า หลังทราบเรื่องในการอภิปรายเมื่อคืนตนอยากมาชี้แจงแล้ว เดี๋ยวจะหาว่าหนี ซึ่งเวลา 22.00 น.ตนนอนฟอกไตอยู่ที่บ้านเพราะต้องนอนฟอกไตคืนละ 10 ชั่วโมงทุกวัน เพราะฟอกไตมันมีสายโยงจากท้องผมมา ลุกก็ไม่ได้ และที่สุขภาพตนมีปัญหาตัดชุดไทยใหม่ถึง 10 ชุด เพราะมันหลวมไปหมดแล้ว พร้อมถามสื่อว่า เคยเห็นตนใส่ชุดไทยตัวละ 1 หมื่น-1 แสนตนยังนึกไม่ออกว่าเอาไปใส่ที่ไหน พร้อมเผยว่า สาเหตุที่ตนใส่เสื้อไทย เพราะต้องใส่เสื้อปล่อยชายเนื่องจากใส่สูทไม่ได้เข็มขัดทับแผล