ขณะที่เรื่องของการฟื้นตัวเศรษฐกิจในเรื่องของโควิด แม้บางคนจะไม่เห็นด้วยในเรื่องของวัคซีน แต่ก็เกิดจากความสำเร็จของคนไทยทั้งประเทศ เราสามารถฟื้นตัวได้ดี เป็นอันดับ 6 ของโลกและอันดับ 1 ของเอเชีย มีการบริหารจัดการโรคระบาดได้ดีที่สุด อันดับ 5 ของโลกในการมั่นคงด้านสุขภาพ การนำพาบ้านเมืองในช่วงวิกฤตต่าง ๆ นั้นตนพยายามดึง ความสามัคคีจากคนในชาติให้มาร่วมมือกัน เพื่อเอาชนะสงครามโควิดได้อย่างงดงามและนานาชาติก็ชื่นชม
ซึ่งการเปิดประเทศในปี 64 นักท่องเที่ยวต่างชาติได้กลับมาท่องเที่ยวในประเทศ ตามเป้าหมาย 10 ล้านคน ถึงแม้ว่าหลายประเทศจะยังซบเซา เศรษฐกิจโลกยังถดถอย ขณะนี้ตัวเลขเพิ่มไป 20 ล้านคน พร้อมย้อนถามผู้อภิปรายว่า "แล้วมันไม่ดีตรงไหน หาที่ดี ๆ ดูบ้างจะได้ชื่นตาชื่นใจอะไรที่ไม่ดีก็แก้กันไป
นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ยังพูดถึงโครงการต่าง ๆ ที่ผู้อภิปรายได้เสนอมา เพื่อใช้ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ว่า การเสนอโครงการเยอะแยะไปหมด จะไปเลือกตั้งอะไรก็เชิญตามกำหนดเวลาทางกฎหมาย พร้อมยกตัวอย่างโครงการของพรรคเพื่อไทย ที่ได้นำเสนอในการอภิปราย เช่น การเพิ่มอัตราเงินเดือน 25,000 บาทต่อเดือน จ้างงาน 20 ล้านตำแหน่ง จะมีภาระงบประมาณเพิ่มขึ้น 516,22 ล้านบาท
อีกนโยบายคือการจ่ายบำนาญ 60 ปีขึ้นไป 3,000 บาทต่อเดือน ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง 9,000 บาท เด็กเยาวชน 7-22 ปี คนละ 800 บาท เพิ่มเบี้ยเด็ก 0-6 ปี 1,200 บาท ต่อเดือน ภาระงบประมาณจะเพิ่มขึ้นไป 791,340 ล้านบาท
อีกนโยบายบำนาญประชาชนคนละ 3,000 บาทต่อเดือนเรียนฟรีถึงปริญญาตรีภาระงบประมาณเพิ่มขึ้น 346,546ล้านบาท จะออกนโยบายอะไรมาต้องดูเม็ดเงินว่าหามาจากที่ไหน เพราะตอนนี้เกลี่ยกันอยู่แล้วถ้ากระจายให้มากไป คนชอบแต่ท่านก็ต้องรับผิดชอบเอาเองถ้าหางบประมาณไม่ได้ เพราะฉะนั้นใครเสนออะไรก็ตาม ก็ต้องกรุณาแจ้งด้วยว่าเอาเงินมาจากไหน
อย่าไรก็ตาม ก่อนจบการชี้แจงพล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนใช้เวลามาเยอะพอสมควรแล้วทำเยอะจนเมื่อยพูด และจะชี้แจงข้อมูลในสังคมโซเชียลให้โฆษกชี้แจงไป แล้วลองเขียนมาแล้วกันว่าท่านทำอะไรไปแล้วบ้าง เสนอแต่จะทำนี่ ทำโน่น แล้วทำไมไม่ทำก่อนหน้านี้แล้วจะมาเคลมตนไม่ได้ ตนไม่ได้กล่าวหาใคร กล่าวลอยลอยเฉยๆ