เช่น เทศบาลที่มีรายได้แต่ละปีอยู่ที่ 25-50 ล้านบาท ให้ค่าตอบแทนนายกเทศมนตรี ไว้ที่ 28,800 บาท เงินประจำตำแหน่ง 6,000 บาท เงินตอบแทนพิเศษ 6,000 บาท รวมแล้วได้ประมาณสี่หมื่นต้น ๆ ต่อเดือน แต่อบต.ที่มีรายได้ 25-50 ล้านบาทต่อปีเหมือนเทศบาล แต่นายกฯอบต.ได้เงินเดือน 21,120 บาท เงินประจำตำแหน่ง 1,900 บาท เงินตอบแทนพิเศษ 1,900 บาทรวมแล้ว รวมแล้วก็ประมาณสองหมื่นกว่าบาทต่อเดือน
ซึ่งด้วยภารกิจและหน้าที่ การดูแลประชากร ทั้งที่ อบต.หลายแห่งมีพื้นที่ใหญ่กว่า มีประชากรมากกว่าเทศบาลมาก แต่ค่าตอบแทนต่างกัน บางเทศบาลมีประชากรแค่หกร้อยกว่าคน อย่างที่ อบต.ท่าขนอน กับเทศบาลตำบลท่าขนอน ที่ สุราษฎร์ธานี พบว่าเทศบาลมีประชากรแค่สองพันกว่าคน แต่ อบต.ท่าขนอน มีประชากรห้าพันกว่าคน แต่ค่าตอบแทน แตกต่างกันมาก สมาชิกอบต.ได้เจ็ดพันกว่าบาท แต่สมาชิกสภาเทศบาลได้หมื่นกว่าบาท
"เพื่อลดความเหลื่อมล้ำตรงนี้ จึงควรคิดในเรื่องการขึ้นค่าตอบแทนเพราะสิบกว่าปีมาแล้วอบต.ไม่ได้ขึ้นค่าตอบแทนเลย ผมมองว่ามันน่าจะมีการปรับเพื่อลดความเหลื่อมลำของท้องถิ่นด้วยกันเอง ยืนยันว่าการเคลื่อนไหวช่วงนี้ ที่ถูกมองว่ามาทำช่วงเลือกตั้ง จริง ๆ แล้วเป็นเพราะที่ผ่านมา ผู้บริหารสมาคมอบต.แห่งประเทศไทยไม่ได้เคลื่อนไหวอย่างจริงจังแบบยุคนี้ ก็ทำได้แค่ออกมาบ่นเท่านั้น อย่างอบต.คลองสาม ปทุมธานี มีรายได้ต่อปี 500 ล้านบาท ดูแลประชาชนเกือบห้าหมื่นคนมากกว่าเทศบาลหลายแห่ง หรือพื้นที่อบต.ของผมที่สุราษฎร์ธานี ก็มีพื้นที่และประชากรมากกว่าเทศบาลในสุราษฎร์ธานี ที่อยู่ติดกัน อบต.หลายแห่งทั่วประเทศดูแลพื้นที่มากกว่า มีประชาชนมากกว่าแต่ค่าตอบแทนของผู้บริหารและสมาชิกอบต. ต่ำเตี้ยมาก สมาชิกอบต.บางแห่งได้ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำด้วยซ้ำ"
เลขาธิการสมาคมอบต.แห่งประเทศไทย กล่าวต่อว่า ค่าตอบแทนผู้บริหารและสมาชิกอบต.เป็นเพียงแค่ประกาศ เพราะใช้งบของอบต. แต่ละแห่งเบิกจ่ายให้ ที่ไม่กระทบกับการพัฒนาพื้นที่ และช่วงหลังที่มีการปรับลดอบต. ทำให้ตอนนี้มีสมาชิกอบต.ทั่วประเทศ แค่แสนกว่าคน จากเดิมเกือบสามแสนคน เท่ากับลดไปเกือบครึ่งหนึ่ง ส่วนผู้บริหารยังมีเท่าเดิม ดังนั้นหากมีการขึ้นเงินเดือนอบต.ทั่วประเทศ จะไม่กระทบกับงบประมาณของอบต. ในการดูแลประชาชนและการพัฒนาพื้นที่
"บางพรรคการเมืองตั้งข้อสังเกตุว่า จะให้มีการขึ้นเงินเดือน อบต.ทั่วประเทศ ทำไมมาทำตอนนี้ จะเข้าข่ายเป็นการหาเสียงเชิงนโยบายเพื่อหวังคะแนนเสียงจาก อบต.ทั่วประเทศ หรือไม่นั้น ในความเป็นจริงแล้ว การเคลื่อนไหวเรื่องนี้เกิดหลังจากมีการปรับเปลี่ยนทีมผู้บริหารสมาคมอบต.แห่งประเทศไทย เมื่อปี 2565 ซึ่งเดิมทีมผู้บริหารเดิมของสมาคมอบต.แห่งประเทศไทย ชุดเดิม ไม่ได้เรียกร้องเรื่องนี้ โดยเมื่อทีมผู้บริหารชุดปัจจุบันเข้ามา จึงเริ่มมีการเคลื่อนไหว โดยมีการจัดสัมมนาอบต.ทั่วประเทศ ที่เชียงใหม่ และมีการเคลื่อนไหวมาต่อเนื่อง ทางสมาคมอบต.แห่งประเทศ เคลื่อนไหวมาเรื่อย ๆ จนถึงตอนนี้ที่ใกล้ได้ข้อยุติ” นายปราโมทย์ กล่าว