เนชั่นทีวี

การเมือง

"สภาล่ม"ต้อนรับปีใหม่ สมฉายา 3 วันหนี 4 วันล่ม ส่งผล"ร่างกม.กัญชา" ค้างลากยาว

04 ม.ค. 2566 | thamsathit_pol

"สภาล่ม"ต้อนรับปีใหม่ สมฉายา 3 วันหนี 4 วันล่ม ส่งผล"ร่างกม.กัญชา" ค้างลากยาว

"สภา 3 วันหนี 4 วันล่ม"ยังคงเผชิญสถานการณ์กระท่อนกระแท่น สะดุดติดขัด ประธานที่ประชุมกดออดหลายรอบก็ยังไม่ครบองค์ประชุม ในที่สุด"สภาล่ม"ต้อนรับปีใหม่ ส่งผล"ร่างกม.กัญชา" ลากยาวออกไป

4 มกราคม 2566  เปิดศักราชปี 2566  สถานการณ์ทางการเมืองยังต้องมาลุ้นระทึก "การประชุมสภาผู้แทนราษฎร" โดยวันนี้ถือเป็นการประชุมสภานัดแรกของปี 2566 โดยสภาได้เลื่อนวาระพิจารณา " ร่างกม.กัญชา" ขึ้นมาพิจารณาเป็นวาระแรก 

 

หลังจากมีการอภิปรายจากทั้งส.ส.ฝ่ายรัฐบาลและ ฝ่ายค้าน จนมาถึง "นายศุภชัย  โพธิ์สุ"  ทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม ได้ขอให้ที่ประชุมลงมติ "ร่างกม.กัญชา มาตรา 11" แต่ที่ประชุมสภาใช้เวลารอองค์ประชุมนานกว่าปกติ  โดย"นายศุภชัย" ยังได้กดออดเรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่อยู่นอกห้องประชุมหลายรอบด้วยกัน  แต่จนแล้วจนรอด รอแล้วรอเล่านานกว่า 40 นาที ในที่สุดองค์ประชุมไม่ครบอยู่ดี  ประธานที่ประชุมจึงสั่งปิดการประชุม  

สำหรับเหตุการณ์ประชุมสภาฯก่อนหน้านี้  ได้มีการพิจารณาร่าง"พ.ร.บ.กัญชา กัญชง" วาระสอง โดยที่ประชุมได้เริ่มพิจารณา เพื่อลงมติในมาตรา 7/4 ซึ่งกรรมาธิการฯ ได้เพิ่มขึ้นใหม่ อย่างไรก็ตาม พบว่า ในช่วงต้นได้ใช้เวลารอองค์ประชุม กว่า 15 นาที ก่อนที่จะมีส.ส.แสดงตน ซึ่งเกินองค์ประชุม 218 เสียงไปเพียง 6 เสียงเท่านั้น ก่อนที่จะโหวตเห็นชอบมาตราดังกล่าว

 

โดยในการพิจารณาวาระสอง พบว่า มีประเด็นที่ถกเถียงในมาตรา 8 ว่าด้วยคณะกรรมการกัญชา กัญชง ซึ่งกรรมาธิการฯแก้ไขและเพิ่ม 25 คน โดยที่ประชุมได้ท้วงติง ถึงการเพิ่มตำแหน่งประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ให้เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง

 

ทั้งนี้"นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน" ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย อภิปรายคัดค้านพร้อมตั้งคำถามว่า กรณีเพิ่มตำแหน่งดังกล่าวส่อมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ เนื่องจาก"นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์" กรรมาธิการฯและที่ปรึกษา ดำรงตำแหน่งเป็นประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติด้วย คล้ายกับว่านายประพัฒน์ มาเป็น กมธ. เพื่อเขียนกฎหมายให้ตนเอง ถือเป็นผลประโยชน์ทับซ้อน ทั้งนี้ในกลุ่มเกษตรแห่งชาติ และ กลุ่มสหกรณ์ มีสมาชิก 14 ล้านครัวเรือน สงสัยว่าให้ตำแหน่งนายประพัฒน์ทำไม พร้อมขอให้กรรมาธิการฯชี้แจง 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่"นายพิเชษฐ์" ตั้งถามนั้นไม่พบการชี้แจงของกรรมาธิการฯแต่อย่างใด ก่อนที่ประชุมจะลงมติข้างมากเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการฯ จากนั้นได้เข้าสู่มาตราต่อไป


นอกจากนี้ มีรายงานเพิ่มเติม ว่า ช่วงบ่ายวันนี้ ระหว่างที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพ.ร.บ.กัญชากันชง  มีรายงานว่าเกิดเหตุไฟไหม้เล็กน้อย  ที่ห้องอาหาร ส.ส. บริเวณชั้น 2  เป็นเหตุให้สัญญาณเตือนไฟไหม้ดังขึ้น ที่อาคารรัฐสภา แต่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ก็ยังคงดำเนินต่อไป


จากนั้น พิจารณามาตรา 8/1 ว่าด้วยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในกรรมการกัญชา กัญชง จำนวน 7 คน และให้อำนาจรัฐมมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแต่งตั้ง จากผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์ 7 ด้านๆละ 1 คน คือ ด้านกฎหมาย , ด้านเกษตรกรและพันธุ์พืช, ด้านการตลาด, ด้านการคุ้มครองผู้บริโภค, ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น, ด้านวิจัยและพัฒนา และ ด้านสมุนไพร   ทั้งนี้กำหนดให้กรรมการดังกล่าวมาจากภาคเอกชนไม่น้อยกว่า 3 คน มีส.ส.ตั้งข้อสังเกตการกำหนดคุณสมบัติที่อาจเปิดช่องให้เเกิดผลประโยชน์ทับซ้อน จากนักธุรกิจด้านกัญชา


"นายพิเชษฐ์" ย้ำว่า การเขียนเนื้อหาดังกล่าวเหมือนกับตามใจพวกพ้อง นักลงทุน และกฎหมายมีช่องโหว่มีผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งเป็นการผลักดันร่างกฎหมายเพื่อตนเอง โดยเฉพาะนายประพัฒน์ ที่เป็นผู้ปลูกกัญชารายใหญ่ มีตำแหน่งใหญ่ในสภาเกษตรกร และนั่งเป็นกมธ. เพื่อนำตำแหน่งของตนเองไปเป็นกรรมการ


นอกจากนั้น มีส.ส.เสนอแนะให้เพิ่มบทบัญญัติ ลักษณะต้องห้ามของกรรมการ คือ ห้ามเป็นผู้ประกอบการ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องหรือผู้มีส่วนได้เสียในกิจการที่เกี่ยวกับกัญชา กัญชง หรือสารสกัดในลักษณะเพื่อการค้า หรืออุตสาหกรมไม่ว่าททางตรงหรือทางอ้อม เพื่อป้องกันกลุ่มทุน นักธุรกิจเข้ามาร่วมเป็นกรรมการฯ หวังสกัดผลประโยชน์ทับซ้อน

 

ทั้งนี้ "นายปานเทพ  พังพงษ์พันธ์" กมธ. ชี้แจงว่ายอมรับว่า ในกมธ. ล้วนมีผลประโยชน์ทับซ้อน และมีผลประโยชน์ทางตรง และทางอ้อม เพื่อให้เป็นตัวแทนของคนทุกฝ่าย ให้ความเห็นจากคนหลากหลายเพื่อลงมติ โดยยึดผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ขณะที่การกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามนั้น ไม่สามารถบัญญัติลักษณะต้องห้ามที่เสนอได้ เนื่องจากทำไม่ได้จริง และในช่วงแรกของการปลดล็อคกัญชาจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ

 

"หลายคนในกมธ. ตามธรรมชาติมีผลประโยชน์ทับซ้อน เช่น แพทย์ ต้องลดยาบางอย่างที่เกี่ยวกับกัญชาเพื่อให้ประชาชนมีกัญชาใช้มากขึ้น" นายปานเทพ ชี้แจง


ขณะที่"นายศุภชัย ใจสมุทร" ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานกมธ. ชี้แจงว่าการกำหนดตำแหน่งในร่างกฎหมาย ไม่ได้ระบุชื่อหรือตัวบุคคล ดังนั้นบุคคลเมื่อเป็นแล้วต้องพ้นไป ผู้จะดำรงตำแหน่งต่อจะมาเป็นกรรมการต่อ ข้อเท็จจริงที่บอกว่า ร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ฉบับเดิมนั้นดี คือร่างของนายอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะที่เสนอ แต่การพิจารณาของกมธ. ได้ตัดและเพิ่มใหม่ ตนต้องยอมรับในมติเสียงส่วนใหญ่ อย่างไรก็ดี กมธ.ไม่ยินยอมให้มีผลประโยชน์ทับซ้อน แต่คำที่อธิบายได้คือ ผู้ที่จะเข้ามาเป็นกรรมการ ต้องมีประสบการณ์ความรู้ด้านกัญชา ซึ่งจะเกี่ยวกับกัญชาไม่ว่าทางใดทางหนึ่ง


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพรวมการลงมติในมาตราต่างๆยังคงขลุกขลักอยู่เป็นระยะๆ โดยเฉพาะมาตราที่10/1 เรื่อง อำนาจหน้าที่คณะ กรรมการกัญชา กัญชง นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม ต้องกดออดเรียกสมาชิกมาแสดงตนนานกว่า 15นาที จึงมีสมาชิกครบองค์ประชุมแบบฉิวเฉียดเกินองค์ประชุมมาแค่ 2 คน


ขณะที่การโหวตมาตรา11 ที่กมธ.เสนอให้ตัดข้อความทิ้งทั้งมาตรา ก็ยังเกิดปัญหาเสียเวลารอสมาชิกเนิ่นนาน จนกระทั่งส.ส.ฝ่ายค้านหลายคนทักท้วงขอให้ปิดประชุม เพราะสมาชิกอยู่กันไม่ครบ
โดย"นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม" ส.ส.ลพบุรี พรรคเพื่อไทย เสนอให้ถอนร่างพ.ร.บ.กัญชา กัญชง ออกไปก่อน อย่ามาถ่วงเวลาแบบนี้ เพราะความไม่พร้อมสูงมาก เสียเวลาที่ต้องรอ ดูแล้วกฎหมายก็ไม่ผ่าน ถ้าจะผ่าน องค์ประชุมคงครบไปนานแล้ว แต่เหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นกับการพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้มาเป็นเดือนแล้ว ควรถอนไปก่อน

 

แต่"นายศุภชัย"พยายามยื้อเวลา ให้รอไปเรื่อยๆ เพราะที่ผ่านมานายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เคยรอสมาชิกครบองค์ประชุมนาน 53 นาที มาแล้ว ขอความร่วมมือให้อดทน

 

กระทั่งครบ 35 นาที มีสมาชิกมาครบองค์ประชุม แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงเวลาเสียบบัตรลงมติมาตราดังกล่าว กลับมีสมาชิกเสียบบัตรลงคะแนนแค่ 204 คนเท่านั้น ทำให้ไม่ครบองค์ประชุม ทำให้ "นายศุภชัย  โพธิ์สุ"  ซึ่งทำหน้าที่ประธานที่ประชุม สั่งปิดการประชุม  

 

ข่าวล่าสุด