ไอลีน เฝิง กู่ เกิดและใช้ชีวิตส่วนใหญ่ในซาน ฟรานซิสโก เธอมีพ่อเป็นชาวอเมริกัน และแม่เป็นชาวจีน ซึ่งย้ายมาใช้ชีวิตในสหรัฐฯ ระหว่างเดินทางมาศึกษาต่อ
โลกของ กู่ เป็นการผสมผสานระหว่างตะวันตกกับตะวันออก เธอเรียนในโรงเรียนเอกชนชั้นนำที่สหรัฐฯ และกลับไปเที่ยวบ้านเกิดของแม่ที่ปักกิ่งในช่วงปิดเทอม
จึงพูดภาษาจีนสำเนียงปักกิ่งได้คล่องแคล่ว ไม่แพ้ภาษาอังกฤษที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
สมัยเป็นนักกีฬาเยาวชน เธอเล่นให้กับสหรัฐฯ ก่อนย้ายไปเล่นให้จีน ตอนอายุ 15 ปี ทั้งใน วินเทอร์ ยูธ โอลิมปิก, วินเทอร์ เอ็กซ์ เกมส์ และ ชิงแชมป์โลกในปี 2021 รวมถึง โอลิมปิกฤดูหนาว เป็นรายการล่าสุด
กู่ อธิบายเหตุผลที่เลือกเล่นให้ จีน ว่าเพราะ สกีคือกีฬาที่แม่ของเธอซึ่งเป็นชาวจีนชื่นชอบ
และเธอก็อยากส่งต่อแรงบันดาลใจนี้ให้กับชาวจีนรุ่นใหม่ เพราะสกียังถือเป็นชนิดกีฬาที่ใหม่มากสำหรับคนที่นั่น
แต่ในเวลาเดียวกัน ก็มีคนตั้งข้อสังเกตว่าเรื่องของผลประโยชน์จากการเลือกเล่นให้จีน ก็อาจมีไม่น้อยเช่นกัน
เพราะนับแต่ตัดสินใจเลือกเล่นให้จีน ความนิยมของ กู่ ก็พุ่งสูงขึ้นอีกหลายเท่าตัว
โดยเฉพาะสปอนเซอร์จากแผ่นดินใหญ่ที่เข้ามาให้การสนับสนุน กว่า 30 แบรนด์ รวมถึงได้ขึ้นปกนิตยสารแฟชั่นอย่าง Vogue และ Marie Claire ฉบับภาษาจีนด้วย
ยิ่งเมื่อเธอคว้าเหรียญทองมาครอง ก็ยิ่งทำให้เธอยิ่งเป็นที่รู้จักขึ้นไปอีก
วัดได้จากบัญชี Instagram ของเธอ ณ วันนี้ (ข้อมูล เมื่อ ก.พ. 65) ก็มียอดผู้ติดตามแล้วกว่า 1 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคมถึงห้าเท่า ในเวลาแค่เดือนเดียว
ไม่ใช่ทุกคนที่เห็นด้วย
ในสถานการณ์ทั่วไป การโน้มน้าวนักกีฬาให้โอนสัญชาติ เพื่อเล่นให้ทีมชาติใหม่เป็นเรื่องปกติ
เหมือนที่ มิเชล ควาน หรือ ไมเคิล ชาง เป็นนักกีฬาอเมริกันเชื้อสายจีน ที่ได้รับการยกย่องจากรัฐบาลจีน
แต่ปัจจุบันที่ความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ เพิ่มสูงสุดในรอบกว่า 40 ปี ทำให้ทางเลือกของ กู่ มีผลสะท้อนรุนแรงกว่าที่คิด
วิล เคน พิธีกรรายการ Fox News กล่าวออกอากาศว่า กู่ ทรยศประเทศที่เธอเติบโต และส่งเสริมให้เธอเป็นนักกีฬาระดับโลกได้อย่างในปัจจุบัน
แม้แต่ฝั่งอนุรักษ์นิยมของจีน ก็แสดงท่าทีต่อต้าน กู่ เช่นกัน หนึ่งในนั้น คือ หู สี่จิน อดีตบรรณาธิการของ Global Times หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ที่เตือนสื่อต่าง ๆ ในประเทศว่าอย่าด่วนโหมประโคมยกย่องนักสกีสาวจนเกินไป
เพราะกระแสอาจตีกลับได้ หากเธอตัดสินใจกลับไปเล่นให้ทีมชาติสหรัฐฯ ในอนาคต
"เราไม่ควรฝากความภาคภูมิใจของชาวจีนไว้กับ กู่ อ้ายหลิง"
ขณะที่ กู่ ก็ปฏิเสธจะตอบคำถาม ว่าเธอสละสัญชาติอเมริกันหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมา จีน ไม่เคยอนุญาตให้นักกีฬาถือสองสัญชาติมาก่อน
และในอนาคต ก็ใช่ว่าสถานะฮีโร่ของ กู่ จะคงอยู่เสมอไป เพราะเธออาจกลายเป็นศัตรูของชาติได้ หากล้มเหลว
เหมือนกรณีของ จูอี้ หรือ เบเวอร์ลีย์ จู นักฟิกเกอร์สเก็ตที่สละสัญชาติสหรัฐฯ มาเล่นให้จีน ในรายการนี้
แต่การพลาดล้มระหว่างแข่งขันจนชวดเหรียญรางวัล ทำให้เธอถูกโลกโซเชียลโจมตีอย่างหนัก จนหน่วยงานอินเทอร์เน็ตของจีนต้องสั่งเซนเซอร์เรื่องนี้อย่างเด็ดขาด
แน่นอนว่านั่นเป็นสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น อย่างน้อยก็ในตอนนี้
เห็นได้จากท่าทีการต้อนรับอย่างอบอุ่นของแฟน ๆ บนโลกโซเชียล เมื่อเห็นเธอโพสต์รูปคู่กับขนมจีนจานใหญ่ พร้อมข้อความเป็นภาษาจีนบนเว็บไซต์ Weibo (เว่ยป๋อ)
"ยินดีต้อนรับกลับบ้าน" แฟนกีฬารายหนึ่งโพสต์ข้อความตอบกลับ
"ที่นี่คือบ้านของเธอตลอดไป"
--------------------
SOURCE