จนเมื่อผู้บริหาร เรอัล ยื่นข้อเสนอต่อสัญญาใหม่ให้พิจารณา โดยหวังว่าเขาจะเล่นร่วมกับ คริสเตียโน โรนัลโด ดาวรุ่งชาวโปรตุเกส ที่ตกเป็นข่าวว่าเตรียมย้ายมาจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
โรบินโญ ตอบปฏิเสธ และตกเป็นข่าวโยงกับหลายสโมสรชั้นนำในพรีเมียร์ลีก โดยเฉพาะ เชลซี ที่ ปีเตอร์ เคนยอน ผู้อำนวยการสโมสร ถึงกับให้ข่าวว่านักเตะเตรียมจะย้ายมาเล่นในกรุงลอนดอน
แต่สุดท้าย โรบินโญ กลับเลือกลงเอยกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งเพิ่งถูกเทกโอเวอร์โดยกลุ่มทุนจากตะวันออกกลางในปี 2008 พร้อมเซ็นสัญญาสี่ปี
"นอกลู่นอกทาง"
ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ต่างจากเรือใบสีฟ้าในปัจจุบัน ชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ
สโมสรเพิ่งได้รับการอัดฉีดเงินทุนมหาศาลเป็นปีแรก และอยู่ในช่วงเริ่มสร้างทีมเพื่อความสำเร็จ
มาร์ค ฮิวจ์ส ถูกปลดกลางฤดูกาล เปิดทางให้ โรแบร์โต มันชินี่ เข้ามาคุมทีมแทน
ถึงอย่างนั้น โรบินโญ ก็ยังยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ถึง 14 ลูกจาก 31 นัด นำทีมจบในอันดับ 5 พลาดโควตาแชมเปียนส์ลีกไปอย่างเฉียดฉิวในวันสุดท้ายของฤดูกาล ถือว่าไม่เลวสำหรับคนที่เพิ่งเคยสัมผัสฟุตบอลอังกฤษเป็นครั้งแรก
แต่ฤดูกาลที่สองของเจ้าตัวกลับล้มเหลวโดยสิ้นเชิง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอาการบาดเจ็บที่ทำให้ต้องพักไปถึงสามเดือน และมีโอกาสลงเล่นเพียง 12 นัด
กลับกัน แม้จะไม่มี โรบินโญ อยู่ด้วย แต่ มันชินี่ กลับนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จบในอันดับสาม พร้อมสิทธิ์ไปเล่นในแชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร
และนั่นทำให้ฝ่ายบริหารเห็นว่านักเตะบราซิเลียนอาจไม่จำเป็นอีกต่อไป ส่วนหนึ่งเป็นเพราะพฤติกรรมนอกลู่นอกทางที่มักออกไปตระเวนราตรี ระหว่างที่พักรักษาตัวจากอาการบาดเจ็บ
โรบินโญ ถูกส่งตัวกลับไปให้ ซานโตส ในบ้านเกิดยืมใช้งาน แต่คราวนี้ "นิว เปเล่" แผลงฤทธิ์ไม่ออกเหมือนครั้งแรกที่แจ้งเกิด
เจ้าตัวได้ลงเล่นเพียงสองนัดในช่วงที่ถูกปล่อยยืมตัว สุดท้าย ซานโตส ที่เคยอยากรั้งนักเตะรายนี้ไว้เมื่อหลายปีก่อน ก็ตัดสินใจส่งคืนให้ ซิตี้
ปัญหาคือตอนนี้ ที่ เอติฮัด สเตเดียม ไม่มีตำแหน่งว่างให้เจ้าตัวอีกแล้ว
"มุ่งหน้าสู่อิตาลี"
แม้ฟอร์มจะไม่อยู่กับร่องกับรอย แต่ชื่อชั้นเดิม ๆ ยังทำให้ โรบินโญ ได้รับความสนใจจากทีมชั้นนำอยู่
คราวนี้เป็น เอซี มิลาน ที่ยื่นข้อเสนอเข้ามา ในฤดูกาลแรกกับทีมรอสโซเนรี่ โรบินโญ ยิงไป 14 ประตูจาก 34 นัด
แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูกาลที่สอง ปัญหาเดิม ๆ ก็กลับมา ดาวเตะบราซิเลียนรักษาระดับการเล่นไว้ไม่ได้ จากหลายสาเหตุ
ทั้งปัญหาอาการบาดเจ็บเรื้อรัง รวมถึงพฤติกรรมนอกลู่นอกทางยามอยู่นอกสนาม
หนึ่งในนั้นคือเหตุการณ์ฉาวในปี 2013 ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องในภายหลัง จนสุดท้าย มิลาน ก็ขอยกเลิกสัญญา
"ถดถอย และดำดิ่ง"
นับแต่นั้น ชื่อของ โรบินโญ ก็เริ่มไม่เป็นไฮไลท์ของวงการฟุตบอลเหมือนเดิมอีกต่อไป
เขาย้ายไป กวางโจว เอเวอร์แกรนด์ ในลีกจีน ด้วยสัญญาระยะสั้น แม้จะได้แชมป์ไชนีส ซูเปอร์ลีกมาครอง แต่ก็ถูกต้นสังกัดปล่อยตัวอีกเช่นเคย
โรบินโญ เดินทางกลับบราซิลอีกครั้ง คราวนี้เซ็นสัญญากับ แอตเลติโก มิไนโร และคว้าตำแหน่งดาวซัลโวของลีกได้ในปี 2016
ระหว่างนั้นเองที่ โรบินโญ กับเพื่อนชาวบราซิลอีกห้าคนถูกศาลชั้นต้นตัดสินว่ามีความผิดในคดีข่มขืนกระทำชำเรา และมีการอุทธรณ์ต่อสู้คดีต่อ และยืดเยื้อต่อเนื่องอีกหลายปี
โรบินโญ พยายามกลับไปเล่นในยุโรปอีกครั้ง ในตุรกี และได้แชมป์ลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรกับ อิสตันบูล บาซัคเซฮีร์
ในเดือนตุลาคม 2020 โรบินโญ ก็ย้ายกลับบราซิลอีกครั้ง เพื่อเล่นให้ ซานโตส เป็นครั้งที่สาม แต่ก็ถูกต่อต้านจากสปอนเซอร์ของสโมสร จนสุดท้าย ก็ถูกยกเลิกสัญญาในที่สุด
แม้จะถูกตัดสินว่ามีความผิดจริงโดยศาลสูงของกรุงโรม แต่ภายใต้กฎหมายของบราซิลบ้านเกิด โรบินโญ จะไม่ถูกส่งตัวไปรับโทษในอิตาลี เจ้าตัวจึงสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ แต่ก็ไม่สามารถเดินทางไปในยุโรปได้เช่นกัน
และเหตุการณ์นี้ ก็น่าจะช่วยตอกย้ำเหตุผลให้ชัดเจนขึ้นว่าทำไมนักเตะซึ่งครั้งหนึ่ง มีพรสวรรค์สูงในระดับที่แม้แต่ เปเล่ ยังยกย่อง ถึงไม่สามารถดึงศักยภาพในตัวออกมาได้อย่างที่ควรเป็น
บทสรุปของ โรบินโญ จึงไม่ใช่ราชันลูกหนังโลกคนต่อไปอย่างที่ เปเล่ ทำนายไว้ แต่เป็นเพียงนักเตะฝีเท้าดีคนหนึ่ง ซึ่งจะถูกพูดถึงเพราะอาชญากรรมทางเพศที่เจ้าตัวก่อขึ้น มากกว่าผลงานในสนาม
--------------------
SOURCE