ข่าวร้ายคือนักธรณีกลับคาดการณ์ว่าเกาะแห่งนี้อาจอยู่ไม่นาน เพราะหลังจากนี้อาจถูกกระแสน้ำพัดพาออกไปอีกครั้ง แต่หลังจากการลงพื้นที่สำรวจ กลับพบสิ่งที่ชวนอึ้งมากกว่าคือ เถ้าภูเขาไฟที่เกิดจากการปะทุในครั้งนี้เกิดทำปฏิกิริยากับน้ำทะเลอุ่นๆ โดยรอบ และทำให้เถ้าภูเขาไฟพวกนี้กลายเป็นหินที่มีความแข็งแรง และนักภูเขาไฟวิทยาเชื่อว่า เกาะฮุงกา ตองกา-ฮุงกา ฮาอาปาย นี้จะอยู่ไปอีกหลายทศวรรษ แทนที่จะถูกกัดเซาะเหมือนที่เคยคาดการณ์ไว้
ซึ่งจากปรากฏการณ์แสนอัศจรรย์จากธรรมชาติในครั้งนี้จึงเกาะกำเนิดใหม่ “ฮุงกา ตองกา-ฮุงกา ฮาอาปาย” จึงเป็นเกาะที่เกิดจากภูเขาไฟแห่งที่ 3 ในรอบ 150 ปี ที่สามารถอยู่รอดได้มากกว่า 2-3 เดือน หลังจากการถือกำเนิด
ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดจากประเทศตองกา ยังไม่มีใครหรือสื่อสำนักไหนสามารถเข้าไปเก็บภาพล่าสุดของเกาะ “ฮุงกา ตองกา-ฮุงกา ฮาอาปาย” ได้ มีเพียงแค่ภาพถ่ายที่จับได้จากดาวเทียมเท่านั้น และคาดกันว่าเกาะทั้งสองลูกที่เคยเชื่อมต่อกัน อาจมลายสลายหายไปแล้ว
ทำไมภูเขาไฟใต้ทะเลถึงระเบิดได้?
ภูเขาไฟใต้ทะเล (Submarine Volcano) แม้ว่าชื่อจะบอกว่าอยู่ใต้พื้นผิวทะเล แต่ก็ยังจัดเป็นภูเขาไฟอีกหนึ่งประเภท ที่ไม่ว่าจะปะทุเมื่อไหร่ก็สร้างความเสียหายใหญ่ได้ทุกครั้ง ซึ่งจากการประเมินพบว่าทั่วโลกมีภูเขาไฟใต้ทะเลมากกว่า 1 ล้านแห่ง และมักมีการกระจุกตัวอยู่ใกล้รอยเปลือกโลก ซึ่งหากเกิดการปะทุขึ้นแต่ละครั้งจะปล่อยควัน เถ้าถ่าน และลาวา ออกมาจำนวนมหาศาล
นอกจากนี้มูลนิธิโลกเพื่อการสำรวจมหาสมุทรยังพบว่า ภูเขาไฟ 3 ใน 4 ของโลก มักเกิดใต้ทะเล และการปะทุแต่ละครั้งของภูเขาไฟใต้ทะเล นอกจากอาจก่อให้เกิดคลื่นยักษ์สึนามิ ก็ยังสามารถก่อให้เกิดภูเขาใต้ทะเลได้เช่นกัน