นับแต่อดีตเราต่างรู้กันดีว่าหัวใจถือเป็นหนึ่งในอวัยวะชิ้นสำคัญในร่างกาย คนเราต่างอาศัยสิ่งนี้ไว้ใช้ในการสูบฉีดโลหิตเพื่อสร้างชีพจร นำส่งสารอาหารและออกซิเจนเข้าไปหล่อเลี้ยงเพื่อดำรงชีวิต เมื่อเกิดความเสียหายหรือขัดข้องจนทำงานได้ไม่เป็นปกตินั่นอาจหมายถึงชีวิต
แต่จะเป็นอย่างไรหากมีคนที่ปราศจากอวัยวะหัวใจแล้วยังสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้
สู่อีกขั้นแห่งความล้ำหน้า เมื่อการแพทย์ทำให้คนเราไม่ต้องมีชีพจร
ฟังดูน่ากลัวสักหน่อยแต่นี่คือเรื่องที่เกิดขึ้นจริงมานับสิบปี ตั้งแต่ปี 2011 สองนายแพทย์จากสถาบันหัวใจเท็กซัส ดร. บิลลี่ คอน และ ดร.บูส ฟาสิเออ ได้คิดค้นเครื่องมือขึ้นมาชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถใช้ทดแทนการสูบฉีดเลือดของผู้ป่วยแทนที่มีปัญหาด้านหัวใจ ให้สามารถใส่อุปกรณ์ชิ้นนี้เข้าทดแทนเพื่อดำรงชีวิตต่อไปได้
อุปกรณ์ชิ้นนี้มีลักษณะหน้าตาคล้ายเปลือกหอยสองอันอยู่คู่กัน ทำหน้าที่สูบเลือดไปหล่อเลี้ยงร่างกายแบบที่หัวใจทำ โดยผ่านการทดลองกับลูกวัววัย 8 เดือนที่ทั้งสองทดลองถอดหัวใจของมันออก จากนั้นนำอุปกรณ์ชิ้นนี้ประกอบเข้าไปทดแทน ซึ่งช่วยให้ลูกวัวสามารถมีชีวิตต่อไปได้อย่างแข็งแรงและเติบโตขึ้นมาตามปกติสุข
ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดให้ใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้คือ นายเครก ลูอิส ผู้ป่วยโรคอะไมลอยโดซิส เป็นโรคหายากที่เกิดขึ้นเพียง 1 ใน 100,000 คนเท่านั้น เกิดจากความผิดปกติของร่างกายที่สร้างโปรตีนอะมีลอยด์มากเกินไปจนเข้าไปสะสมตามเนื้อเยื่อของอวัยะต่างๆ ทั้งตับ ไต ระบบทางเดินทางอาหาร ระบบประสาท จนถึงหัวใจ ทำให้อวัยวะล้มเหลวและเสียชีวิตในที่สุด