ตอนนี้คงไม่มีกระแสใดแรงไปกว่าภาพยนตร์ Spider-man No Way Home(2021) อีกแล้ว ทุกคนต่างเฝ้ารอการได้รับชมภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่องนี้ภายในโรง ด้วยการดึงเอาอดีตตัวร้ายของสไปเดอร์แมนภาคเก่ามาพร้อมหน้า ทำให้เราต่างพากันคาดหวังว่าจะได้พบสไปเดอร์แมนคนเก่ากลับมาให้ชื่นใจ

เกาะติดข่าวสาร >> Nation Online
logoline

            แน่นอนนี่ไม่ใช่การสปอยล์เพราะในช่วงเวลาที่เขียนบทความผู้เขียนก็ยังไม่ได้มีโอกาสรับชม และสำหรับท่านที่ติดธุระไม่สามารถไปรับชมภาพยนตร์ได้ชั่วคราว หรือหวั่นใจในการระบาดของเชื้อโควิด-19 สายพันธุโอมิครอน วันนี้จึงขอแนะนำเรื่องไว้ให้ดูแก้ขัดการไปดูในโรงภาพยนตร์กันไปก่อน

 

          กับแอนิเมชั่นสไปเดอร์แมนที่ได้รับเสียงชื่นชมและคะแนนวิจารณ์สูงกว่า Spider-man No Way Home เสียอีก
Did you know? Spider-man No Way Home ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราจะได้เห็นสไปเดอร์แมนหลายคนมาเจอกัน

จากภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์สู่แอนิเมชั่นรางวัลออสการ์
          นอกจากออกฉายในฉบับภาพยนตร์แล้ว หนึ่งในเรื่องที่ได้รับการกล่าวขานกันมากคือ Spider-man: Into the Spider-Verse(2018) ภาพยนตร์แอนิเมชั่นฟอร์มยักษ์ ที่มีการเล่าถึงตัวตนของสไปเดอร์แมนจากหลายจักรวาล ทำให้เราสามารถพบกับสไปเดอร์แมนมากหน้าหลายตาภายในเรื่อง

 

          เนื้อหาเริ่มต้นผ่านมุมมองของ Miles Morales เด็กชายผู้กำลังก้าวสู่การเป็นวัยรุ่นและเข้าโรงเรียนประจำ แต่เขากลับไม่ชื่นชอบการเรียนภายในโรงเรียนมากนัก เพราะทางบ้านมักกดดันให้เขาทุ่มเทให้การเรียน ทั้งที่ความจริงตัวของไมล์ชื่นชอบศิลปะ และชอบมาปรึกษาลุงแอร่อนผู้เข้าใจและสนับสนุนเขาด้านนี้มากกว่า

 

          ทุกอย่างยิ่งซับซ้อนวุ่นวายเมื่อเขาดันไปพบเห็นแผนการร้ายของวายร้าย ที่ต้องการเปิดมิติคู่ขนานความเป็นจริงเพื่อแผนการบางอย่าง รวมถึงการถูกแมงมุมกัมมันตรังสีกัดทำให้เขาได้รับพลังแมงมุมของสไปเดอร์แมนมา ไม่เพียงเท่านั้นช่องว่างมิติที่แตกออก ยังทำให้เขาพบเจอกับสไปเดอร์แมนมากหน้าหลายตาจากหลายจักรวาลด้วย

 

          นี่เองเป็นจุดเริ่มต้นการเดินทางของสไปเดอร์แมนคนใหม่ ไมล์ โมราเลส พร้อมกับการพาไปรู้จักจักรวาลสไปเดอร์แมนไปพร้อมกัน ทำให้เราได้รู้ว่าภายในจักรวาลนอกจาก ปีเตอร์ พาร์กเกอร์ ที่เราคุ้นหน้ากันดีแล้ว ยังมีสไปเดอร์แมนอีกมากมายรอให้เราได้ค้นพบ ตั้งแต่สไปเดอร์แมนที่เป็นคนทั่วไปจนถึงหมูพูดได้เลยทีเดียว

          หลายคนอาจพากันสงสัยว่าเหตุใดสไปเดอร์แมนจึงมีกันหลายคน ส่วนนี้อ้างอิงจากคอมมิกว่าเดิมที สไปเดอร์แมนก็ไม่ได้เป็นคนเดียวที่มีพลังแมงมุม โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดมิติข้ามจักรวาลหากัน หรือที่ในภาพยนตร์เรียกกันว่า มัลติเวิร์ส ด้วยแล้ว ทำให้สไปเดอร์แมนจากหลายโลก หลายยุค หลายช่วงเวลาปรากฏตัวออกมา

 

          ถ้า Spider-man No Way Home เป็นภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ทุกคนตั้งตารอ Spider-man: Into the Spider-Verse ก็ถือเป็นแอนิเมชั่นม้ามืดเช่นกัน แม้รายได้อาจไม่เปรี้ยงปร้าง เพราะไม่ใช่ทุกคนจะชื่นชอบการเปลี่ยนตัวละครยอดนิยมจากรูปแบบคนแสดงมาสู่ตัวการ์ตูน แต่ก็สามารถกวาดรายได้ทั่วโลกไปกว่า 375 ล้านดอลลาร์

 

          แต่ที่ประสบความสำเร็จกว่าคือฝั่งคะแนนวิจารณ์ โดยได้คะแนนเชิงบวกในเว็บ Rotten Tomatoes มากกว่า 97% คะแนนจากเว็บ Imdb อีก 8.4 เต็ม 10 รวมถึงรางวัลออสการ์สาขาแอนิเมชั่นยอดเยี่ยม ทั้งหมดล้วนการันตีคุณภาพในทุกด้าน ทั้งเนื้อหา คุณภาพแอนิเมชั่น รวมถึงเสียงพากย์ได้พร้อมสรรพ เรียกว่ายิ่งใหญ่สมการรอคอยเลยทีเดียว
Did you know? Spider-man No Way Home ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราจะได้เห็นสไปเดอร์แมนหลายคนมาเจอกัน ข้อแตกต่างระหว่างอนิเมชั่นและภาพยนตร์กับข้อดีในแบบที่คาดไม่ถึง
           แน่นอนว่าหลายคนอาจไม่คุ้นเคยกับรูปแบบแอนิเมชั่นและชื่นชอบการเป็นคนแสดงมากกว่า จากการสื่อและถ่ายทอดอารมณ์ที่เข้าถึงตัวเราได้ชัดเจน อีกทั้งความคุ้นเคยตั้งแต่อดีตจากภาพยนตร์สไปเดอร์แมนที่มีออกมาแล้วกว่า 7 ภาค กลายเป็นความผูกพันที่อยู่กับเรามายาวนาน ทำให้หลายคนติดภาพตัวละครที่เป็นมนุษย์ไปแล้ว

          แต่หากเป็นไปได้อยากให้ลองเปิดใจลองรับชมแบบแอนิเมชั่นเสียหน่อย เพราะมันก็มีข้อดีในรูปแบบที่คาดไม่ถึง เช่น

  1. มีรูปแบบการนำเสนอ เล่นแสงสี รวมถึงสร้างฉากตระการตาทั้งหลายได้มีงานศิลป์และเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องคำนึงถึงความสมจริงหรือข้อจำกัดในด้านการถ่ายทำแบบภาพยนตร์
  2. หลุดออกจากกรอบความจำเจเดิมๆ กับการที่เราได้เห็นสไปเดอร์แมนของปีเตอร์ พาร์กเกอร์มาแล้ว 7 ภาค 3 เวอร์ชั่น อาจทำให้หลายคนเริ่มเบื่อตัวละครนี้และต้องการหาความแปลกใหม่ ซึ่งเป็นจุดที่แอนิเมชั่นตอบสนองได้อย่างดีจากการเปลี่ยนตัวเอกในการนำเสนอเป็น ไมล์ โมลาเรส แต่ยังไม่ทอดทิ้งปีเตอร์ พาร์กเกอร์เช่นกัน
  3. สไปเดอร์แมนทุกคนที่ถูกหยิบมานำเสนอล้วนมีบุคลิกโดดเด่นและองค์ประกอบน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น Spider-Gwen หญิงสาวพลังแมงมุม, Spider-Ham หมูพูดได้สุดพิลึก, Spider-man noir ที่อยู่ในโหมดขาวดำตลอดเวลา จนถึง Peni parker ผู้น่ารักที่มาพร้อมหุ่นยนต์แมงมุม ล้วนเป็นตัวละครที่สร้างสีสันได้อย่างดี
  4. ในยุคหลังนับแต่ Spider-man Homecoming ที่นำสไปเดอร์แมนไปเชื่อมโยงจักรวาล Marvel เป็นต้นมา แม้จะทำให้เนื้อเรื่องดูยิ่งใหญ่ แต่การติดตามเรื่องราวจำเป็นต้องดูภาพยนตร์ต่อเนื่องหลายเรื่องจึงเข้าใจเนื้อหาทั้งหมด เช่นเดียวกับ Spider-man No Way Home ที่ต้องปูพื้นกันยาวนานเลยทีเดียวสำหรับแฟนคลับรุ่นใหม่
  5. แต่สำหรับแอนิเมชั่นเรื่องนี้ แค่คุณเคยรับชมสไปเดอร์แมนมาสักเวอร์ชั่น รู้จักเขาผ่านสื่อทั่วไปสักนิด หรือต่อให้ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย คุณก็พร้อมจะสนุกกับเนื้อหาในเรื่องได้ไม่ยาก เพราะนี่คือการพาเราไปพบปะกับสไปเดอร์แมนคนใหม่เอี่ยม เปิดโอกาสให้เราได้เข้าใจและเรียนรู้โลกในจักรวาลแมงมุมของเราไปพร้อมกัน

รวมพลคนแมงมุม           ตามที่กล่าวไปนี่คือข้อดีของภาพยนตร์แอนิเมชั่น Spider-man: Into the Spider-Verse รวมถึงเหตุผลที่อยากให้แฟนคลับสไปเดอร์แมนรวมถึงทุกคนได้รับชม กับแอนิเมชั่นยอดเยี่ยมที่ประสบความสำเร็จในทุกด้าน ได้รับความนิยมล้นหลามจนมีการสร้างภาคต่อออกฉายในวันที่ 7 ตุลาคม 2022 ที่จะถึงนี้

 

          ดังนั้นสำหรับทุกคนที่ชื่นชอบไอ้แมงมุมแล้วนี่คือแอนิเมชั่นที่คุณไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

--------------------
ที่มา