นิโค รอสเบิร์ก
เพื่อนรักหักเหลี่ยม
รอสเบิร์ก และ แฮมิลตัน รู้จักและสนิทกัน ตั้งแต่สมัยเริ่มเข้าสู่วงการในฐานะนักขับโกคาร์ท
แต่ความสัมพันธ์ที่ดีก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อ แฮมิลตัน ย้ายมาสมทบกับ รอสเบิร์ก ในทีมเมอร์เซเดส เมื่อปี 2013
เมื่อต่างก็เป็นนักขับดาวรุ่งฝีมือดี การอยู่ร่วมทีมเดียวกัน ทำให้ทั้งคู่ต้องชิงดีชิงเด่นกันเอง เพื่อเป็น "อันดับหนึ่ง" ในทีม ซึ่งเลยเถิดไปสู่ความขัดแย้งอย่างหนัก
โดยเฉพาะการลุ้นแชมป์โลกในปี 2014 ที่ถือเป็นหนึ่งในฤดูกาลที่ดุเดือดที่สุดของวงการเอฟวัน เมื่อมีการกระทบกระทั่งระหว่างทั้งคู่ ที่ บาห์เรน, สเปน และ เบลเยียม ก่อนฤดูกาลจะจบลงโดยตำแหน่งแชมป์เป็นของ แฮมิลตัน
จากนั้น สถานะของทั้งคู่ก็เปลี่ยนจากเพื่อนสนิทและเพื่อนร่วมมทีม ไปเป็นคู่แข่งเต็มตัว
ความเดือดนั้นระอุถึงขั้น ครั้งหนึ่ง รอสเบิร์ก ระงับอารมณ์ไม่อยู่ โยนหมวกใส่ แฮมิลตัน ในห้องวอร์มดาวน์ จนเป็นที่มาของเหตุการณ์ที่ถูกขนานนามว่า "แฮท เกท" ในปี 2015
สุดท้าย เมื่อ รอสเบิร์ก คว้าแชมป์โลกหนแรกในชีวิตมาครอง เมื่อปี 2016 เจ้าตัวก็ประกาศรีไทร์อย่างเป็นทางการ ขณะอายุเพียง 31 ปี เปิดทางให้ แฮมิลตัน ได้เป็นเบอร์หนึ่งของ เมอร์เซเดส ต่อไป
รอสเบิร์ก ให้เหตุผลถึงการตัดสินใจรีไทร์ว่ารู้สึกอิ่มตัวกับความสำเร็จแล้ว และการไม่ต้องลงแข่งกับ แฮมิลตัน อีก จะทำให้ทั้งคู่กลับมาเป็นเพื่อนสนิทกันได้อีกครั้ง
เซบาสเตียน เวทเทิล
คู่แข่งที่คู่ควร
แฮมิลตัน ยอมรับว่าในบรรดาคู่ปรับที่ขับเคี่ยวกันมานั้น เซบาสเตียน เวทเทิล แชมป์โลก 4 สมัย คือคนที่ตนประทับใจที่สุด และเชื่อว่าต่างฝ่ายมีส่วนขัดเกลากันและกัน จนพัฒนาฝีมือไปอีกระดับ
ในปีแรกที่ แฮมิลตัน คว้าแชมป์โลก เวทเทิล คือนักขับดาวรุ่งของ เร้ดบูลล์ ที่จบฤดูกาลนั้นในตำแหน่งรองแชมป์
ก่อนที่ในปีถัดมา เขาจะโค่น แฮมิลตัน ลงได้สำเร็จ และครองความยิ่งใหญ่ไว้ได้ถึง 4 สมัยติดต่อกัน
แต่ช่วงเวลาที่เข้มข้นจริง ๆ ระหว่างทั้งคู่ เกิดขึ้นในช่วงที่ฟอร์มของ แฮมิลตัน ขึ้นถึงจุดสูงสุด ขณะที่ เวทเทิล ย้ายไปสคูเดเรีย เฟอร์รารี เพื่อฟื้นฟูอดีตยักษ์ใหญ่ให้กลับมา โดยเฉพาะในฤดูกาล 2017 และ 2018 ที่ เวทเทิล ขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงแบบเต็มตัว
หนึ่งในเหตุการณ์ที่ทั้งคู่ปะทะกันทั้งในและนอกสนาม เกิดขึ้นในรายการ อาเซอร์ไบจาน กรังด์ปรีซ์ 2017 เมื่อ เวทเทิล ไม่พอใจที่ แฮมิลตัน แกล้งเบรคให้รถสะดุดหลายครั้ง ระหว่างขับตามเซฟตี้คาร์ จนตบะแตก ขับชนอีกฝ่ายจนถูกลงโทษ 10 วินาที
แม้สุดท้าย เวทเทิล จะคว้าแชมป์ที่สนามนั้น แต่ไม่เพียงพอจะหยุดความร้อนแรงของ เมอร์เซเดส และ แฮมิลตัน เมื่อสิ้นสุดฤดูกาลได้อยู่ดี
มักซ์ แวร์สแตพเพน
รุ่นน้องปีนเกลียว
หลังขึ้นเป็นรุ่นใหญ่เต็มตัว ก็ถึงคราวที่ แฮมิลตัน จะต้องถูกท้าทายโดยนักขับรุ่นน้องบ้าง
ครั้งนี้เป็นคิวของ มักซ์ แวร์สแตพเพน นักขับดาวรุ่งชาวดัตช์จาก เร้ดบูลล์ ที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ท้าชิงในฤดูกาลล่าสุด
และก็เป็นธรรมดาที่การขับเคี่ยวเพื่อตำแหน่งแชมป์โลก จะนำไปสู่การกระทบกระทั่งกันระหว่างสองนักขับต่างวัยเป็นระยะ
โดยเฉพาะในการแข่งที่ ซิลเวอร์สโตน ที่ แฮมิลตัน ถูกลงโทษจากกรณีเจตนาขับ ให้เกิดการเฉี่ยวชนระหว่างรถทั้งสองคัน จน เร้ดบูลล์ ของ แวร์สแตพเพน หลุดออกนอกสนามไปชนกับแบร์ริเออร์อย่างจัง
แม้จะถูกบวกเวลาอีก 10 วินาที และต้องถอยไปอยู่ในอันดับ 4 แต่เมื่อปราศจากคู่แข่งสำคัญในสนาม แฮมิลตัน ก็เร่งแซงจนกลับมาเป็นแชมป์ในสนามนั้นได้สำเร็จ พร้อมลดช่องว่างที่ตามหลัง แวร์สแตพเพน ในเวลานั้น จาก 33 เหลือเพียง 8 คะแนน
แวร์สแตพเพน หัวเสียกับเหตุการณ์นี้มาก เพราะขณะที่ตนต้องถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แฮมิลตัน กลับได้คะแนนสำคัญไปแทน ขณะที่สตาฟฟ์ของ เมอร์เซเดส ก็ฉลองราวกับว่าไม่เกิดอะไรขึ้น
แต่สุดท้าย แวร์สแตพเพน ก็โค่นแชมป์โลก 7 สมัยลงได้สำเร็จ เมื่อแซง แฮมิลตัน ในรอบสุดท้ายของสนามสุดท้ายที่ อาบู ดาบี จนเป็นแชมป์โลกคนใหม่
และน่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปีนเกลียวระหว่างนักขับสองวัยในฤดูกาลหน้าอย่างแน่นอน
--------------------
ที่มา