พร้อมซัดทอดต่อไปถึงบุคคลอีกหลายราย ว่ามีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งพ่อลูก ดิยัค, นุซมัน ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งประธานโอลิมปิกบราซิล อาเธอร์ ซัวเรส นักธุรกิจซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของตน และเป็นผู้จ่ายเงินก้อนดังกล่าว หรือแม้แต่ ลูอิซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา อดีตประธานาธิบดีบราซิลด้วย
กาบราล ให้ข้อมูลว่าจ่ายเงินสินบนก้อนดังกล่าวไป เพื่อล็อบบี้คะแนนเสียงของคณะกรรมการ 9 รายจากผู้มีสิทธิ์ออกเสียงทั้งสิ้น 95 คน
และ 2 ในนั้น มีชื่อของตำนานของวงการกีฬาอย่าง เซอร์เก บุบกา อดีตสุดยอดนักค้ำถ่อชาวยูเครน และ อเล็กซานเดอร์ โปปอฟ อดีตนักว่ายน้ำระดับตำนานของรัสเซีย รวมอยู่ด้วย แม้ทั้งคู่จะยืนกรานปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นก็ตาม
หลักฐานที่ถูกเปิดเผย
ในการพิจารณาคดีของ นุซมัน มีการเปิดเผยหลักฐานอื่น ๆ ที่อาจขยายไปสู่เรื่องอื่น ๆ ที่อยู่เบื้องหลังอีกก็ได้
เช่น คำให้การของ กาบราล ที่ยืนยันว่า นุซมัน คือผู้ที่อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้
นุซมัน ติดต่อหาอดีตผู้ว่าการนครรีโอ ก่อนการโหวตหลายเดือน เพื่อบอกว่า ดิยัค คนพ่อ ซึ่งขณะนั้นเป็นประธาน ไอเอเอเอฟ สามารถการันตีเสียงโหวตให้ได้อย่างน้อย 5-6 เสียง แลกกับเงิน 1.5 ล้านดอลลาร์
ก่อนจะมีการติดต่อมาอีกครั้งว่า สามารถหาคะแนนเสียงเพิ่มได้อีก 3 เสียง แลกกับเงิน 5 แสนดอลลาร์
ยังมีอีเมลโต้ตอบกันระหว่างคนของโอลิมปิกบราซิล กับ ดิยัค คนลูก ซี่ง CC ถึง นุซมัน และ เลโอนาร์โด กรายเนอร์ อดีตผู้อำนวยการทั่วไปของ รีโอ 2016 พูดคุยถึงรายละเอียดในการโอนเงินดังกล่าว ไปยังบัญชีที่อยู่ในดาการ์หรือมอสโก
อดีตวีรบุรุษของชาติ สู่มาเฟียวงการกีฬา
องค์ประกอบสำคัญที่ทำให้ นุซมัน มีอำนาจและคอนเนกชั่นมากพอจะเรียกสินบนจากผู้บริหารระดับสูง และโน้มน้าวบรรดาคณะกรรมการของไอโอซีได้ ส่วนหนึ่งมาจากการที่เจ้าตัวอยู่ในตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิกของบราซิล มานานถึง 22 ปี
ในอดีต นุซมัน คือหนึ่งในสมาชิกทีมวอลเลย์บอลชายของบราซิล ในโอลิมปิก ฤดูร้อน 1964 และเมื่อเลิกเล่น ก็เข้ารับตำแหน่งในสมาพันธ์วอลเลย์บอลบราซิล (ซีบีวี) และก้าวขึ้นเป็นประธานในที่สุด และอยู่ในตำแหน่งดังกล่าวนานถึง 20 ปี
นุซมัน ได้รับการยกย่องอย่างมาก เพราะระหว่างปี 1975-1995 ที่เจ้าตัวเป็นประธานของซีบีวีนั้น ถือเป็นยุคของวงการวอลเลย์บราซิลก็ว่าได้ ทั้งเหรียญทองโอลิมปิก 1992 แชมป์เวิลด์ลีก 1993 จากทีมชาย และแชมป์โลกกับแชมป์เวิลด์กรังด์ปรีซ์ของทีมหญิงในปี 1994
รากฐานที่ นุซมัน วางไว้ให้กับซีบีอี ยังมีบทบาทในการวางรากฐานไว้สำหรับนักกีฬารุ่นต่อ ๆ มา จนทีมวอลเลย์บอลทั้งชายและหญิงของบราซิล ยังอยู่บนแถวหน้าของโลกจนถึงปัจจุบัน
นั่นทำให้เจ้าตัวได้รับการเสนอชื่อขึ้นเป็นประธานคณะกรรมการโอลิมปิกบราซิล และประธานคณะกรรมการจัดการแข่งขัน รีโอ เกมส์ ในเวลาต่อมา
แม้ก่อนถูกจับกุม นุซมัน จะมีภาพลักษณ์เป็นวีรบุรุษในสายตาคนทั่วไป แต่ก็มีหลายรายที่พยายามจะขุดคุ้ยเบื้องหลังเพื่อเปิดโปงเจ้าตัวเช่นกัน
หนึ่งในนั้นคือ เอริค เมลสัน "บิดาแห่งกีฬาฤดูหนาวของบราซิล" ซึ่งถูกบีบพ้นจากตำแหน่งประธานสมาพันธ์กีฬาฤดูหนาวบราซิลที่เขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้งขึ้น ในปี 2013 จากความพยายามคัดค้านเรื่องที่ นุซมัน จะควบตำแหน่งประธานคณะกรรมการโอลิมปิกบราซิล และประธานจัดการแข่งขัน รีโอ เกมส์ เพราะมองว่าเป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน
แต่สิ่งที่ เมลสัน พยายามจะสื่อแทบไม่ได้รับความสนใจจาก โธมัส บาค และไอโอซีเลย กระทั่งคดีของสองพ่อลูกดิยัค ถูกสาวมาถึง นุซมัน ในเวลาต่อมา
ด้านมืดที่ถูกมองข้าม
คดีของ นุซมัน อาจยังต้องใช้เวลาอีกหลายปีกว่าจะได้ข้อสรุป เพราะหลังทราบผลการพิจารณาคดี ทนายของ นุซมัน ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลแล้ว และน่าจะทำให้เรื่องนี้ยืดเยื้อออกไปอีก
และเมื่อมองย้อนกลับไปที่การเตรียมเป็นเจ้าภาพของ รีโอ เดอ จาเนโร ในครั้งนั้น เราจะพบว่าคดีของ นุซมัน เป็นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งของการคอร์รัปชันในบราซิลเท่านั้น
กาบราล อดีตผู้ว่ารีโอ ซึ่งซัดทอดมาถึง นุซมัน ยังมีคดีอื่น ๆ ติดตัว รวมโทษแล้วกว่า 200 ปี เพราะพัวพันกับการติดสินบนอื่น ในเรื่องการก่อสร้างและปรับปรุงสนามกีฬามาราคานา และรถไฟใต้ดินสายใหม่ ซึ่งใช้บงประมาณเกินกว่าที่เสนอไว้
เช่นเดียวกับชื่อของ คาร์ลอส คาร์วัลโญ มหาเศรษฐีของประเทศ และ Odebrecht ผู้รับเหมาก่อสร้างรายใหญ่
ที่สุดท้ายแผนงานเหล่านี้ไม่ได้ช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ประชากรส่วนใหญ่ใน รีโอ เดอ จาเนโร อย่างที่ประกาศไว้ในทีแรก ขณะที่เม็ดเงินมหาศาลในโครงการก็ตกอยู่กับบรรดากลุ่มผู้มีอิทธิพลเช่นเดิม
ขณะที่ในฝั่งวงการกีฬา ก็ยังมีด้านมืดและผู้มีอิทธิพลอีกมากที่รอวันถูกเปิดโปงอีกมาก เมื่อมีหลักฐานจากหลายฝ่ายระบุตรงกันว่า ดิยัค คนลูกนั้นมีส่วนพัวพันกับการเลือกโตเกียวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกในครั้งถัดมาด้วย...
--------------------
Source