จากเหตุการณ์การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันโลกที่ส่งผลต่อราคาน้ำมันในประเทศไทย ส่งผลให้ผู้บริโภคอย่างเราๆต้องเผชิญกับวิกฤตค่าครองชีพภายหลังสถานการณ์ราคาพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น แถมราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกยังปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตามกลไกการทำงานของตลาด
เหลียวกลับมามองที่ค่าแรงขั้นต่ำต่อวันของไทยที่ยังยืนหยัดอยู่ที่ 313 บาทต่อหัว ในขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลพุ่งขี้นไปเกือบลิตรละ 30 ในขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินแทบจะแตะ 40 บาทต่อลิตร คำถามที่เกิดขึ้นคือคนไทยจะใช้ชีวิตอย่างไรในเมื่อรายได้สวนทางกับค่าใช้จ่ายโดยสิ้นเชิง
ในขณะเดียวกันประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงของเราอย่างมาเลเซีย ที่แม้รายได้ขั้นต่ำต่อหัวไม่ต่างจากเรามากนัก เฉลี่ยอยู่ที่ 395 บาทต่อวัน แต่ราคาน้ำมันเฉลี่ยอยู่ที่ลิตรละ 16 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าถูกกว่าเราเกือบเท่าตัวในขณะที่รายได้ต่อหัวเขาก็ยังได้มากกว่า
ประเทศผู้นำระดับโลกอย่างสหรัฐอเมริกา ที่รายได้ขั้นต่ำเฉลี่ยอยู่ที่วันละ 1,896 บาท หรือ 237 บาทต่อชั่วโมง แต่ราคาน้ำมันในประเทศมหาอำนาจแห่งนี้ยังคงอยู่ที่ 32.50 บาทต่อลิตรเท่านั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน)
เป็นที่น่าเคลือบแคลงใจว่าประชาชนชาวไทยยังคงต้องทนใช้ชีวิตท่ามกลางวิกฤตสินค้าแพง ในขณะที่รายได้ยังคงเท่าเดิม อย่างนั้นหรือ? การแก้ปัญหาดังกล่าวทั้งเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจ ยังคงเป็นที่น่าจับตามองต่อไปว่าหลังจากนี้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว จะออกมาแก้ไขสถานการณ์ได้อย่างไร