Here we go. Zlatan
ชื่อของ โรมาโน เริ่มเป็นที่สนใจของผู้คน เมื่อเป็นรายแรก ๆ ที่รายงานความเคลื่อนไหวของ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช ว่าจะย้ายมาเล่นให้ เอซี มิลาน ในปี 2019
รวมถึงเป็นรายแรก ๆ ที่ให้ข้อมูลเรื่อง คาร์โล อันเชลอตติ ตอบรับงานคุม เอฟเวอร์ตัน และ เคลาดิโอ รานิเอรี กับ ซามพ์โดเรีย ด้วย
ไปจนการให้ข่าวว่า ซีเนดีน ซีดาน เตรียมลาออกจาก เรอัล มาดริด และการย้ายกลับไป ปาร์มา ของ จานลุยจิ บุฟฟ่อน ในซัมเมอร์ปีถัดมา
เผยแต่ข้อมูล ไม่เผยแหล่งข่าว
ในอุตสาหกรรมที่ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ "ข้อมูลวงใน" ที่จะสร้างแตกต่างนั้น สำคัญมาก และส่วนใหญ่ควรถูกเก็บไว้เป็นความลับ
การเผยแพร่เรื่องบางอย่างออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือก่อนเวลาเหมาะสม อาจก่อให้เกิดปัญหาได้
แต่ด้วยคอนเนกชั่นที่มี และความแน่นแฟ้น ทำให้ โรมาโน ได้รับอนุญาตจากแหล่งข่าวเหล่านั้น ให้เปิดเผยข้อมูลได้ "แต่" ไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้
ซึ่งเจ้าตัวก็พูดแบบติดตลกว่าถ้าชื่อของแหล่งข่าวหลุดออกไปจริง ๆ ตนคงจะเป็นคนแรกที่โดนฆ่าทิ้ง
ไม่ต้องเร็วที่สุด แต่แน่นอนที่สุด
หลักการทำงานของ โรมาโน แม้จะอยู่ในยุคที่ข่าวสารเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบนโลกอินเทอร์เนต
แต่เจ้าตัวกลับเลือกที่จะทำงานด้วยแนวคิด 'slow jounalism' คือความแน่นอนต้องมาก่อน
โรมาโน จะไม่พูดถึงการซื้อขาย จนกว่าจะมั่นใจได้ 100% ว่าข่าวนั้นถูกต้อง และตราบใดที่ยังไม่แน่ใจ จะไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเด็ดขาด
โรมาโน เล่าว่าในวัน ๆ หนึ่ง เขาจะโทรศัพท์ไม่ต่ำกว่า 50 ครั้ง เพื่อรวบรวมข้อมูล ยังไม่นับการเดินทางไปที่โรงแรม หรือสำนักงานใหญ่ของสโมสรต่าง ๆ เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากเอเยนต์นักเตะ หรือผู้อำนวยการสโมสร
ปีศาจสำหรับแฟนบอล เทวดาของสโมสร
เป็นธรรมดาของการคลุกคลีในตลาดนักเตะที่ โรมาโน จะต้องใกล้ชิดและข้องแวะกับบรรดาผู้อยู่เบื้องหลังการย้ายทีม
โดยเฉพาะกลุ่มที่ถูกเรียกว่าซูเปอร์เอเยนต์ ซึ่งมีคอนเนกชั่นหรืออิทธิพลกับเหล่าซูเปอร์สตาร์ในมือ
ไม่ว่าจะเป็น มิโน ไรโอลา (เออร์ลิง ฮาลันด์, มัทเธียส เดอ ลิจท์, ปอล ป็อกบา และ ซลาตัน อิบราฮิโมวิช)
จอร์จ เมนเดส (โชเซ มูรินโญ และ คริสเตียโน โรนัลโด) หรือ ปินี ซาฮาวี (โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี)
คนกลุ่มนี้มักถูกแฟนบอลก่นด่าว่าเป็นพวกที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อสโมสร อยู่เบื้องหลังการขบถของนักเตะในอาณัติ หรือทำให้การเซ็นสัญญายุ่งยากกว่าที่ควรจะเป็น
แต่ โรมาโน ก็พร้อมจะนำเสนออีกด้านที่หลายคนไม่ได้เห็น โดยเฉพาะการมองผ่านมุมผู้บริหารสโมสรว่าคนเหล่านี้ หลายครั้งช่วยนำสิ่งที่สโมสรต้องการมาให้
โรมาโน ซึ่งยอมรับแบบไม่อ้อมค้อม ว่าสนิทกับ ไรโอลา บอกว่าคนเหล่านี้คงไม่ใช่เทวดาหรือนักบุญมาโปรดแบบ 100% และบางครั้งก็เป็นตัวปัญหาจริง ๆ จากการมีอำนาจ มีคอนเนกชั่น และมีบทบาทในการตัดสินใจมากแต่ถ้าปราศจากเอเยนต์แล้ว การที่สโมสรจะบรรลุข้อตกลงต่าง ๆ ในการเซ็นสัญญากับนักเตะซักคน จะเป็นเรื่องยุ่งยากมาก แต่ก็เป็นเรื่องที่สื่อส่วนใหญ่ไม่ได้พูดถึง หรือเลือกนำเสนอด้านลบมากกว่า
สร้างชื่อบนโลกโซเชียล
นอกจากเหล่าซูเปอร์เอเยนต์แล้ว นักข่าวยุคใหม่อย่าง โรมาโน เองก็มีบทบาทสำคัญไม่น้อยในการขับเคลื่อนวงการฟุตบอลยุคนี้ ผ่านสื่ออย่าง โซเชียลมีเดีย
โรมาโน ในวัย 28 ปี ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในยุคนี้อย่างคุ้มค่า จนเป็นที่รู้จักของคนไปทั่วโลก ไม่เฉพาะในอิตาลี หรือยุโรป
เจ้าตัวมีผู้ติดตามบน Twitter (@FabrizioRomano) เกือบ 6 ล้านคน และบน Instagram มากกว่า 5 ล้านคน (มากกว่านักกีฬาดัง ๆ บางคนด้วยซ้ำ) และอีก 6 แสนคนบน YouTube และ 4 แสนคนบน Twitch
ในมุมของ โรมาโน หัวใจสำคัญของการสร้างฐานผู้ติดตามจนเติบโตได้ขนาดนี้ คือนอกจากข้อมูลที่เชื่อถือได้แล้ว ยังต้องมีเรื่องการปฏิสัมพันธ์ด้วย
"ผมไม่จำเป็นต้องขายหนังสือพิมพ์หรือรายการทีวี ที่ผมต้องทำ คือแสดงให้คนเหล่านั้นเชื่อว่าข้อมูลจากผมถูกต้อง"
โรมาโน มองว่าข้อดีของตลาดซื้อขายนักเตะคือ เขาสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับแฟนกีฬาที่ติดตามได้ เพราะถ้าปราศจากคนกลุ่มนี้แล้ว กีฬาจะเป็นเรื่องน่าเบื่อมาก
เขายกตัวอย่างกรณีของ เจดอน ซานโช ปีกทีมชาติอังกฤษ ที่เป็นข่าวกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด นานหลายปี และใช้เวลาในการเจรจาระหว่างสองสโมสรนานเกือบ 18 เดือน
แต่แฟนบอลก็ไม่เคยเบื่อกับเรื่องเหล่านี้ และมักถามเขาอยู่เป็นระยะ กระทั่งดีลนี้ลุล่วง
เมื่อแฟนบอลไม่เบื่อที่จะถาม เขาก็ไม่เบื่อที่ต้องตอบคำถามเดิม ๆ ซ้ำ เพราะมองว่านี่คือส่วนหนึ่งของแพสชั่นที่แฟน ๆ มีต่อสโมสร และเป็นสิ่งที่ทำให้เขาเป็นที่รู้จัก
แม้บางครั้งจะมีปฏิกิริยาทางลบกลับมาบ้าง โดยเฉพาะเมื่อการเซ็นสัญญาไม่เป็นอย่างที่แฟน ๆ ต้องการ
ไม่แน่นอนเสมอไป
โรมาโน ย้ำว่าบทบาทของตนเป็นเพียงผู้ถ่ายทอดเหตุการณ์ ซึ่งบางครั้งก็อาจเกิดพลิกผันได้
เหมือนกรณีของ ดาบิด ซิลบา ที่เตรียมย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไป ลาซิโอ เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว
การเจรจาเป็นไปด้วยดี เหลือเพียงรอการเดินทางไปตรวจร่างกาย
แต่ทุกอย่างก็พลิกในนาทีสุดท้าย เมื่อ ซิลบา เลือกย้ายไป เรอัล โซเซียดาด ด้วยเหตุผลด้านครอบครัว จนทำให้ โรมาโน ที่ 'Here we go.' ไปแล้ว โดนแฟน ๆ ลาซิโอ ถล่มยับ
โชคดีที่ผู้อำนวยการสโมสร ลาซิโอ ให้สัมภาษณ์อธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น จนทุกคนเข้าใจได้ว่าเกิดอะไรขึ้น
"ผมไม่ใช่ ดาบิด ซิลบา และก็ไม่มีอำนาจควบคุมอะไรได้ด้วย"
โรมาโน ยกตัวอย่างกรณีของ ลิโอเนล เมสซี ในซัมเมอร์นี้ ว่าเป็นอีกเคสที่ไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำงาน
ทั้งในแง่ของการที่นักเตะและต้นสังกัดเก่า ต่างก็เป็นไอคอนของวงการ การจะให้ข่าวที่เชื่อถือได้แต่ละครั้งจึงต้องทำอย่างระมัดระวัง
แต่กลับกัน ก็มีข่าวปลอมเกิดขึ้นเต็มไปหมด ในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่น เมสซี ยังพักผ่อนอยู่ที่อิบิซาบ้าง หรือไปถึงปารีสแล้วบ้าง แม้แต่เรื่องที่ว่า บาร์เซโลนา พยายามเสนอสัญญาฉบับใหม่ให้
มุมมองต่อนักฟุตบอลรุ่นใหม่
โรมาโน เลือกที่จะไม่พูดถึงฝีเท้าว่าใครคือนักเตะที่น่าสนใจ แต่ในมุมของคนที่คลุกคลีกับวงการฟุตบอลมาพอตัว
เจ้าตัวรู้สึกว่านักฟุตบอลรุ่นใหม่จำนวนหนึ่ง ไม่ว่าจะในยุโรปหรืออเมริกาใต้ เผลอตัวไปกับความสำเร็จหรือชื่อเสียงที่เพิ่งได้มา จนละเลยสิ่งที่ควรทำในฐานะมืออาชีพ ทั้งที่ทุกวันนี้ สโมสรและเอเยนต์ชั้นนำ ต่างก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก
"เมื่อคุณมีชื่อเสียงหรือมีเงินมากตั้งแต่อายุยังน้อย คุณคงคิดว่าสามารถมีทุกสิ่งที่ต้องการได้ แต่สิ่งที่ขาดไป ก็คือความเป็นมืออาชีพ"
เพราะความเป็นมืออาชีพนี่เองที่ทำให้ โรมาโน มีวันนี้
"การเป็นนักข่าวก็ไม่ง่ายเหมือนกัน ผมมักจะถูกถามว่าข่าวไหนเป็นความจริง และอยากให้ช่วยยืนยัน แต่ผมจะพูดต่อเมื่อแน่ใจแล้วเท่านั้น ผมไม่อยากให้ข่าวเท็จ และก็ไม่อยากปฏิเสธว่าข่าวไหนไม่จริงเช่นกัน"
--------------------
SOURCE: