เรื่องนี้เป็นที่พูดถึงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น จากรายงานของคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ(IPCC)แห่งสหประชาชาติ เผยผลวิจัยชิ้นสำคัญในปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศและภาวะโลกร้อน ว่าในตอนนี้เรากำลังอยู่บนจุดเปลี่ยนสำคัญ หากยังไม่เริ่มแก้ไขทุกอย่างอาจสายเกิน
ในส่วนนี้ได้รับการยืนยันจากคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (IPCC) ว่าอุณหภูมิโลกในปัจจุบันสูงขึ้นจากสมัยก่อนปฏิวัติอุตสาหกรรมกว่า 1.2 องศาเซลเซียส โดยกำลังจะข้ามผ่านเส้นอันตรายที่ 1.5 องศาเซลเซียส นำไปสู่การเกิดภัยพิบัติจากความเปลี่ยนแปลงทางสภาพอากาศ และกำลังส่งผลให้ทั่วโลกแปรปรวน
นั่นทำให้เกิดความพยายามจากหลายทางเพื่อยับยั้งเหตุการณ์ดังกล่าว ตั้งแต่ลดการใช้พลังงานจากน้ำมันและถ่านหิน เปลี่ยนไปใช้รถพลังงานไฟฟ้า หรืออนุรักษ์ธรรมชาติให้มากขึ้น รวมถึงการหารือด้านผลกระทบในหลายด้าน ทั้งจากภัยธรรมชาติรวมถึงประเทศตามแนวชายฝั่งที่ได้รับผลกระทบจากน้ำทะเลที่สูงขึ้น
น่าเสียดายที่หลายปีมานี้ผลตอบรับด้านรักษาสิ่งแวดล้อมกลับไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ภายหลังการประกาศถอนตัวของสหรัฐฯในปี 2017 เช่นเดียวกับอีกหนึ่งมหาอำนาจอย่างจีน ในการพึ่งพาพลังงานจากถ่านหินจนกลายเป็นประเทศที่มีอัตราการสร้างมลพิษสูงสุดในโลก และยังไม่มีทีท่าว่าจะแก้ปัญหานี้ได้สำเร็จจากปัญหาขาดแคลนพลังงานภายในประเทศ