ความสำเร็จเหล่านี้ทำให้ค่ายหนังทั่วทุกมุมโลกเล็งเห็นและหันมาให้ความสนใจกับธุรกิจสตรีมมิ่ง ตั้งแต่สามค่ายยักษ์ใหญ่วงการภาพยนตร์ Disney เปิดตัว Disney+ โดยมีตัวชูโรงด้วยแฟรนไชส์ดังอย่าง Marvel กับ Star wars, Warner Bros มาพร้อมกับ HBO MAX รวมถึง Universal ที่กำลังริเริ่ม Peacock ขึ้นมาเป็นช่องทางของตัวเอง
นอกจากสามค่ายนี้แล้ว Apple บริษัทไอทีระดับโลกยังเริ่มผลักดัน Apple TV+ พร้อมปลุกปั้นซีรีย์คุณภาพขึ้นมา เช่นเดียวกับ Amazon เว็บอีคอมเมิร์ซชื่อดังที่ทุ่มเทให้กับ Amazon prime ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์ในการทำซีรีย์ The Lord of The Rings กับทุนสร้างกว่า 465 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือกระทั่งฝั่งเอเชียก็มี VIU จากเกาหลี และ WETV จากจีนด้วยเช่นกัน
แต่กระแสการต่อต้าสตรีมมิ่งเองก็เริ่มมีมาก่อนหน้านั้นแล้ว ตั้งแต่ในปี 2019 กับผู้กำกับระดับตำนาน Steven Spielberg แสดงไม่เห็นด้วยกับการให้ภาพยนตร์จากเน็ตฟลิกเข้าชิง Oscar แต่ควรไปชิงรางวัล Emmy สำหรับโทรทัศน์มากกว่า เพราะเขารู้สึกว่างานถ่ายทำของเน็ตฟลิกถูกสร้างขึ้นมาบนเล็กเป็นหลัก แม้ภายหลังแนวคิดจะเปลี่ยนไปทำให้สตีลเบิร์กหันมาเซ็นสัญญาร่วมงานกับเน็ตฟลิกในช่วงปี 2021 ก็ตาม
นั่นไม่ได้ทำให้ข้อขัดแย้งจากทางฝั่งคนวงการภาพยนตร์ลดลง การนำภาพยนตร์เข้าฉายโรงพร้อมลงสตรีมมิ่งหรือคล้อยหลังไปไม่กี่วัน เป็นสิ่งที่โรงภาพยนตร์พากันโอดครวญแสดงความคิดไม่เห็นด้วย เพราะนั่นทำให้รายได้ของภาพยนตร์หลายเรื่องลดลง อย่างกรณีของ The Irishman ภาพยนตร์ยอดเยี่ยมที่ได้เข้าชิงออสการ์นับสิบรางวัล กลับไม่สามารถทำเงินได้มากนัก เพราะมีการลงแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเน็ตฟลิกหลังเข้าฉายไม่ถึงเดือน
ประเด็นนี้เองก็เกิดขึ้นกับบริษัท Warner Bros ในช่วงปลายปี 2020 สถานการณ์ระบาดของโควิดยังไม่น่าวางใจ วัคซีนถูกผลิตออกมาไม่นานและยอดการฉีดยังมีจำนวนน้อย ทำให้ทางบริษัทตัดสินใจดำเนินนโยบายใหม่ โดยการนำภาพยนตร์ที่มีกำหนดฉายในปี 2021 ทั้งหมดลงสตรีมมิ่ง HBO MAX ควบคู่ไปกับการฉายในโรงภาพยนตร์ด้วย
การประกาศในครั้งนั้นกลายเป็นเรื่องใหญ่โตนอกจากบรรดาโรงภาพยนตร์ออกมาแสดงความไม่พอใจ ทางค่าย Legendary ที่ผลิตภาพยนตร์ Godzilla vs Kong และ Dune รับทราบเรื่องที่ทางวอร์เนอร์จะนำภาพยนตร์ลงสตรีมมิ่งก่อนหน้าสื่อไม่กี่ชั่วโมง โดยไม่มีการตกลงหรือพูดคุยกันมาก่อนทำให้เกือบเกิดการฟ้องร้องคดีความ
เช่นเดียวกับบรรดาผู้กำกับชื่อดังมากมายที่ร่วมงานกับบริษัทออกมาแสดงความไม่พอใจกันล้นหลาม ตั้งแต่ Jame Gunn ผู้กำกับ The Suicide Squad, Denis Villeneuve ผู้กำกับภาพยนตร์ไซไฟ Dune, Lana Wachowski เจ้าของผลงานชื่อก้องโลกกลับมารับหน้าที่ใน The Matrix4 หรือแม้แต่ Christopher Nolan ผู้กำกับคู่บุญทำผลงานโด่งดังกับทางค่ายมายาวนาน ออกมาต่อว่าการตัดสินใจครั้งนี้แบบไม่ไว้หน้า ก่อนโบกมือลาไปหาค่าย Universal Pictures แทน
หรืออย่างในกรณีล่าสุดกับประเด็นร้อนของทาง Disney การฟ้องร้องของ Scarlett Johansson นักแสดงหญิงชื่อดังจากประเด็นภาพยนตร์ Black Widow หลังจากดิสนี่ย์นำภาพยนตร์ฉายลงสตรีมมิ่งของบริษัท ทั้งที่ตัวนักแสดงยอมลดค่าเหนื่อยโดยนำรายได้ไปผูกกับกำไรจากการขายตั๋วในโรงภาพยนตร์ แต่การฉายลงสตรีมมิ่งคือสิ่งที่ไม่มีการตกลงกับนักแสดงไว้ล่วงหน้า นั่นทำให้รายได้ของเธอลดลงนำไปสู่การฟ้องร้องเป็นคดีความในที่สุด
แต่ใช่ว่าทุกความขัดแย้งต้องแตกหักกันเสมอไป อย่างกรณี Godzilla vs Kong ที่สุดท้ายสองบริษัทก็สามารถตกลงทำความเข้าใจ ยอมให้ปล่อยภาพยนตร์ฉายในโรงพร้อมลง HBO MAX ได้ จบรายได้ในโรงภาพยนตร์กว่า 100 ล้านเหรียญ ทั้งที่สถานการณ์ระบาดในสหรัฐฯขณะนั้นยังไม่ทุเลานักถือเป็นสัญญาณดี