เอียน เฟลมมิ่ง สร้างชื่อเสียงในฐานะนักข่าวต่างประเทศของสำนักข่าวรอยเตอร์ (Reuters) หลังจากนั้นเขาก็ลาออกไปทำงานตามความฝันที่กระทรวงการต่างประเทศ จนในปี 1939 สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มทวีความรุนแรงและบานปลายมากขึ้น เอียน เฟลมมิ่ง ได้รับการติดยศเป็นนายร้อยและถูกดึงตัวไปเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยข่าวกรองแห่งราชนาวีอังกฤษ รับผิดชอบงานด้านการสืบค้นข้อมูล การแปลเอกสาร การสรุปรายงานที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ รวมถึงส่งข้อมูลต่างๆในรูปแบบรหัสลับไปยังสายลับและเจ้าหน้าที่ภาคสนาม และนี่ก็เป็นจุดที่ทำให้ เอียน เฟลมมิ่ง ได้รู้จักกับสายลับภาคสนามมากหน้าหลายตา และแน่นอนแล้วว่าสายลับหลายคนก็ถูก เอียน เฟลมมิ่ง นำมาใช้เป็นต้นแบบให้กับตัวละคร เจมส์ บอนด์ ของเขาด้วยเช่นกัน
สายลับคนอื่นๆที่มีอิทธิพลต่อการสร้างตัวละคร เจมส์ บอนด์
ด้วยสายงานของ เอียน เฟลมมิ่ง ที่พบเจอและได้รู้จักมักจี่กับสายลับหลายๆคน ย่อมมีบ้างที่ เอียน เฟลมมิ่ง จะหยิบยกเพื่อนร่วมงานของเขามาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างตัวละครเจมส์ บอนด์ ออกมา นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า แพทริค ดัลเซล จ๊อบ (Patrick Dalzel-Job) หนึ่งในเพื่อนร่วมงานของ เอียน เฟลมมิ่ง ในปฏิบัติการ 30 Assault Unit, เอฟเอฟอี ยอ โทมัส (F. F. E. Yeo-Thomas) เจ้าของฉายากระต่ายขาว (White rabbit) ที่ถูกทหารนาซีจับไปทรมานหลายครั้งแต่ก็หนีเอาตัวรอดกลับมาได้เสมอ รวมถึง วิลเฟรด ดันเดอร์เดล (Wilfred Dunderdale) สายลับและหน่วยข่าวกรองของอังกฤษ ล้วนถูกเอียน เฟลมมิ่ง หยิบยกมาเป็นแรงบันดาลใจในงานเขียนทั้งสิ้น มากไปกว่านั้นฉากหนึ่งของเจมส์ บอนด์ ในตอน Goldfinger ได้รับแรงบันดาลใจจากวิลเฟรด ดันเดอร์เดล ที่เคยปฏิบัติภารกิจใต้ทะเล สวมชุดประดาน้ำ พอขึ้นบกก็เปลี่ยนเป็นทักซิโด้เพื่อทำภารกิจต่อไปได้อย่างรวดเร็วอีกด้วย
แต่ถึงอย่างนั้น นักประวัติศาสตร์เชื่อว่า วิลเลี่ยม สตีเฟนสัน (William Stephenson) หัวหน้าหน่วยสืบราชการลับอาสาสมัครของอังกฤษ ที่ใช้รหัสลับว่า Intrepid น่าจะเป็นสายลับที่มีอิทธิพลต่อการสร้างตัวละครเจมส์ บอนด์ ของเอียน เฟลมมิ่งมากที่สุด โดยในช่วงสงครามโลก วิลเลี่ยม สตีเฟนสัน มีหน้าที่สืบความลับทางการทหารของเยอรมันเพื่อไปรายงานต่อวินสตัน เชอร์ชิล (Winston Churchill) นายกรัฐมนตรีของอังกฤษในขณะนั้น และด้วยภารกิจที่ต้องใช้ชีวิตเข้าแลกของ วิลเลี่ยม สตีเฟนสัน เขาได้รับการยกย่องว่ามีส่วนสำคัญที่ทำให้ฝ่ายสัมพันธมิตรสามารถยับยั้งการขยายอำนาจของพรรคนาซีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้สำเร็จ มิหนำซ้ำตัวของเฟลมมิ่งเองยังเคยกล่าวถึงวิลเลี่ยมในนิตยสาร Times เมื่อปี 1962 ว่าเจมส์ บอนด์ อาจเป็นสายลับในแบบฉบับที่น่าดึงดูดใจ แต่สายลับที่แท้จริงก็คือบุคคลที่ยิ่งใหญ่อย่าง วิลเลี่ยม สตีเฟนสัน นั่นเอง
เจมส์ บอนด์ จาก Casino Royale ได้แรงบันดาลใจมาจากใคร?
สายลับอีกคนหนึ่งที่นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าน่าจะมีอิทธิพลต่อการสร้างตัวละครเจมส์บอนด์ไม่แพ้กันก็คือ ดุชโก้ โปปอฟ (Dusko Popov) สายลับชาวเซอร์เบียร์ แม้ฉากหน้าโปปอฟจะทำงานอยู่ในหน่วยสืบราชการลับนาซีเยอรมันแต่หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วโปปอฟต้องทำงานที่นั่นเพื่อนำความลับต่างๆของพวกนาซีไปรายงานต่อหน่วยสืบราชการลับของอังกฤษ ซึ่งเป็นต้นสังกัดที่แท้จริงของเขา
ในช่วงระยะเวลาหนึ่งตัวเฟลมมิ่งเองก็ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลอังกฤษให้มาทำงานคลุกคลีอยู่กับโปปอฟ และทำให้เฟลมมิ่งค้นพบว่า โปปอฟเป็นคนที่มีเสน่ห์แถมยังแพรวพราวไม่เบา เพราะแม้โปปอฟจะไม่ได้มีหน้าตาที่หล่อเหลาเอาการขนาดนั้น แต่ก็ยังมีสาวๆมากหน้าหลายตามาติดพันกันให้วุ่น กิจกรรมหนึ่งที่โปปอฟชื่นชอบเป็นพิเศษคือการขับรถสปอร์ตสุดหรูหรา โฉบเฉี่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ ไม่เว้นแม้กระทั่งบ่อนคาสิโน ซึ่งโปปอฟก็ถือเป็นหนึ่งในสุดยอดเซียนไพ่คนหนึ่งเลยอีกด้วย
จากที่กล่าวไปข้างต้น เราได้เห็นลักษณะเด่นของ ดุชโก้ โปปอฟ และลักษณะที่ว่านี้ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญให้ เอียน เฟลมมิ่ง เขียนนิยายเรื่อง Casino Royale ที่เป็นนิยายเจมส์ บอนด์เล่มแรกออกมา โปปอฟเองก็ถือได้ว่าเป็นต้นแบบของสายลับ 007 มาตั้งแต่เริ่มต้น
หน้าตาของ “เจมส์ บอนด์” เอียน เฟลมมิ่ง หยิบใครมาเป็นต้นแบบ?
รูปร่างหน้าตาของสายลับ 007 เจมส์ บอนด์ เป็นที่พูดถึงกันพอสมควร แต่รูปร่างหน้าตาของเจมส์ บอนด์ในจินตนาการของเอียน เฟลมมิ่ง กลับไม่ได้อ้างอิงมาจากสายลับคนไหนเลย เพราะภาพจำของเจมส์บอนด์ที่เฟลมมิ่งจินตนาการไว้ มีลักษณะคล้ายกับนักร้องที่ชื่อ โฮกี้ คาร์ไมเคิล (Hoagy Carmichael) ซึ่งในนิยายทั้งภาค Casino Royale และ Moonraker ได้เอ่ยถึงลักษณะของเจมส์ บอนด์ เอาไว้อย่างชัดเจนว่าเขามีใบหน้าที่ทำให้นึกถึง โฮกี้ คาร์ไมเคิล ด้วยรูปร่างที่ดูสูงโปร่ง แก้มตอบ สันกรามชัด ผมสีเข้มปัดเป๋ข้างหนึ่ง แต่เป็นโฮกี้ในเวอร์ชั่นเลือดเย็นแถมยังปากคอเราะร้ายอีกต่างหาก
ตัวร้ายสุดฉกาจใน เจมส์ บอนด์ ได้ต้นแบบมาจากใคร?
ไม่เพียงแค่ตัวละคร เจมส์ บอนด์เท่านั้น ที่เอียน เฟลมมิ่งได้แรงบันดาลใจมาจากคนที่มีตัวตนจริงๆ เหล่าบรรดาตัวร้ายและตัวประกอบก็มีความเป็นไปได้ว่าถูกหยิบยกมาจากคนรอบตัวของเฟลมมิ่งทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้บังคับบัญชา M ที่ไม่ค่อยจะญาติดีกับบอนด์เท่าไหร่นัก เฟลมมิ่งก็ได้ต้นแบบมาจากพลเรือเอก จอห์น เฮนรี่ ก็อดฟรี (John henry Godfrey) หัวหน้าของเขาสมัยยังทำงานอยู่หน่วยข่าวกรองแห่งราชนาวีอังกฤษ
วายร้ายจอมฉกาจอีกมากหน้าหลายตาก็เช่นกัน ไม่ว่าจะ เลอ ชีฟ (Le Chiffre) วายร้ายตัวพ่อคนแรกของบอนด์จาก The Casino Royale เฟลมมิ่งก็ได้แรงบันดาลใจมาจากสายตาแสนอำมหิตของนักไสยเวทชาวอังกฤษอย่าง อเลสเตอร์ ครอว์ลีย์ (Aleister Crowley)
ออริก โกลด์ฟิงเกอร์ (Auric Goldfinger) อีกหนึ่งตัวร้ายที่ทำให้ตัวของเอียน เฟลมมิ่ง ต้องเกิดข้อพิพาทอยู่ในชั่วขณะหนึ่ง เพราะตัวของเฟลมมิ่งได้แรงบัลดาลใจมาจาก เออร์โน โกลด์ฟิงเกอร์ (Erno Goldfinger) สถาปนิกชื่อดังที่เฟลมมิ่งไม่ค่อยจะชอบขี้หน้าสักเท่าไหร่นัก แน่นอนว่าใครได้ยินแบบนี้เส้นเลือดที่ขมับก็ต้องมีเต้นตุบตับกันบ้าง เออร์โนเองก็ถึงกับออกอาการหัวเสีย และมีเรื่องมีราวกับเฟลมมิ่งกันอยู่พักหนึ่งเลยทีเดียว
ผู้ชมส่วนหนึ่งอาจคิดว่าเจมส์ บอนด์ ถูกสร้างมาเพียงแค่เพราะความบันเทิงเท่านั้น แต่จากที่เราได้นำเสนอไปทำให้ได้ทราบว่าบางเหตุการณ์และบางตัวละครได้ถูกหยิบยกมาจากบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริง และถึงแม้จะยังไม่เคยมีข้อสรุปใด ๆ ออกมาชัดเจน เพราะตัวของเฟลมมิ่งไม่เคยออกมาเปิดเผยถึงเรื่องนี้เลยตลอดช่วงชีวิตของเขา แต่ก็ต้องยอมรับว่านิยายและภาพยนตร์ชุดนี้ได้มอบความสุขและสร้างความประทับใจให้กับแฟนคลับในทุกช่วงวัยและทั่วโลกตลอดครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา
ภัคสุภา รัตนภาชน์
--------------------
ข้อมูลอ้างอิง: