เนชั่นทีวี

ข่าว

หงส์แดงเนื้อหอม! กลุ่มทุนอัดฉีด 6 หมื่นล้าน "เบโซส" ดอดร่วมวง

23 ก.ค. 2569 | apirak_pra

หงส์แดงเนื้อหอม! กลุ่มทุนอัดฉีด 6 หมื่นล้าน "เบโซส" ดอดร่วมวง

เปิดรายละเอียดเจรจาซื้อหุ้นลิเวอร์พูล กลุ่มทุน "อามิต บาเทีย" ยื่นซื้อ 30% มูลค่าสูงถึง 1,350 ล้านปอนด์ ท่ามกลางข่าวลือ "เจฟฟ์ เบโซส" สนใจเข้าร่วมวงดึงงบเสริมทัพ

เปิดรายละเอียดเจรจาซื้อหุ้นลิเวอร์พูล กลุ่มทุน "อามิต บาเทีย" ยื่นซื้อ 30% มูลค่าสูงถึง 1,350 ล้านปอนด์ ท่ามกลางข่าวลือ "เจฟฟ์ เบโซส" สนใจเข้าร่วมวงดึงงบเสริมทัพ

KEY

POINTS

  • กลุ่มทุนนำโดย อามิต บาเทีย ยื่นข้อเสนอมูลค่ากว่า 6 หมื่นล้านบาท (1,350 ล้านปอนด์) เพื่อขอซื้อหุ้นสโมสรลิเวอร์พูล 30%
  • มีรายงานว่า เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้ง Amazon และมหาเศรษฐีระดับโลก ถูกทาบทามให้เข้าร่วมกลุ่มทุนดังกล่าวด้วย
  • ดีลนี้เป็นการหาผู้ถือหุ้นส่วนน้อยเพื่อเพิ่มเงินทุน โดยกลุ่ม FSG จะยังคงมีอำนาจบริหารสโมสรอย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ใช่การขายทีม

มหากาพย์การเสริมความแข็งแกร่งทางการเงินของ "หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ทวีความตื่นเต้นขึ้นอีกขั้น หลังมีรายงานเจาะลึกว่า กลุ่มคอนซอร์เทียมภายใต้การนำของ อามิต บาเทีย (Amit Bhatia) อดีตผู้บริหารสโมสร ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส (คิวพีอาร์) และลูกเขยของ ลักษมี มิตตัล มหาเศรษฐีเหล็กชาวอินเดีย ได้ยื่นข้อเสนอเบื้องต้นมูลค่าสูงถึง 1,350 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6.07 หมื่นล้านบาท) เพื่อเข้าซื้อหุ้นสโมสรลิเวอร์พูลในสัดส่วนประมาณ 30% จาก เฟนเวย์ สปอร์ตส์ กรุ๊ป (FSG)

ข้อเสนอดังกล่าวส่งผลให้สโมสรลิเวอร์พูลถูกประเมินมูลค่ารวมพุ่งสูงขึ้นถึง 4,500 ล้านปอนด์ (ราว 2.02 แสนล้านบาท) ซึ่งถือเป็นการสร้างกำไรมหาศาลให้กับ จอห์น ดับเบิลยู เฮนรี และ FSG ที่เคยเข้าซื้อสโมสรแห่งนี้มาในราคาเพียง 300 ล้านปอนด์เมื่อปี 2010

ลือหึ่ง! "เจฟฟ์ เบโซส" ถูกทาบทามแจมกลุ่มทุน

ความน่าสนใจไม่ได้หยุดอยู่แค่ขุมกำลังเงินทุนระดับ 23,000 ล้านปอนด์ของตระกูลมิตตัลเท่านั้น แต่สื่ออังกฤษชื่อดังยังเปิดเผยว่า เจฟฟ์ เบโซส (Jeff Bezos) มหาเศรษฐีอันดับ 4 ของโลก ผู้ก่อตั้งอาณาจักร Amazon ได้ถูกทาบทามให้เข้าร่วมกลุ่มคอนซอร์เทียมนี้ด้วยเช่นกัน แม้เบโซสจะยังอยู่ในช่วงลังเลว่าเข้าลงทุนในศึกพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกหรือไม่ แต่หากเจ้าพ่อ Amazon ตัดสินใจโดดเข้าร่วมจริง จะทำให้ลิเวอร์พูลกลายเป็นหนึ่งในสโมสรที่มีสายป่านทางการเงินยาวที่สุดในโลกทันที

การเปิดรับผู้ถือหุ้นส่วนน้อยในครั้งนี้ ไม่ใช่แผนการถอนตัวของ FSG แต่เป็นกลยุทธ์เติมเงินทุนเพื่อต่อกรกับสโมสรยักษ์ใหญ่ที่บริหารโดยกลุ่มทุนตะวันออกกลางและมหาเศรษฐีโลก หลังจากลิเวอร์พูลเพิ่งทุ่มงบซื้อขายนักเตะประวัติศาสตร์สโมสรกว่า 450 ล้านปอนด์เมื่อซัมเมอร์ก่อน รวมถึงการดึง อเล็กซานเดอร์ อิซัค มาร่วมทัพ 125 ล้านปอนด์

เดินหน้าเข้าสู่ยุค "อันโดนี อิราโอล่า" - FSG ยังกุมอำนาจเบ็ดเสร็จ

สำหรับการบริหารงานภายในสโมสร ลิเวอร์พูลกำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ภายใต้การคุมทีมของ อันโดนี อิราโอล่า เฮดโค้ชคนใหม่ โดย FSG ยังคงยืนยันชัดเจนว่าจะไม่มอบสิทธิ์การบริหารฝั่งฟุตบอลให้แก่ผู้ถือหุ้นส่วนน้อย เหมือนกรณีที่ตระกูลเกลเซอร์มอบอำนาจให้ เซอร์ จิม แรตคลิฟฟ์ ทำที่แมนฯ ยูไนเต็ด แต่จะให้ ไมค์ กอร์ดอน ประธาน FSG กลับมารับบทบาทหลักในการดูแลโครงสร้างสโมสรต่อไป

ทั้งนี้ การที่ FSG ยินดีออกแถลงการณ์ยืนยันการพูดคุยกับ Financial Times บวกกับการที่ อามิต บาเทีย ประกาศลาออกจากตำแหน่งบอร์ดบริหาร QPR ในวันเดียวกัน เป็นสัญญาณชัดเจนว่า การเจรจาถือหุ้น 30% มูลค่า 1,350 ล้านปอนด์นี้ กำลังดำเนินไปในทิศทางบวกและมีโอกาสสูงที่จะบรรลุข้อตกลงในเร็วๆ นี้

ข่าวล่าสุด