ต้อนรับน้ำตาคลอ! อาร์เจนฯ กลับถึงบ้านไร้ เมสซี่ แฟนบอลแห่ให้กำลังใจ
21 ก.ค. 2569 | Apirak Pradubyati

ทัพนักเตะอาร์เจนตินาเดินทางกลับถึงบ้านเกิดท่ามกลางแฟนบอลนับพันที่มารอต้อนรับไร้เงา ลีโอเนล เมสซี่ หลังอกหักพ่ายสเปนในศึกฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงดำ
ข่าว
21 ก.ค. 2569 | Apirak Pradubyati

ทัพนักเตะอาร์เจนตินาเดินทางกลับถึงบ้านเกิดท่ามกลางแฟนบอลนับพันที่มารอต้อนรับไร้เงา ลีโอเนล เมสซี่ หลังอกหักพ่ายสเปนในศึกฟุตบอลโลก 2026 นัดชิงดำ
KEY
POINTS
บรรยากาศแห่งความโศกเศร้าผสมผสานกับความภาคภูมิใจครอบคลุมไปทั่วกรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา ล่าสุด ทัพนักเตะ "ฟ้าขาว" ทีมชาติอาร์เจนตินา นำโดย ลิโอเนล สกาโลนี่ ผู้จัดการทีม ได้เดินทางกลับถึงบ้านเกิดเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังพลาดท่าพ่ายให้แก่ "กระทิงดุ" ทีมชาติสเปน 0-1 ในศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศ ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา ชวดโอกาสป้องกันแชมป์โลกอย่างน่าเสียดาย
สมาคมฟุตบอลอาร์เจนตินา (AFA) เปิดเผยว่า มีผู้เล่นบางส่วนไม่ได้เดินทางร่วมเที่ยวบินกลับมาพร้อมกับทีม ซึ่งจากการถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์ท้องถิ่น ไม่ปรากฏภาพของ ลีโอเนล เมสซี่ กัปตันทีมระดับตำนาน ก้าวลงมาจากเครื่องบินแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม กุนซือสกาโลนี่และนักเตะส่วนใหญ่ได้รับการต้อนรับอย่างทรงเกียรติด้วยการปูพรมแดงข้างเครื่องบินพร้อมการบรรเลงเพลงจากวงดนตรีกองทัพ
ขณะเดียวกัน แฟนบอลชาวอาร์เจนตินานับพันคนได้พร้อมใจกันฝ่าความหนาวเย็นและสายฝน ออกมารวมตัวกันบริเวณหน้าศูนย์ฝึกซ้อมของสมาคมฟุตบอลฯ ใกล้กับท่าอากาศยานนานาชาติเอเซซา พร้อมทั้งพกธงชาติและกางร่มสีฟ้า-ขาว เพื่อรอส่งเสียงเชียร์และขอบคุณเหล่านักเตะ แม้ภาพความสุขจะไม่ยิ่งใหญ่เท่ากับขบวนแห่ฉลองแชมป์โลกเมื่อปี 2022 แต่แฟนบอลจำนวนมากต่างยืนยันตรงกันว่า พวกเขายังคงรักและพร้อมจะเคียงข้างทีมชาติเสมอไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ
แฟนบอลส่วนใหญ่ให้สัมภาษณ์แสดงความขอบคุณต่อเมสซี่สำหรับความสุขตลอดหลายปีที่ผ่านมา และอ้อนวอนไม่ให้เขาตัดสินใจรีไทร์จากการรับใช้ชาติ โดยแฟนบอลบางส่วนมองว่า แม้จะพลาดถ้วยแชมป์โลกให้สเปน แต่ชัยชนะเหนือทีมชาติอังกฤษ 2-1 ในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งมีเบื้องหลังปมขัดแย้งเรื่องอธิปไตยเหนือหมู่เกาะฟอล์กแลนด์ ก็เปรียบเสมือนชัยชนะที่ยิ่งใหญ่และสร้างความสามัคคีให้แก่คนในชาติได้สำเร็จแล้ว
ทว่า ควันหลงการเฉลิมฉลองและให้กำลังใจทีมชาติบริเวณอนุสาวรีย์โอบิลิสก์ (Obelisk) ใจกลางกรุงบัวโนสไอเรส กลับเกิดเหตุความวุ่นวายขึ้นในช่วงดึกวันอาทิตย์ เมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนก่อเหตุปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องตัดสินใจใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง แก๊สน้ำตา และกระสุนยาง เข้าสลายการชุมนุมเพื่อควบคุมสถานการณ์ ซึ่งรายงานจากแหล่งข่าวตำรวจระบุว่ามีผู้ถูกจับกุมตัวไปทั้งหมด 15 ราย