โคลอมเบียฟูลทีมท้าชนกานาหวังชนแชมป์โลก
อีกหนึ่งคู่น่าจับตา โคลอมเบีย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่มด้วยการคว้าแชมป์กลุ่ม เค เหนือทีมเต็งอย่างโปรตุเกส โดยเก็บได้ 7 คะแนนจากการชนะอุซเบกิสถาน 3-1 ชนะดีอาร์คองโก 1-0 และเสมอโปรตุเกส 0-0 ภายใต้การคุมทีมของ เนสตอร์ โลเรนโซ่ พวกเขาเป็นทีมที่เหนียวแน่นเสียประตูเพียงลูกเดียวในทัวร์นาเมนต์นี้ และถูกยกให้เป็นม้ามืดที่น่าจับตามองอย่างมาก โดยผู้ชนะของเกมนี้นอกจากจะได้ลิ่วรอบ 16 ทีมแล้ว ยังมีเส้นทางไปรอไขว้เจอกับอาร์เจนตินาในรอบ 8 ทีมสุดท้ายอีกด้วย สภาพความพร้อมถือว่าสมบูรณ์สุดขีด ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บ พร้อมส่ง 3 ประสานแนวรุกสุดอันตรายอย่าง หลุยส์ ดิอาซ, ฮาเมส โรดริเกซ และ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวเก่งที่ฟิตเต็มร้อยกลับมาสตาร์ตเป็นตัวจริง
ด้าน "ดาวดำ" ทีมชาติกานา ของกุนซือ คาร์ลอส เคยรอซ ผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายมาในฐานะอันดับสามที่ดีที่สุดจากกลุ่ม แอล (มี 4 คะแนน ชนะปานามา 1-0 เสมออังกฤษ 0-0 แพ้โครเอเชีย 2-1) แม้สถิติล่าสุดจะแพ้มา แต่กานาเคยแสดงให้เห็นถึงความเคี่ยวในเกมรับนัดยันเสมออังกฤษมาแล้ว เกมนี้นับเป็นการพบกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทั้งสองทีม ความพร้อมต้องรอเช็กฟิต ลอว์เรนซ์ อาติ ซิกิ นายทวารมือหนึ่ง โดยมี เบนจามิน อาซาเร่ พร้อมเฝ้าเสาแทน ส่วนแนวรุกยังฝากความหวังไว้ที่ อองตวน เซเมนโย่ ที่น่าจะสลัดข้อเท้าเดี้ยงลงสนามร่วมกับกองหน้าเก๋าประสบการณ์อย่าง จอร์แดน อายิว
ออสเตรเลียกุมความได้เปรียบ ขุมกำลังปึกฉะอียิปต์ลุ้น "ซาลาห์" กัดฟันนำทัพ
ปิดท้ายด้วยศึกข้ามทวีป ณ สนามเอทีแอนด์ที สเตเดียม รัฐเท็กซัส "ซอคเกอรูส์" ทีมชาติออสเตรเลีย รองแชมป์กลุ่ม ดี ที่ผ่านเข้ารอบมาด้วยการมี 4 คะแนน จากผลงานชนะตุรกี 2-0 แพ้สหรัฐฯ 2-0 และเสมอปรารากวัย 0-0 ภายใต้การจัดทัพของกุนซือ โทนี่ โปโปวิช สภาพทีมถือว่าค่อนข้างสมบูรณ์ แม้จะขาด เจค็อบ อิตาเลียโน่ และ แมทธิว เลคกี ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่แกนหลักที่เหลือยังอยู่กันครบ นำโดย ลูคัส เฮอร์ริงตัน เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งฟอร์มแรง และ เนสทอรี่ อิรันคุนด้า กองหน้าวัย 20 ปี ที่ซัดไปแล้ว 6 ประตูในนามทีมชาติลงชูโรงล่าตาข่าย
แดน "มัมมี่" ทีมชาติอียิปต์ ของกุนซือ ฮอสซัม ฮัสซัน ผ่านเข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์กลุ่ม จี ด้วยการเก็บ 5 คะแนน แบบไร้พ่าย (ชนะนิวซีแลนด์ 3-1, เสมอเบลเยียม 1-1, เสมออิหร่าน 1-1) พลาดแชมป์กลุ่มให้เบลเยียมเพียงแค่ผลต่างประตูได้เสียเท่านั้น สภาพทีมในนัดนี้ต้องเผชิญวิกฤตผู้เล่นบาดเจ็บระนาว ทั้ง ฮามดี้ ฟัตฮี, ฮอสซัม อับเดลมากูด, โมฮาเหม็ด อับเดลโมเนม และต้องหมดสิทธิ์ใช้งาน โมฮานาด ลาชีน มิดฟิลด์ตัวรับที่ติดโทษแบน ไฮไลต์สำคัญจึงอยู่ที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกซูเปอร์สตาร์จากลิเวอร์พูลที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (แฮมสตริง) รบกวน ซึ่งทีมแพทย์กำลังเร่งฟื้นฟูเพื่อให้เจ้าตัวกัดฟันลงสนามเป็นตัวจริงขับเคลื่อนเกมรุกร่วมกับ โอมาร์ มาร์มูช ดาวยิงจากแมนฯซิตี้