เนชั่นทีวี

ข่าว

พรีวิวฟุตบอลโลก 2026 อาร์เจนฯ ชนเคปเวิร์ด โคลอมเบีย-ออสซี่บู๊เดือด

03 ก.ค. 2569 | apirak_pra

พรีวิวฟุตบอลโลก 2026 อาร์เจนฯ ชนเคปเวิร์ด โคลอมเบีย-ออสซี่บู๊เดือด

วิเคราะห์ความพร้อมศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย อาร์เจนตินา แชมป์โลกส่ง เมสซี่ ล่าตาข่ายเคปเวิร์ด ขณะที่ โคลอมเบีย ท้าชนกานา และออสเตรเลียดวลเดือดอียิปต์

วิเคราะห์ความพร้อมศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย อาร์เจนตินา แชมป์โลกส่ง เมสซี่ ล่าตาข่ายเคปเวิร์ด ขณะที่ โคลอมเบีย ท้าชนกานา และออสเตรเลียดวลเดือดอียิปต์

KEY

POINTS

  • อาร์เจนตินา แชมป์เก่าฟอร์มแรง จะได้ ลิโอเนล เมสซี่ กลับมาลงตัวจริง พบกับ เคปเวิร์ด ม้ามืดที่สร้างประวัติศาสตร์เข้ารอบน็อกเอาต์ได้ตั้งแต่การมาฟุตบอลโลกครั้งแรก
  • โคลอมเบีย ที่มีเกมรับเหนียวแน่นและเสียไปเพียงประตูเดียวในทัวร์นาเมนต์ จะปะทะกับ กานา โดยผู้ชนะมีโอกาสเจออาร์เจนตินาในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
  • ออสเตรเลีย ที่ขุมกำลังค่อนข้างสมบูรณ์ จะดวลกับ อียิปต์ ที่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บและต้องลุ้นความฟิตของดาวเด่นอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์

มหกรรมฟุตบอลโลก 2026 ทวีความเดือดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อการแข่งขันเดินทางเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย โดยวันนี้ถึงเช้าวันพรุ่งนี้มีโปรแกรมบิ๊กแมตช์ลงสนามฟาดแข้งพร้อมกันถึง 3 คู่ ไฮไลต์สำคัญที่สุดที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามองคือการลงสนามของ "ฟ้าขาว" ทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์โลกหนล่าสุดและทีมเต็งของทัวร์นาเมนต์ ที่จะยกทัพไปปะทะความแกร่งกับม้ามืดฟอร์มแรงผู้ผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์อย่าง ทีมชาติเคปเวิร์ด ณ สนามฮาร์ดร็อค สเตเดียม เมืองไมอามี รัฐฟลอริดา ขณะที่อีกสองคู่เดือดเป็นการเจอกันระหว่าง ทีมชาติโคลอมเบีย พบกับ ทีมชาติกานา ณ เมืองแคนซัส ซิตี้ และศึกข้ามทวีประหว่าง ทีมชาติออสเตรเลีย ดวลเดือด ทีมชาติอียิปต์ ณ รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา

 

แชมป์โลกสถิติโหดชนะรวด 10 นัด "เมสซี่" คืนทัพล่าตาข่ายเคปเวิร์ด

ขุนพลฟ้าขาวภายใต้การนำทัพของกุนซือ ลิโอเนล สกาโลนี่ โชว์ฟอร์มได้อย่างไร้ที่ติในรอบแบ่งกลุ่มด้วยการเก็บชัยชนะ 3 นัดรวด เป็น 1 ใน 3 ทีมร่วมกับฝรั่งเศสและเม็กซิโกที่ทำสถิตินี้ได้สำเร็จ ส่งผลให้อาร์เจนตินายืดสถิติเก็บชัยชนะติดต่อกันในเกมทางการรวมทุกรายการยาวนานถึง 10 นัดรวด ยิ่งไปกว่านั้น สถิติในรอบน็อกเอาต์ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ของพวกเขายังน่าสะพรึงกลัว โดยอาร์เจนตินาไม่เคยปราชัยในเกมรอบน็อกเอาต์เลยตลอดระยะเวลา 7 ปีเต็ม นับตั้งแต่พ่ายแพ้ให้กับบราซิลในศึกโกปา อเมริกา เมื่อปี 2019

สภาพความพร้อมของทีมในเกมนี้ ดาราดังประจำทีมและกัปตันทีมวัย 39 ปี ลิโอเนล เมสซี่ ที่ฟอร์มกำลังร้อนแรงซัดไปแล้ว 6 ประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ พร้อมด้วย อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ โรดริโก้ เด ปอล สามแกนหลักสำคัญที่ได้พักในเกมนัดล่าสุด จะกลับมาออกสตาร์ตเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน ส่วนในแดนหลัง คริสเตียน โรเมโร่ ปราการหลังตัวเก่งสลัดอาการบาดเจ็บเข่าพร้อมลงสนามจับคู่กับ ลิซานโดร มาร์ติเนซ โดยมี เลาตาโร่ มาร์ติเนซ และ ฮูเลียน อัลวาเรซ เป็นทีเด็ดในแนวรุก

ฝั่งทีมชาติเคปเวิร์ด ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ บูบิสต้า สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเป็น 1 ใน 4 ทีมเดบิวต์ฟุตบอลโลกหนแรก (ร่วมกับกือราเซา, จอร์แดน และอุซเบกิสถาน) และเป็นเพียงทีมเดียวในกลุ่มนี้ที่สามารถทะลุเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ จุดเด่นของทัพ "ฉลามน้ำเงิน" อยู่ที่เกมรับอันเหนียวแน่นและมีวินัยอย่างสูง รักษาสถิติคลีนชีตได้ถึง 2 จาก 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม โดยนัดนี้จะนำทัพโดย โวซินญ่า นายทวารจอมเก๋า แดนกลางมี ฌามีโร่ มอนเตโร่ คุมจังหวะ และวาง ไดลอน โรชา ลิฟราเมนโต้ กองหน้าตัวเก่งยืนเป็นหน้าเป้าล่าตาข่าย

นักเตะทีมชาติโคลอมเบีย

โคลอมเบียฟูลทีมท้าชนกานาหวังชนแชมป์โลก

อีกหนึ่งคู่น่าจับตา โคลอมเบีย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่มด้วยการคว้าแชมป์กลุ่ม เค เหนือทีมเต็งอย่างโปรตุเกส โดยเก็บได้ 7 คะแนนจากการชนะอุซเบกิสถาน 3-1 ชนะดีอาร์คองโก 1-0 และเสมอโปรตุเกส 0-0 ภายใต้การคุมทีมของ เนสตอร์ โลเรนโซ่ พวกเขาเป็นทีมที่เหนียวแน่นเสียประตูเพียงลูกเดียวในทัวร์นาเมนต์นี้ และถูกยกให้เป็นม้ามืดที่น่าจับตามองอย่างมาก โดยผู้ชนะของเกมนี้นอกจากจะได้ลิ่วรอบ 16 ทีมแล้ว ยังมีเส้นทางไปรอไขว้เจอกับอาร์เจนตินาในรอบ 8 ทีมสุดท้ายอีกด้วย สภาพความพร้อมถือว่าสมบูรณ์สุดขีด ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บ พร้อมส่ง 3 ประสานแนวรุกสุดอันตรายอย่าง หลุยส์ ดิอาซ, ฮาเมส โรดริเกซ และ หลุยส์ ซัวเรซ กองหน้าตัวเก่งที่ฟิตเต็มร้อยกลับมาสตาร์ตเป็นตัวจริง

ด้าน "ดาวดำ" ทีมชาติกานา ของกุนซือ คาร์ลอส เคยรอซ ผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายมาในฐานะอันดับสามที่ดีที่สุดจากกลุ่ม แอล (มี 4 คะแนน ชนะปานามา 1-0 เสมออังกฤษ 0-0 แพ้โครเอเชีย 2-1) แม้สถิติล่าสุดจะแพ้มา แต่กานาเคยแสดงให้เห็นถึงความเคี่ยวในเกมรับนัดยันเสมออังกฤษมาแล้ว เกมนี้นับเป็นการพบกันครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของทั้งสองทีม ความพร้อมต้องรอเช็กฟิต ลอว์เรนซ์ อาติ ซิกิ นายทวารมือหนึ่ง โดยมี เบนจามิน อาซาเร่ พร้อมเฝ้าเสาแทน ส่วนแนวรุกยังฝากความหวังไว้ที่ อองตวน เซเมนโย่ ที่น่าจะสลัดข้อเท้าเดี้ยงลงสนามร่วมกับกองหน้าเก๋าประสบการณ์อย่าง จอร์แดน อายิว

 

ออสเตรเลียกุมความได้เปรียบ ขุมกำลังปึกฉะอียิปต์ลุ้น "ซาลาห์" กัดฟันนำทัพ

ปิดท้ายด้วยศึกข้ามทวีป ณ สนามเอทีแอนด์ที สเตเดียม รัฐเท็กซัส "ซอคเกอรูส์" ทีมชาติออสเตรเลีย รองแชมป์กลุ่ม ดี ที่ผ่านเข้ารอบมาด้วยการมี 4 คะแนน จากผลงานชนะตุรกี 2-0 แพ้สหรัฐฯ 2-0 และเสมอปรารากวัย 0-0 ภายใต้การจัดทัพของกุนซือ โทนี่ โปโปวิช สภาพทีมถือว่าค่อนข้างสมบูรณ์ แม้จะขาด เจค็อบ อิตาเลียโน่ และ แมทธิว เลคกี ที่มีอาการบาดเจ็บรบกวน แต่แกนหลักที่เหลือยังอยู่กันครบ นำโดย ลูคัส เฮอร์ริงตัน เซนเตอร์แบ็กดาวรุ่งฟอร์มแรง และ เนสทอรี่ อิรันคุนด้า กองหน้าวัย 20 ปี ที่ซัดไปแล้ว 6 ประตูในนามทีมชาติลงชูโรงล่าตาข่าย

แดน "มัมมี่" ทีมชาติอียิปต์ ของกุนซือ ฮอสซัม ฮัสซัน ผ่านเข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์กลุ่ม จี ด้วยการเก็บ 5 คะแนน แบบไร้พ่าย (ชนะนิวซีแลนด์ 3-1, เสมอเบลเยียม 1-1, เสมออิหร่าน 1-1) พลาดแชมป์กลุ่มให้เบลเยียมเพียงแค่ผลต่างประตูได้เสียเท่านั้น สภาพทีมในนัดนี้ต้องเผชิญวิกฤตผู้เล่นบาดเจ็บระนาว ทั้ง ฮามดี้ ฟัตฮี, ฮอสซัม อับเดลมากูด, โมฮาเหม็ด อับเดลโมเนม และต้องหมดสิทธิ์ใช้งาน โมฮานาด ลาชีน มิดฟิลด์ตัวรับที่ติดโทษแบน ไฮไลต์สำคัญจึงอยู่ที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ปีกซูเปอร์สตาร์จากลิเวอร์พูลที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลัง (แฮมสตริง) รบกวน ซึ่งทีมแพทย์กำลังเร่งฟื้นฟูเพื่อให้เจ้าตัวกัดฟันลงสนามเป็นตัวจริงขับเคลื่อนเกมรุกร่วมกับ โอมาร์ มาร์มูช ดาวยิงจากแมนฯซิตี้

ข่าวล่าสุด