พรีวิวฟุตบอลโลก 2026 สเปนดวลออสเตรีย โปรตุเกสบู๊โครเอเชีย
02 ก.ค. 2569 | apirak_pra

วิเคราะห์ความพร้อมบิ๊กแมตช์ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย สเปน แชมป์ยุโรปขุมกำลังปึ้กดวลออสเตรีย ขณะที่ โปรตุเกส นำทัพโดย โรนัลโด้ เตรียมปะทะโครเอเชีย
ข่าว
02 ก.ค. 2569 | apirak_pra

วิเคราะห์ความพร้อมบิ๊กแมตช์ฟุตบอลโลก 2026 รอบ 32 ทีมสุดท้าย สเปน แชมป์ยุโรปขุมกำลังปึ้กดวลออสเตรีย ขณะที่ โปรตุเกส นำทัพโดย โรนัลโด้ เตรียมปะทะโครเอเชีย
KEY
POINTS
มหกรรมฟุตบอลโลก 2026 รอบน็อกเอาต์ 32 ทีมสุดท้าย คืนนี้จนถึงเช้าวันพรุ่งนี้มีโปรแกรมบิ๊กแมตช์ของเหล่าบรรดายักษ์ใหญ่จากยุโรปโคจรมาตัดกันเองเพื่อแย่งตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การลงสนามของ "กระทิงดุ" ทีมชาติสเปน แชมป์ยุโรปทีมล่าสุด ที่จะพบกับ ทีมชาติออสเตรีย ณ สนามโซไฟ สเตเดียม ขณะที่อีกหนึ่งคู่เดือด "ฝอยทอง" ทีมชาติโปรตุเกส เตรียมเปิดศึกหนักปะทะ "ตาหมากรุก" ทีมชาติโครเอเชีย ยอดทีมไร้พ่ายในรอบแบ่งกลุ่ม ณ ประเทศแคนาดา
ทัพกระทิงดุทำผลงานในฟุตบอลโลกครั้งนี้ได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้า 7 คะแนนในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช โดยมีสถิติเกมรับสุดแกร่งยังไม่เสียประตูให้ใครเลยตลอดการแข่งขันในทวีปอเมริกาเหนือ ยิ่งไปกว่านั้นทีมของ หลุยส์ เด ลา ฟูเอนเต้ กำลังอยู่ในเส้นทางสร้างประวัติศาสตร์ด้วยสถิติไร้พ่ายติดต่อกันยาวนานถึง 34 นัดในทุกรายการ ซึ่งหากพวกเขาสามารถเอาชนะหรือเสมอในเกมนี้นัดนี้ได้ จะเทียบเท่าสถิติสูงสุดที่ทีมชาติสเปนยุคทองที่เคยทำไว้ 35 นัดช่วงปี 2007-2009 ทันที
สภาพความพร้อมของสเปนมีปัญหาผู้เล่นแนวรุกบาดเจ็บเล็กน้อยทั้ง เยเรมี่ ปิโน่, นิโก้ วิลเลียมส์ และบิคตอร์ มูนญอซ แต่จะได้ อเล็กซ์ บาเอน่า ฮีโร่ผู้พังประตูชัยนัดล่าสุดลงทำหน้าที่ฝั่งซ้าย แดนกลางขับเคลื่อนโดย โรดรี้ และ เปดรี้ แดนหน้าวาง ลามีน ยามาล คอยทำทาง
ฝั่งออสเตรีย ภายใต้การคุมทีมของ ราล์ฟ รังนิก ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลกได้เป็นครั้งแรกในรอบ 72 ปี นับตั้งแต่ปี 1954 โดยผ่านเข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์กลุ่ม เจ แม้ว่าเกมนัดล่าสุดจะเสมอกับแอลจีเรียมาแบบสุดมัน 3-3 จากประตูตีเสมอในนาทีที่ 96 ของ ซาซ่า คาลายซิช ศูนย์หน้าร่างโย่ง สภาพทีมต้องเช็กฟิตสองแข้งเก๋าอย่าง มาร์โก อาร์เนาโตวิช และ ดาวิด อลาบา ที่มีอาการเจ็บหัวเข่าเล็กน้อย แต่คาดว่าจะเข็นลงสนามช่วยทีมนำทัพร่วมกับ คอนราด ไลเมอร์ และ มาร์เซล ซาบิตเซอร์ ได้อย่างไม่มีปัญหา
อีกหนึ่งคู่ไฮไลต์ "ฝอยทอง" ทีมชาติโปรตุเกส ที่ผ่านเข้ารอบมาในฐานะรองแชมป์กลุ่ม เค เตรียมดวลเดือดกับ ทีมชาติโครเอเชีย รองแชมป์กลุ่ม แอล โดยฝั่งโปรตุเกสของกุนซือ โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ หวังย้อนรอยประวัติศาสตร์ในศึกยูโร 2016 ที่พวกเขาเคยเอาชนะโครเอเชียในรอบน็อกเอาต์นัดแรกก่อนจะก้าวไปคว้าแชมป์ได้สำเร็จ สภาพทีมสมบูรณ์สมบูรณ์ไม่มีผู้เล่นบาดเจ็บ คาดว่าจะส่ง ชูเอา เนเวส กลับมาสตาร์ตเป็นตัวจริงในแดนกลางร่วมกับ วิตินญ่า แดนหน้ามี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมวัยเก๋าผู้สร้างประวัติศาสตร์ทำประตูในฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย 6 สมัยติดต่อกันลงสนามเป็นตัวเป้า
ด้านโครเอเชีย อดีตรองแชมป์โลกปี 2018 และอันดับสามปี 2022 ของกุนซือ ซลัตโก้ ดาลิช พร้อมส่ง ยอชโก้ กวาร์ดิโอล กองหลังตัวเก่งกลับมาประจำการในตำแหน่งแบ็กซ้าย แดนกลางยังคงพึ่งพาความเก๋าเกมของ ลูก้า โมดริช มิดฟิลด์ระดับตำนานที่เพิ่งทำสถิติเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่ทำแอสซิสต์ได้ในฟุตบอลโลก คอยประสานงานร่วมกับ มาเตโอ โควาชิช
สำหรับการแข่งขันอีกหนึ่งคู่ในรอบเดียวกัน ทีมชาติสวิตเซอร์แลนด์ แชมป์กลุ่ม บี ที่โชว์ฟอร์มเยี่ยมเอาชนะแคนาดาเจ้าภาพร่วมมาได้ ยืดสถิติไร้พ่ายในทัวร์นาเมนท์ระดับเมเจอร์ 9 นัดติดต่อกัน สภาพทีมต้องรอเช็กฟิต ซิลวาน วิดเมอร์ ฟูลแบ็กตัวเก่งที่มีอาการเจ็บสะโพก โดยมีคิวลงสนามพบกับ "นักรบทะเลทราย" ทีมชาติแอลจีเรีย ที่ผ่านเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกเป็นหนที่สองในประวัติศาสตร์ของประเทศ ซึ่งผู้ชนะของคู่นี้จะเข้าไปรอพบผู้ชนะระหว่าง โคลอมเบีย หรือ กานา ในรอบต่อไป