เนชั่นทีวี

ข่าว

จ่อทุบสถิติโลก! คาด "ฟุตบอลโลก 2026" ดันเงินสะพัดหมุนเวียนทะลุ 8 หมื่นล้านดอลลาร์

11 มิ.ย. 2569 | apirak_pra

จ่อทุบสถิติโลก! คาด "ฟุตบอลโลก 2026" ดันเงินสะพัดหมุนเวียนทะลุ 8 หมื่นล้านดอลลาร์

เจาะลึกพิมพ์เขียวการเงิน "ฟุตบอลโลก 2026" คาดมูลค่าทางเศรษฐกิจภาพรวมจ่อทุบสถิติโลก พุ่งทะลุ 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

เจาะลึกพิมพ์เขียวการเงิน "ฟุตบอลโลก 2026" คาดมูลค่าทางเศรษฐกิจภาพรวมจ่อทุบสถิติโลก พุ่งทะลุ 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

KEY

POINTS

  • ฟุตบอลโลก 2026 คาดว่าจะสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจหมุนเวียนสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 80,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และอัดฉีดเงินเข้าสู่ GDP โลกโดยตรงกว่า 40,900 ล้านดอลลาร์
  • ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มโควตาทีมเป็น 48 ทีม ทำให้มีจำนวนแข่งขันสูงถึง 104 นัด ส่งผลให้รายได้จากฟีฟ่า, ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด, ตั๋วเข้าชม และสปอนเซอร์พุ่งสูงขึ้นทำลายสถิติ
  • คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 6.5 ล้านคนเดินทางมาชมการแข่งขัน โดยมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวสูงถึง 15,000 บาทต่อวัน ซึ่งจะกระตุ้นเศรษฐกิจใน 3 ประเทศเจ้าภาพอย่างมหาศาล

มหกรรมฟุตบอลโลก 2026 (FIFA World Cup 2026) รอบสุดท้าย จะประเดิมเปิดฉากนัดแรกอย่างเป็นทางการในวันนี้ (11 มิถุนายน 2569) ณ ทวีปอเมริกาเหนือ โดยตัวเกมกีฬานอกจากจะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แก่แฟนบอลทั่วโลกผ่านระบบการแข่งขันใหม่แล้ว ในมิติทางด้านเศรษฐกิจ ทัวร์นาเมนต์นี้ถูกคาดหมายว่าจะสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ด้วยการทำลายทุกสถิติการสร้างรายได้ในโลกกีฬา

จากรายงานผลวิจัยและวิเคราะห์สถานะทางการเงินล่วงหน้า ซึ่งเปิดเผยโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ร่วมกับองค์การการค้าโลก (WTO) ระบุว่า ฟุตบอลโลก 2026 ภายใต้การเป็นเจ้าภาพร่วมสามภาคีของ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา และเม็กซิโก มีแนวโน้มจะสร้างมูลค่าผลผลิตหมุนเวียนทางเศรษฐกิจภาพรวม (Gross economic output) ได้สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 80,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.88 ล้านล้านบาท) พร้อมทั้งขับเคลื่อนและอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศทั่วโลก (Global GDP) โดยตรงสูงถึง 40,900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.47 ล้านล้านบาท) แซงหน้าตัวเลขรายได้ของมหกรรมโอลิมปิกในอดีตอย่างขาดลอย ตามการวิเคราะห์ของ MYCPE ONE News & Insights

จ่อทุบสถิติโลก! คาด "ฟุตบอลโลก 2026" ดันเงินสะพัดหมุนเวียนทะลุ 8 หมื่นล้านดอลลาร์

เปิด 3 ตัวเลขคีย์แมนทำเงิน: สัญญาล็อกล่วงหน้า หลังปรับสเปกเพิ่มเป็น 104 แมตช์

ปัจจัยหลักที่ทำให้ผู้สอบบัญชีประเมินงบดุลล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ ขยับตามหมากแท็กติกการเดินเกมของสภาฟีฟ่า (FIFA Council) ที่เคยมีมติเป็นเอกฉันท์ในการประกาศขยายโควตาทีมรอบสุดท้ายจาก 32 ทีม พุ่งเพิ่มเป็น 48 ทีม ซึ่งส่งผลให้จำนวนแมตช์การแข่งขันรวมเพิ่มขึ้นก้าวกระโดดเป็น 104 แมตช์ สูงสุดในประวัติศาสตร์ และเป็นสปริงบอร์ดชั้นดีในการรับประกันรายได้ 3 ช่องทางหลักที่เงินไหลเข้าบัญชีไปล่วงหน้า ประกอบด้วย

  • รายได้รวมของฟีฟ่า (FIFA Revenue): ในรอบวงจร 4 ปีที่สิ้นสุดลงในปี 2026 ข้อมูลเชิงลึกจาก The Guardian เผยว่าฟีฟ่าจะกวาดรายได้รวมทะลุ 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4.68 แสนล้านบาท) เพิ่มขึ้นถึง 56% เมื่อเทียบกับฟุตบอลโลกปี 2022 ที่ประเทศกาตาร์ โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่กว่า 9,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3.24 แสนล้านบาท) มีกำหนดการรับรู้รายได้ในปีนี้ ตามตัวเลขงบประมาณอย่างเป็นทางการของ Inside FIFA

  • เค้กส่วนแบ่งลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด (Broadcasting Rights): เม็ดเงินจากสถานีโทรทัศน์และสตรีมมิงยักษ์ใหญ่ทั่วโลกที่ยอมควักจ่ายล่วงหน้าเพื่อจองสิทธิ์ถ่ายทอดสด 104 นัด คาดว่าจะพุ่งทะลุเหนือระดับ 4,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.51 แสนล้านบาท) ไปเรียบร้อย

  • รายได้จากตั๋วเข้าชมและแพ็กเกจวีไอพี (Matchday & Hospitality): รายงานจากวิจัยของ Sports Value ระบุว่า ยอดจำหน่ายตั๋วพรีเมียมและห้องรับรองถูกบริษัทยักษ์ใหญ่กว้านซื้อล่วงหน้าจนสร้างสถิติเติบโตขึ้นจากทัวร์นาเมนต์ที่กาตาร์ถึง 216% คาดการณ์กวาดเงินรวมกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.08 แสนล้านบาท)

จ่อทุบสถิติโลก! คาด "ฟุตบอลโลก 2026" ดันเงินสะพัดหมุนเวียนทะลุ 8 หมื่นล้านดอลลาร์

ชัยชนะตั้งแต่ในมุ้งของ "United Bid"

ความพิเศษของตัวเลขคาดการณ์ระดับล้านล้านบาทในรอบนี้ คือการที่ 3 ประเทศเจ้าภาพไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงเรื่องงบประมาณก่อสร้างบานปลายเหมือนทัวร์นาเมนต์ในอดีต ซึ่งนี่เป็นทีเด็ดคีย์แมนที่ทำให้กลุ่ม "United Bid" ชนะคะแนนโหวตท่วมท้นถึง 67% ในที่ประชุม FIFA Congress ตั้งแต่ปี 2018 เนื่องจากทั้ง 16 สเตเดียมเป็นสนามยักษ์ใหญ่มาตรฐานสูงที่เปิดใช้งานอยู่แล้วในศึก NFL และลีกเม็กซิโก (Liga MX) มีความจุเฉลี่ยสูงกว่า 68,000 ที่นั่ง ทำให้นักบัญชีคำนวณต้นทุนคงที่ (Fixed Costs) ได้แม่นยำเบ็ดเสร็จโดยไม่มีปัญหา "สนามร้าง" หลังจบงาน

ในการกระจายเม็ดเงิน สหรัฐอเมริกาจะเป็นผู้รับเค้กชิ้นใหญ่ที่สุด โดยคาดว่าจะช่วยกระตุ้นตัวเลข GDP ของสหรัฐฯ ได้สูงถึง 17,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 6.19 แสนล้านบาท) และเกิดการจ้างงานเต็มเวลาเพิ่มขึ้นกว่า 185,000 ตำแหน่ง ขณะที่เม็กซิโกถูกประเมินว่าจะกวาดรายได้เข้าประเทศราว 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.08 แสนล้านบาท) ดันเศรษฐกิจท้องถิ่นในเม็กซิโก ซิตี้, กัวดาลาฮารา และมอนเทอร์เรย์ ให้ขยายตัวอย่างเด่นชัดผ่านนวัตกรรมการท่องเที่ยวและการบริโภคของแฟนบอล

 

เผยสถิติตัวเลข "สปอนเซอร์-เงินสะพัดต่อหัว" คาดแฟนบอลจ่ายยับเฉลี่ยวันละ 1.5 หมื่น

รายงานระบุสถิติตัวเลขเชิงลึกคาดการณ์ว่า ตลาดการท่องเที่ยวจะถูกกระตุ้นทันทีจากนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 6.5 ล้านคน โดยพฤติกรรมการใช้จ่ายของแฟนบอลต่างชาติมีตัวเลขเฉลี่ยค่าใช้จ่ายต่อหัวสูงถึง 416 ดอลลาร์สหรัฐต่อวัน (ประมาณ 15,000 บาท) และมีระยะเวลาพำนักเฉลี่ยยาวนานถึง 12 วันต่อคน ดันให้อัตราการเข้าพักโรงแรมในเมืองใหญ่อย่างลอสแอนเจลิสพุ่งทะยานจนราคาห้องพักดีดตัวขึ้นถึง 90% จากราคาปกติ ขยับไปแตะระดับ 480 ดอลลาร์สหรัฐต่อคืน (ประมาณ 17,200 บาท)

นอกจากนี้ ในส่วนของรายได้จากสปอนเซอร์และผู้สนับสนุนรายใหญ่ (Sponsorship revenues) ของฟีฟ่าในศึกครั้งนี้ คาดว่าจะทุบสถิติพุ่งทะลุเกิน 2,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1 แสนล้านบาท) อย่างแน่นอน ส่งผลให้ฟุตบอลโลก 2026 ขยับขึ้นแท่นเป็นโครงสร้างธุรกิจและอุตสาหกรรมกีฬาที่ทรงอิทธิพลและสามารถแปรเปลี่ยนแรงศรัทธาของแฟนบอลให้กลายเป็นเม็ดเงินมหาศาลขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกได้อย่างแท้จริงตั้งแต่วันแรกที่เปิดสนาม