เนชั่นทีวี

ข่าว

รมว.กต.ย้ำ "เขมร" ดึงไทยเข้าประนอมภาคบังคับ-ปิดประตูเจรจาเอง

22 ก.ค. 2569 | katchatapong_lee

รมว.กต.ย้ำ "เขมร" ดึงไทยเข้าประนอมภาคบังคับ-ปิดประตูเจรจาเอง

"สีหศักดิ์" ย้ำ "กัมพูชา'" ปิดประตูเจรจาเอง หลังดึงไทยเข้าประนอมภาคบังคับ - เผยไทยตั้ง JBC ชุดใหม่แล้ว ปัดส่งสัญญาณเปิดโต๊ะเจรจา-ลั่น! รอไร้เหตุยั่วยุชายแดนก่อน

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งอยู่ระหว่างการเดินทางเยือน กรุงมะนิลา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เพื่อเข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เปิดเผยว่า ที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน ได้ติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่า ไทยยังยึดผลการหารือของผู้นำทั้งสองประเทศ ในระหว่างการประชุมที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ว่า ทั้งสองประเทศจะพูดคุยทวิภาคี และจะต้องสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจต่อกัน และค่อยหาทางฟื้นฟูความสัมพันธ์ ดังนั้น จะกลับเข้าสู่เขตแดนทางทะเลที่ไทยเคยเสนอว่า ทั้งสองฝ่ายควรพูดคุยกัน ก่อนจะเข้าสู่กลไกต่าง ๆ เพราะหากเริ่มคุยเรื่องเขตแดนทางทะเล ก็อาจพูดคุยเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขตแดนทางบกด้วยในระดับหนึ่ง เช่นการเตรียมการในระดับเทคนิค แต่ในเมื่อกัมพูชา ปิดประตูการพูดคุย แล้วไปสู่การประนอมภาคบังคับ ซึ่งไทยไม่ได้มีปัญหา แต่ตั้งข้อสังเกตว่าทำไม กัมพูชา ไม่ยอมคุยกับไทยก่อน พร้อมย้ำว่า ฝ่ายไทยไม่ได้ปิดประตูการเจรจา แต่เป็นฝ่ายกัมพูชา ที่ปิดประตู

สำหรับเรื่องเขตแดนทางทะเลนั้น นายสีศักดิ์ ระบุว่า ฝ่ายไทยย้ำมาตลอดว่า ต้องการมีการเจรจาภายใต้ MOU44 แต่ที่ผ่านมา ยังไม่มีความคืบหน้า ดังนั้น เจตนาของฝ่ายไทย คือต้องการให้มีการเจรจา ภายใต้กติกาที่ทั้งสองฝ่ายเคารพร่วมกัน เพราะตอนที่ทำ MOU44 นั้น กัมพูชายังไม่เป็นเข้าเป็นภาคี ในอนุสัญญา UNCLOS แต่ตอนนี้ กัมพูชาเข้าเป็นภาคีแล้ว เราต่างเคารพในกฎหมายระหว่างประเทศ และทำไมไม่ลองเจรจากัน 

 

นายสีหศักดิ์ ย้ำว่า ถ้ามีการเจรจาเขตแดนทางทะเล ก็อาจมีการเจรจาทางบกและชายแดน ในระดับหนึ่งได้ แต่เมื่อไทนยเสนอไปแล้ว กัมพูชาไม่ตอบสนอง ต้องการไปสู้กระบวนการประนอมภาคบังคับ ทั้งที่ยังมีประนอมแบบสมัครใจอยู่ด้วย จึงถือว่า ฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้ตัดสินใจไม่เลือกเส้นทางการเจรจา ซึ่งก็คือ “การปิดประตูการเจรจา เรื่องเขตแดนทางบก” 

ส่วนกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาออกแถลงการณ์ วันที่ 20 กรกฎาคม ที่ระบุว่า ทั้งสองประเทศควรเจรจาเรื่องเขตแดนทางบก ไม่ควรนำกระบวนการตามอนุสัญญา UNCLOS มาเกี่ยวข้องนั้น นายสีหศักดิ์ ระบุว่า กระบวนการภายใต้อนุสัญญา UNCLOS ยังมีช่องทางให้พูดคุยกันได้ ก่อนจะนำไปสู่กลไกอื่น ๆ ซึ่งกัมพูชาขอให้ไทย เปิดให้มีการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม หรือ JBC ไทย- กัมพูชา แต่กัมพูชากลับไม่ยอมให้มีการพูดคุย ในช่องทางภายใต้กระบวนการ UNCLOS ซึ่งถือเป็นท่าทีที่ขัดแย้งกันเองของกัมพูชา พร้อมย้ำว่า ท่าทีของฝ่ายไทย ต้องการให้ให้มีการพูดคุยทวิภาคี ทั้งเขตแดนทางบก และทางทะเล โดยในขณะนี้ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบประธานและกรรมการ JBC ชุดใหม่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องทางเทคนิคภายในของไทย ไม่ได้หมายความว่า ไทยจะเริ่มการเจรจากับกัมพูชา ย้ำว่า ประเด็นนี้เป็นคนละส่วนกัน 

 

ส่วนที่ฝ่ายกัมพูชาเรียกร้องให้มีการเจรจาทางบก แต่ยังมีความวุ่นวายเกิดขึ้นตามแนวชายแดนอย่างต่อเนื่อง จนทำให้คนไทยกังวลนั้น นายสีหศักดิ์ กล่าวว่าการประชุม JBC เป็นเรื่องการปักปันเขตแดน แต่สถานการณ์ชายแดน เป็นมากกว่าการปักปันเขตแดน เพราะเป็นเรื่องของเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ดังนั้น ก่อนมีการประชุมเพื่อปักปันเขตแดน จะต้องมีมาตรการที่ทำให้ฝ่ายไทยมีความมั่นใจ หรือมีความร่วมมือกันทั้งสองฝ่าย เช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิด ร่วมกันแก้ปัญหาแสกมเมอร์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้อยู่ในแถลงการร่วมไทย-กัมพูชาที่มาเลเซีย ซึ่งถ้ามีความร่วมมือดังกล่าวแล้ว การปักปันเขตแดนก็จะมีความคืบหน้าได้ แต่ถ้ายังไม่สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ เช่น เรื่องทุ่นระเบิด หรือ ขบวนการแสกมเมอร์ หรือไม่สามารรถสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจได้ ยังมีการยั่วยุกันอยู่ การเจรจา JBC ที่เป็นเรื่องเทคนิค ก็จะคืบหน้าได้ยาก พร้อมย้ำว่า การประชุม JBC ไม่ได้แก้ปัญหาความมั่นคงชายแดน 

ข่าวล่าสุด