ประตูชัยนาทีบาป: "อัล-บูไรคาน" ฮีโร่ซัดดับฝัน
แม้จะเสียเปรียบตัวผู้เล่น แต่อัล อาห์ลี ที่นำทัพโดย ริยาด มาห์เรซ และ เอดูอาร์ เมนดี้ ยังคงสู้ยิบตาจนยื้อไปถึงช่วงต่อเวลาพิเศษ และในนาทีที่ 96 แฟนบอลเจ้าถิ่นก็ได้เฮลั่นเมื่อ ฟร้องค์ เกสซิเย่ ไหลบอลให้ ฟิราส อัล-บูไรคาน ดาวยิงทีมชาติซาอุฯ ซัดจ่อๆ เสยเพดานตาข่าย เป็นประตูชัยให้ทีมชนะไป 1-0
"มันมหัศจรรย์มาก" มาห์เรซ กล่าวหลังเกม "การเล่น 10 ต่อ 11 คนมันแทบเป็นไปไม่ได้ ผมไม่รู้ว่าพวกเราเอาพละกำลังมาจากไหน แต่หลังจากใบแดงพวกเราสู้ด้วยกัน วิ่งให้มากขึ้น จนกระทั่งทำประตูได้"
มาชิดะ เซลเวีย: ผู้แพ้ที่น่าภาคภูมิใจ
ทางด้าน โก คุโรดะ กุนซือมาชิดะ เซลเวีย ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อประสบการณ์ที่เหนือกว่าของเจ้าถิ่น
"เราภูมิใจที่มาถึงรอบชิงฯ แต่อัล อาห์ลี มีประสบการณ์ในรายการนี้สูงมาก เราเสียประตูในเวลาที่ยากลำบากและไม่สามารถกลับสู่เกมได้"
ทั้งนี้ มาชิดะสร้างประวัติศาสตร์สโมสรด้วยการเข้าชิงถ้วยเอเชียครั้งแรก แม้จะยังไม่เคยคว้าแชมป์เจลีกเลยก็ตาม