"ความโกลาหล" ที่มาพร้อมระเบียบวินัย
ลูอิส ดังค์ กัปตันทีมไบรท์ตันเคยนิยามช่วง 2 สัปดาห์แรกภายใต้เด แซร์บีว่าคือ "การนองเลือด" (Carnage) เพราะรายละเอียดที่จุกจิกและบ้าคลั่งในเชิงแท็คติก แต่สุดท้ายมันก็นำมาซึ่งความสำเร็จประวัติศาสตร์พานกนางนวลไปลุยยุโรป โจทย์ใหญ่ของสเปอร์สคือ เด แซร์บี มีเวลาไม่ถึง 2 สัปดาห์ก่อนคุมนัดแรกเยือนซันเดอร์แลนด์ (12 เม.ย.) เขาจะยอม "ลดอีโก้" มาเล่นแบบประคองตัวเพื่อความอยู่รอดก่อนหรือไม่? เพราะหากเขาใช้สไตล์เดิมแล้วพลาดใน 5 นัดแรกเหมือนสมัยคุมไบรท์ตัน สเปอร์ส "ตกชั้น" ทันที
พยศทั้งในสนามและนอกสนาม
จุดอ่อนที่เด แซร์บี ต้องเผชิญคือการจัดการ "เบื้องบน" เขาเคยมีปัญหากับเจ้าของทีมไบรท์ตันและมาร์กเซยจนต้องแยกทางเพราะวิสัยทัศน์ไม่ตรงกัน ซึ่งในรังไก่ที่มีแดเนียล เลวี่ ความขัดแย้งอาจเกิดขึ้นได้ง่ายหากผลงานไม่เป็นใจ
ประเด็นร้อน: เมสัน กรีนวูด
อีกหนึ่งกระแสต่อต้านคือความสัมพันธ์ระหว่างเขากับ เมสัน กรีนวูด ซึ่งเคยร่วมงานกันที่มาร์กเซย โดยเด แซร์บี เคยออกมาปกป้องและชื่นชมกรีนวูดจนทำให้กลุ่มแฟนบอลสเปอร์สไม่พอใจอย่างมาก ซึ่งเรื่องนี้สโมสรยืนยันว่าได้มีการพูดคุยอย่างละเอียดก่อนเซ็นสัญญาแล้ว แต่แน่นอนว่าเขาต้องเจอคำถามจี้ใจดำในงานแถลงข่าววันแรกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้