svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

พรีวิวพรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ "คาร์ริค" ประเดิมดาร์บี้แมตช์ - เชลซีระวังลูกทุ่มทำพิษ

16 ม.ค. 2569

พรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ "ไมเคิล คาร์ริค" เริ่มงานแรกสุดโหดพบ แมนฯ ซิตี้ ขณะที่เชลซีต้องแก้โจทย์เก่าเรื่องเกมรับมือลูกทุ่ม และลิเวอร์พูลที่ต้องประคองแบ็กขวาจอมบุก สรุปครบทุกคู่พร้อมเวลาถ่ายทอดสดในไทย

พรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ "ไมเคิล คาร์ริค" เริ่มงานแรกสุดโหดพบ แมนฯ ซิตี้ ขณะที่เชลซีต้องแก้โจทย์เก่าเรื่องเกมรับมือลูกทุ่ม และลิเวอร์พูลที่ต้องประคองแบ็กขวาจอมบุก สรุปครบทุกคู่พร้อมเวลาถ่ายทอดสดในไทย

KEY

POINTS

  • ไมเคิล คาร์ริค จะประเดิมคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชั่วคราวด้วยการทำศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ แมตช์ กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้
  • เชลซีต้องเผชิญกับโจทย์สำคัญในการรับมือลูกทุ่มไกลของเบรนท์ฟอร์ด ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่เคยทำให้ทีมเสียประตูมาแล้ว
  • โปรแกรมพรีเมียร์ลีกสุดสัปดาห์นี้มีความน่าสนใจหลายคู่ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้จัดการทีมและโจทย์ทางแท็กติกที่ท้าทายของทีมใหญ่

สัปดาห์นี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของวงการฟุตบอลอังกฤษที่แฟนบอลทั่วโลกจับตามองอย่างใกล้ชิดโดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านอำนาจในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ที่กลุ่มบริหาร INEOS ตัดสินใจเลือกเส้นทางที่คุ้นเคยอย่าง ไมเคิล คาร์ริค ให้เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนจนสิ้นสุดฤดูกาล ท่ามกลางภารกิจสุดหิน ขณะที่ทีมยักษ์ใหญ่อื่นๆ ต่างต้องเผชิญกับโจทย์แท็กติกที่ท้าทาย ทั้งการรับมือลูกทุ่มไกลที่เป็นจุดอ่อน และการรักษาช่องว่างในพื้นที่ยุโรป ทำให้โปรแกรมสุดสัปดาห์นี้เต็มไปด้วยความเข้มข้นในทุกคู่

 

แมนฯ ยูไนเต็ด vs แมนฯ ซิตี้
⏰ เสาร์ 19.30 น.

คาร์ริคประเดิมงานยาก กับศึกดาร์บี้ที่ร้อนระอุ

ศึกแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ ครั้งที่ 198 จะเผ็ดร้อนแค่ไหน เมื่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องลงสนามภายใต้การคุมทีมของกุนซือขัดตาทัพคนล่าสุดอย่าง ไมเคิล คาร์ริค นี่คือการรับงานชั่วคราวครั้งที่สองของเขา แม้ประสบการณ์ช่วงปลายปี 2021 ที่เคยพาทีมชนะบียาร์เรอัลและอาร์เซนอล เสมอเชลซี จะน่าจดจำ แต่การต้องจัดทีมออกไปสู้กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงฟอร์มเข้าฝักของเป๊ป กวาร์ดิโอลา ย่อมเป็นงานคนละระดับ

ซิตี้ยังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์ทุกรายการ ขณะที่ยูไนเต็ดกำลังรับแรงกระแทกจากการเปลี่ยนกุนซืออีกครั้ง เป้าหมายของคาร์ริคคือพยายามกอบกู้ฤดูกาลด้วยการคว้าตั๋วยุโรป เขามีเวลา 17 นัด ยูไนเต็ดรั้งอันดับ 7 มี 32 คะแนน ชัยชนะเหนือคู่ปรับร่วมเมืองจะเป็นการเริ่มต้นที่สวยหรู แต่คำถามคือ เกมนี้จะจบลงด้วยการ “ยืนหยัด” หรือ “ถูกสั่งสอน”

พรีวิวพรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ "คาร์ริค" ประเดิมดาร์บี้แมตช์ - เชลซีระวังลูกทุ่มทำพิษ

เชลซี vs เบรนท์ฟอร์ด
⏰ เสาร์ 22.00 น.

เชลซีกับบททดสอบลูกทุ่มยาวอีกครั้ง

เชลซีรู้ดีว่าอะไรจะเกิดขึ้น พวกเขาเคยเสียประตูท้ายเกมจากลูกทุ่มไกลตอนเสมอเบรนท์ฟอร์ดเมื่อเดือนกันยายน และสุดสัปดาห์นี้ต้องเตรียมรับมืออาวุธเด็ดของ ไมเคิล คาโยเด้ อีกครั้งที่สแตมฟอร์ด บริดจ์

ฤดูกาลนี้ เชลซีเสียถึง 4 ประตูจากลูกทุ่มยาว และเคยตั้งรับกันอลหม่านในเกมเสมอบอร์นมัธเมื่อเดือนก่อน ซึ่งทั้งสองประตูมาจากการทุ่มของ อองตวน เซเมนโย ความบกพร่องเกมรับยังไม่หายไป และเบรนท์ฟอร์ดก็น่าจะเล่นงานจุดอ่อนนี้ซ้ำอีก

 

ลีดส์ vs ฟูแล่ม
⏰ เสาร์ 22.00 น.

ฟาร์เค่ไม่ประมาทฟูแล่ม และแฮร์รี วิลสัน

ลีดส์หยุดสถิติไร้พ่าย 7 นัดในลีกสูงสุด หลังแพ้นิวคาสเซิลแบบหวุดหวิด 4-3 คำถามคือ ทีมของดาเนียล ฟาร์เค่ จะฟื้นตัวได้หรือไม่ในการเจอฟูแล่ม

แม้จะได้เล่นที่เอลแลนด์ โร้ด แต่ฟาร์เค่ไม่ประมาททีมของมาร์โก ซิลวา โดยเฉพาะ แฮร์รี วิลสัน มิดฟิลด์ตัวรุกที่เขาเคยพยายามดึงตัวมาร่วมทีม “ฟูแล่มกำลังเปลี่ยนฟอร์มที่ดีให้เป็นผลการแข่งขัน และช่วง 5 นัดหลัง พวกเขาฟอร์มดีเป็นอันดับ 3 ของลีก” ฟาร์เค่กล่าว พร้อมยอมรับว่าวิลสันคือผู้เล่นที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ

 

ลิเวอร์พูล vs เบิร์นลีย์
⏰ เสาร์ 22.00 น.

พักฟริมปง หรือเปิดโอกาสให้โกเมซ?

อาร์เน่อ ชล็อต ต้องตัดสินใจเรื่องแบ็กขวาอีกครั้ง เมื่อคอเนอร์ แบรดลีย์ บาดเจ็บหนักจนปิดเทอมฤดูกาล ภาระจึงตกอยู่กับ เจเรมี ฟริมปง ที่เพิ่งกลับมาจากอาการเจ็บแฮมสตริงเป็นครั้งที่สอง

แม้ฟริมปงจะทำผลงานดี แต่เมื่อมีโปรแกรมยุโรปและเกมลีกสำคัญรออยู่ สล็อตอาจพิจารณาใช้งาน โจ โกเมซ หรือ คัลวิน แรมซีย์ แทนบ้าง ด้านเบิร์นลีย์เริ่มกระเตื้องหลังหยุดสถิติไม่ชนะใครยาวนาน และน่าจะมาเล่นแบบรัดกุม

พรีวิวพรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ "คาร์ริค" ประเดิมดาร์บี้แมตช์ - เชลซีระวังลูกทุ่มทำพิษ

ซันเดอร์แลนด์ vs คริสตัล พาเลซ
⏰ เสาร์ 22.00 น.

โอเนียนยกระดับตัวเอง แม้ทีมสุ่มเสี่ยงตกชั้น

ลุค โอเนียน อาจกลับไปนั่งสำรองในเกมพบคริสตัล พาเลซ แม้จะทำผลงานน่าประทับใจในเอฟเอ คัพ แต่เจ้าตัวยืนยันว่า การได้ซึมซับวัฒนธรรมทีมภายใต้ผู้นำอย่าง กรานิต ชาก้า ช่วยยกระดับเกมของเขา

โอเนียนยกย่องชาก้าเป็นหนึ่งในผู้นำที่ดีที่สุดในวงการฟุตบอล และเชื่อว่าบรรยากาศทีมชุดนี้กำลังพาซันเดอร์แลนด์ก้าวไปข้างหน้า

 

สเปอร์ส vs เวสต์แฮม
⏰ เสาร์ 22.00 น.

คาสเตยานอส ความหวังใหม่ของขุนค้อน

เวสต์แฮมเพิ่งคว้าชัยครั้งแรกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน หลังเฉือนคิวพีอาร์ในเอฟเอ คัพ และคนที่ยิงประตูชัยคือ ตาติ คาสเตยานอส ดาวยิงที่เพิ่งย้ายมาจากลาซิโอ

นูโน เอสปิริโต ซานโต ต้องการกองหน้าที่ไว้ใจได้ หลังแพ้ 5 จาก 6 นัดหลังในลีก คาสเตยานอสที่เล่นร่วมกับ จาร์ร็อด โบเวน และ คริเซนซิโอ ซัมเมอร์วิลล์ อาจเป็นกุญแจสำคัญในการดิ้นรนหนีตกชั้น โดยเริ่มจากเกมเยือนสเปอร์สที่ฟอร์มยังแกว่ง

 

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ vs อาร์เซนอล
⏰ อาทิตย์ 00.30 น.

ไดช์มีอาวุธพอจะทำให้อาร์เซนอลอึดอัด

ฌอน ไดช์ รู้ดีว่าเกมนี้ต้องใช้ผู้เล่นชุดใหญ่ หลังบทเรียนจากเอฟเอ คัพ สิ่งสำคัญคือการรับมือลูกตั้งเตะของอาร์เซนอล ซึ่งเป็นจุดแข็งภายใต้ มิเกล อาร์เตตา

คู่เซ็นเตอร์อย่าง นิโคลา มิเลนโควิช และ มูริลโล พร้อมผู้รักษาประตู มัตซ์ เซลส์ คือความหวังในการต้านทานจ่าฝูง และรอโอกาสสวนกลับ

 

วูล์ฟส์ vs นิวคาสเซิล
⏰ อาทิตย์ 21.00 น.

วูล์ฟส์จะยืดสถิติไร้พ่ายต่อไปได้หรือไม่

โมลินิวซ์ไม่ใช่สนามที่ไปเยือนง่ายอีกต่อไป วูล์ฟส์ของร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ เริ่มมีชีวิต แม้ยังรั้งบ๊วย แต่ไม่แพ้ใคร 4 นัดติดรวมทุกรายการ

นิวคาสเซิลมีสถิตินอกบ้านที่เปราะบาง ชนะเพียง 3 จาก 13 นัด เกมนี้จึงอาจเป็น “กับดัก” สำหรับทีมของเอ็ดดี ฮาว

 

แอสตัน วิลลา vs เอฟเวอร์ตัน
⏰ อาทิตย์ 23.30 น.

แอสตัน วิลลามีพื้นที่หายใจ

แม้จะแพ้อาร์เซนอลหลังคริสต์มาส แต่แอสตัน วิลลาของอูไน เอเมรี ยังคงเดินหน้าด้วยผลงานแข็งแกร่ง ปัจจุบันมีแต้มเท่ากับแมนฯ ซิตี้ และทิ้งห่างอันดับ 6 ถึง 11 คะแนน

เกมรับเอฟเวอร์ตันที่คุณภาพยังจำกัด เป็นโอกาสดีให้วิลลารักษาระยะห่างในกลุ่มท็อปไฟว์ ซึ่งอาจเพียงพอสำหรับตั๋วแชมเปียนส์ลีก

 

ไบรท์ตัน vs บอร์นมัธ
⏰ อาทิตย์ 21.00 น.

บาเลบากลับมา แต่ตำแหน่งไม่การันตี

แม้ยังมีข่าวเชื่อมโยงกับแมนฯ ยูไนเต็ด แต่การกลับมาของ คาร์ลอส บาเลบา หลังแอฟริกัน เนชันส์ คัพ ไม่ได้หมายความว่าเขาจะการันตีตัวจริงในไบรท์ตัน

การคืนสนามของ ปาสกาล กรอส ทำให้แดนกลางแน่นขึ้นอย่างมาก ฟาเบียน เฮอร์เซเลอร์ มีตัวเลือกเต็มมือ และหลังผลงานดีต่อเนื่อง บาเลบาอาจต้องอดทนรอโอกาสของตัวเอง

-----

พรีวิวพรีเมียร์ลีกสัปดาห์นี้ "คาร์ริค" ประเดิมดาร์บี้แมตช์ - เชลซีระวังลูกทุ่มทำพิษ