เนชั่นทีวี

ข่าว

แมนยูสั่งปลด 'อโมริม' เซ่นปมขัดแย้งบอร์ด-ผลงานแย่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

05 ม.ค. 2569 | apirak_pra

แมนยูสั่งปลด 'อโมริม' เซ่นปมขัดแย้งบอร์ด-ผลงานแย่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

จบเส้นทาง 14 เดือน! แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศแยกทาง รูเบน อโมริม หลังทิ้งระเบิดท้าทายบอร์ดบริหารและพาทีมจมดิ่งสถิติแย่ที่สุดในยุคพรีเมียร์ลีก แต่งตั้ง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ คุมขัดตาทัพดวลเบิร์นลีย์พุธนี้

จบเส้นทาง 14 เดือน! แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศแยกทาง รูเบน อโมริม หลังทิ้งระเบิดท้าทายบอร์ดบริหารและพาทีมจมดิ่งสถิติแย่ที่สุดในยุคพรีเมียร์ลีก แต่งตั้ง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ คุมขัดตาทัพดวลเบิร์นลีย์พุธนี้

KEY

POINTS

  • แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศปลด รูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีมอย่างเป็นทางการ เนื่องจากผลงานย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร ทั้งสถิติชนะที่ต่ำที่สุด และอันดับในลีกที่ตกต่ำที่สุดในรอบ 50 ปี
  • สาเหตุสำคัญอีกประการคือความขัดแย้งกับบอร์ดบริหาร โดยฟางเส้นสุดท้ายคือการให้สัมภาษณ์ในเชิงท้าทายอำนาจผู้บริหารหลังเกมเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด
  • สโมสรได้แต่งตั้ง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ อดีตนักเตะและโค้ชทีมเยาวชน ขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการผู้จัดการทีมชั่วคราว

สโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอดทีมแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ประกาศปลด รูเบน อโมริม ออกจากตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนอย่างเป็นทางการ เมื่อวันจันทร์ที่ 5 มกราคม 2569 หลังจากกุนซือชาวโปรตุกีสพาทีมทำผลงานได้อย่างย่ำแย่และเกิดรอยร้าวอย่างหนักกับบอร์ดบริหารสโมสร โดยทางสโมสรได้แต่งตั้ง ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ อดีตกองกลางระดับตำนานและเฮดโค้ชชุด U-18 ให้ขึ้นมาทำหน้าที่รักษาการคุมทีมชั่วคราว เริ่มต้นในเกมที่จะบุกไปเยือน เบิร์นลีย์ วันพุธนี้ทันที

ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้บอร์ดบริหารของ "ปีศาจแดง" ตัดสินใจเด็ดขาด เกิดขึ้นหลังจากจบเกมพรีเมียร์ลีกที่แมนฯ ยูไนเต็ด ทำได้เพียงบุกไปเสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยหลังจบเกม อโมริมได้ให้สัมภาษณ์ในเชิงท้าทายอำนาจผู้บริหารสโมสรว่าตนทำงานในฐานะ "ผู้จัดการทีม" (Manager) ไม่ใช่แค่ "โค้ช" (Coach) ที่ต้องคอยรับฟังคำสั่งจากใคร ซึ่งคำพูดดังกล่าวถูกมองว่าเป็นการสร้างบรรยากาศที่เป็นอันตรายต่อทีมและเป็นการกดดันบอร์ดบริหาร

สถิติที่น่าอับอาย: อโมริมกับตัวเลขที่แย่ที่สุดในรอบ 50 ปี

แม้ว่าในช่วงแรก รูเบน อโมริม จะได้รับความคาดหวังอย่างสูงจากการพาทีมเข้าชิงชนะเลิศ ยูโรปา ลีก เมื่อฤดูกาลก่อน แต่ผลงานโดยรวมกลับน่าผิดหวังอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2024/25 ที่แมนฯ ยูไนเต็ด จบอันดับที่ 15 ของตาราง ซึ่งถือเป็นอันดับที่ต่ำที่สุดของสโมสรนับตั้งแต่ตกชั้นเมื่อปี 1974 นอกจากนี้ อโมริมยังมีสถิติการคุมทีมชนะในพรีเมียร์ลีกเพียง 31.9% ซึ่งเป็นสถิติที่ต่ำที่สุดในบรรดากุนซือถาวรทุกคนนับตั้งแต่มีการก่อตั้งพรีเมียร์ลีกในปี 1992

นอกจากเรื่องผลการแข่งขัน อโมริมยังถูกวิจารณ์อย่างหนักเรื่องความดื้อรั้นในระบบการเล่น 3-4-3 แม้จะมีการเสริมทัพมูลค่ากว่า 200 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา แต่เขากลับเลือกใช้นักเตะผิดตำแหน่งบ่อยครั้ง เช่นการจับ แพทริค ดอร์กู ไปเล่นวิงแบ็กฝั่งซ้ายทั้งที่เจ้าตัวทำผลงานได้ดีในตำแหน่งตัวรุกฝั่งขวา รวมถึงการที่เขาเมินเฉยต่อระบบเยาวชนของสโมสรโดยไม่เคยไปเข้าชมการแข่งขันของทีมชุดเล็กแม้แต่นัดเดียว

ก้าวต่อไปของปีศาจแดง: "ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์" กับภารกิจกู้ชีพ

ในแถลงการณ์ของสโมสรระบุว่า "ฝ่ายบริหารมีความจำเป็นต้องตัดสินใจเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ทีมมีโอกาสจบอันดับที่สูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในฤดูกาลนี้" โดยปัจจุบันแมนฯ ยูไนเต็ด รั้งอันดับ 6 ของตารางคะแนน ซึ่งถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ที่ตั้งเป้าไว้ก่อนเริ่มฤดูกาล แต่ทิศทางของทีมภายใต้อโมริมกลับไม่มีสัญญาณของการพัฒนาขึ้นเลย โดยเฉพาะเกมรับที่เสียประตูไปถึง 72 ลูกภายใต้การคุมทีมของเขา ซึ่งเป็นสถิติที่แย่ที่สุดเป็นอันดับ 4 ของลีกในรอบปีที่ผ่านมา

สำหรับ ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์ ผู้จะมารับเผือกร้อนในครั้งนี้ ถือเป็นลูกหม้อของสโมสรที่เข้าใจดีเอ็นเอของแมนฯ ยูไนเต็ด เป็นอย่างดี โดยเขาจะร่วมงานกับทีมงานโค้ชที่เหลือเพื่อเตรียมทีมลงทำศึกนัดสำคัญกับเบิร์นลีย์และต่อเนื่องด้วยเกมเอฟเอ คัพ รอบ 3 พบกับ ไบรท์ตัน ในวันอาทิตย์นี้ ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องกุนซือคนใหม่ที่จะเข้ามาทำหน้าที่ถาวร ซึ่งคาดว่าบอร์ดบริหารจะใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดซ้ำรอยเดิมเหมือนกรณีของอโมริม

ข่าวล่าสุด