ศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ ลีก รอบลีก เฟส นัดที่ 5 คืนวันอังคารนี้ เป็นเกมบิ๊กแมตช์ของยุโรป เมื่อ เชลซี เปิดบ้านรับมือ บาร์เซโลน่า สองอดีตแชมป์ยุโรปที่กำลังขับเคี่ยวแย่งโควตาเข้ารอบอัตโนมัติในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการแข่งขัน
ทั้งสองทีมมีผลงานเท่ากันอย่างสูสี หลังเก็บได้ 7 คะแนนเท่ากันจาก 4 นัดแรก โดยบาร์เซโลน่าอยู่อันดับ 11 และเชลซีตามมาติดๆ ที่อันดับ 12 ซึ่งหมายความว่าเกมนี้มีความหมายอย่างยิ่ง เพราะหากพลาดอีก อาจต้องไปเสี่ยงในรอบเพลย์ออฟแทนการเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายอัตโนมัติ
ฟอร์มและสภาพทีมล่าสุดของเชลซี
เชลซีของ เอ็นโซ มาเรสก้า กำลังอยู่ในช่วงมั่นใจสุดขีด ผลงานในลีกยอดเยี่ยม ชนะมา 3 นัดติดต่อกันโดยไม่เสียประตู ล่าสุดบุกชนะเบิร์นลีย์ 2-0 จากประตูของ เปโดร เนโต้ และ เอ็นโซ เฟร์นานเดซ ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 2 ของพรีเมียร์ลีก ไล่หลังอาร์เซน่อล
ในเวทียุโรป นัดล่าสุดพวกเขาสะดุดเล็กน้อย หลังทำได้เพียงบุกเสมอ คาราบัค 2-2 โดยต้องพึ่งฮีโร่อย่าง อเลฮานโดร การ์นาโช่ ยิงประตูช่วยชีวิตช่วงท้ายเกม ทำให้เชลซียังไม่ชนะเกมเยือนในแชมเปียนส์ลีกฤดูกาลนี้
อย่างไรก็ตาม จุดแข็งของทีมชุดนี้คือเกมใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ ที่ยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง โดยพวกเขาไม่แพ้เกมยุโรปในบ้านมาตั้งแต่ปี 2019 และชนะไปถึง 12 จาก 16 นัดหลังสุดในเวทียุโรป
เชลซียังสานต่อ “นโยบายเด็ก” อย่างจริงจัง ด้วยสถิติลงเล่นในพรีเมียร์ลีก 50 นัดติดต่อกันโดยไม่มีผู้เล่นอายุเกิน 30 ปีใน 11 ตัวจริง ซึ่งสะท้อนถึงพลังหนุ่มที่กำลังสร้างเอกลักษณ์ใหม่ให้สโมสร
อย่างไรก็ตาม เกมนี้พวกเขาจะขาดแกนหลักหลายราย ไม่ว่าจะเป็น โคล พาลเมอร์ (ขาหนีบ/นิ้วเท้าแตก), โรเมโอ ลาเวีย, ลีวาย โคลวิลล์ และ มิไคโล มูดริค (ติดโทษแบนยาวจากกรณีโด๊ป)
ข่าวดีคือ รีซ เจมส์ ที่ถูกถอดออกในเกมล่าสุดไม่ได้บาดเจ็บซ้ำ และมีลุ้นลงสนามได้ รวมถึง เวสลีย์ โฟฟานา ที่กลับมาฟิตพร้อมเป็นตัวเลือกอีกครั้ง