ชัยชนะสุดสวยงามของ ลิเวอร์พูล ที่บุกไปถล่ม ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต 5-1 ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา ไม่ได้เป็นเพียงการหยุดสถิติแพ้ 4 นัดรวดเท่านั้น แต่ยังเป็นค่ำคืนที่ อาร์เน่อ ชล็อต เฮดโค้ช แสดงให้เห็นถึง "ความกล้า" ในการตัดสินใจเชิงแท็กติก ซึ่งอาจเป็นพิมพ์เขียวสำหรับอนาคตของทีม
เดิมพันครั้งใหญ่: กล้าดร็อปซาลาห์และจัดคู่หน้าใหม่
หลังประสบกับความพ่ายแพ้ 4 นัดติดต่อกัน ชล็อตเลือกที่จะใช้แผนที่คาดไม่ถึงด้วยการ ดร็อป โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ผู้เป็นกำลังหลักของทีมเป็นตัวสำรอง และตัดสินใจทดลองใช้แผนการเล่นใหม่ โดยให้ อเล็กซานเดอร์ อิซัค (นักเตะค่าตัวสถิติสโมสร) ลงเล่นคู่กับ อูโก้ เอกิติเก้ ที่กำลังฟอร์มร้อนเป็นครั้งแรก
แท็กติกที่ปรับเปลี่ยนไปคือการใช้แผน 4-4-2 ในจังหวะไม่มีบอล ขณะที่ในจังหวะมีบอล ทีมจะปรับเป็น 3-2-5 ที่มีความลื่นไหลสูง โดยมี โคดี้ กัคโป และ เจเรมี ฟริมปง (ก่อนบาดเจ็บ) ยืนด้านกว้าง
เอกิติเก้ แจ้งเกิด, อิซัค โชคร้าย
ความเสี่ยงของชล็อตได้รับผลตอบแทนทันที ลิเวอร์พูล เก็บชัยชนะได้อย่างเด็ดขาด โดย อูโก้ เอกิติเก้ เป็นผู้ยิงประตูตีเสมอ 1-1 ซึ่งเป็นประตูที่ 6 ของเขากับสโมสร และได้รับคำชมอย่างสูงจากนักวิเคราะห์อย่าง โอเว่น ฮาร์กรีฟส์ ที่ระบุว่า "เขาควรเป็นตัวจริงได้แล้ว"
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะก็มาพร้อมกับราคาที่ต้องจ่าย เมื่อ อเล็กซานเดอร์ อิซัค โชคร้ายบาดเจ็บที่ขาหนีบจนต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงพักครึ่ง ซึ่งชล็อตยอมรับว่า "เป็นเรื่องน่าเสียดาย" เช่นเดียวกับ เจเรมี ฟริมปง ก็มีอาการบาดเจ็บแฮมสตริงจนน่าจะต้องพักหลายสัปดาห์