- การพิจารณาลงโทษผู้เล่นที่ทำร้ายร่างกายกัน
คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาทฯ ได้พิจารณาจากรายงานของผู้ควบคุมการแข่งขัน เหตุผลประกอบการให้ใบแดงตามรายงานผู้ตัดสิน และภาพเหตุการณ์ แล้วเห็นว่า พฤติกรรมของ ผู้เล่นหมายเลข 27 นายอาทิตย์ พรหมขันธ์ สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด และ ผู้รักษาประตูหมายเลข 24 นายกิตติศักดิ์ หมู่สวัสดิ์ สโมสรลำปาง เอฟซี เป็นการเจตนาทำร้ายร่างการกันของทั้งสองคน เห็นควรพิจารณาลงโทษเพิ่มเติมจากโทษที่ได้รับจากผู้ตัดสินในสนาม
โดยลงโทษเพิ่มเติมผู้เล่นหมายเลข 27 นายอาทิตย์ พรหมขันธ์ สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด ตามความผิดข้อ 1.12 (1) ทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้ถูกทำร้าย ให้ถูกพักการแข่งขันและห้ามเข้าสนาม 1 นัด ปรับเงิน 20,000 บาท รวมโทษใบแดงตรงที่ได้รับจากผู้ตัดสินในสนามอีก 2 นัด ปรับเงิน 20,000 บาท
ในส่วนของผู้รักษาประตูหมายเลข 24 นายกิตติศักดิ์ หมู่สวัสดิ์ สโมสรลำปาง เอฟซี ที่ได้รับใบเหลือง ให้พิจารณาลงโทษเพิ่มเติม ตามความผิดข้อ 1.12 (1) ทำร้ายร่างกายไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจของผู้ถูกทำร้าย ให้ถูกพักการแข่งขันและห้ามเข้าสนาม 3 นัด ปรับเงิน 40,000 บาท
ดังนั้น เมื่อนับรวมโทษผู้เล่นทั้งสองคนจะได้รับโทษเท่ากัน โดยจะถูกพักการแข่งขันคนละ 3 นัด และปรับเงิน 40,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการ ไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงินคนละ 26,666 บาท
ภายหลังจากเหตุการณ์ผู้เล่นทำร้ายร่างกายในนาทีที่ 90+6 ผู้ตัดสินได้หยุดการแข่งขันเพื่อพิจารณาให้ใบแดงแก่ผู้เล่นสโมสรแพร่ ยูไนเต็ด และ ชี้แจงเหตุการณ์ในภาพรวมในกับผู้เล่นทั้งสองทีมได้รับทราบ โดยผู้ตัดสิน ได้มีการหารือกับผู้ตัดสินที่ 4 ในนาทีที่ 90+8 ถึงการกลับมาเริ่มใหม่ ผู้ตัดสินที่ 4 แจ้งว่าลูกบอลอยู่ในการเล่น และสอบถามผู้ตัดสินว่าเหตุการณ์เกิดในเขตหรือนอกเขตโทษ ถ้าในเขตโทษต้องเป็นจุดโทษ ในนาทีที่ 90+13 ผู้ตัดสินได้แจ้งนักกีฬาทั้งสองทีมทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพิจารณาแล้วน่าจะเป็นจุดโทษ แต่ขอสอบถามข้อมูลจากผู้ช่วยผู้ตัดสินที่ 2 ก่อน เวลาผ่านไปจนถึงนาทีที่ 90+16 ผู้ตัดสินเดินกลับมาที่ข้างสนามพร้อมกับเรียกผู้ตัดสินที่ 4 และผู้ช่วยผู้ตัดสินทั้งสองคนมาสรุปลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดอีกครั้ง
ระหว่างนั้นมีการประท้วงไปมาระหว่างทั้งสองทีม ผู้ควบคุมการแข่งขันจึงได้ประสานงานเจ้าบ้านจัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยดูแลสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนคุมพื้นที่ ป้องกันไม่ให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทีมทั้งสองทีมทะเลาะวิวาทกัน ต่อมาในนาทีที่ 90+28 ทีมงานผู้ตัดสินได้ข้อสรุปว่าเหตุการณ์ ผู้รักษาประตูหมายเลข 24 กิตติศักดิ์ หมู่สวัสดิ์ สโมสรลำปาง เอฟซี ได้กระทำฟาวล์ผู้เล่นหมายเลข 27 อาทิตย์ พรหมขันธ์ สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด ก่อน จึงให้สโมสรแพร่ ยูไนเต็ด ได้เริ่มเล่น ณ จุดที่กระทำผิด ผู้ตัดสินจึงได้เรียกหัวหน้าทีมทั้งสองทีมมารับทราบการตัดสิน และให้นักกีฬากลับลงสนามเพื่อแข่งขันต่อ ผู้เล่นสโมสรแพร่ ยูไนเต็ด ลงสนามพร้อมแข่งขันต่อ แต่นายวิทยา ดงใหญ่ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมลำปาง เอฟซี ได้เรียกนักกีฬาทีมลำปาง เอฟซี ให้มารวมตัวที่ข้างสนาม และนักกีฬาทีมลำปาง เอฟซี ได้ทยอยเดินออกจากสนามแข่งขันมาที่บริเวณข้างสนามหน้าเขตเทคนิคของทีมตนเองไม่ยอมลงสนามแข่งขันต่อ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการตัดสิน จึงไม่สามารถเริ่มการแข่งขันได้ ในนาทีที่ 90+37
ผู้ตัดสินเดินไปที่กลางสนามและเรียกให้นักกีฬาทีมลำปาง เอฟซี ลงสนามแข่งขันต่อ เป็นครั้งที่สอง ประกอบกับ ผู้ควบคุมการแข่งขัน ก็ได้คุยกับนายวิทยา ดงใหญ่ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมลำปาง เอฟซี เพื่อบอกให้นักกีฬาลงแข่งขัน แต่ยังไม่เป็นผล นาทีที่ 90+44 ผู้ควบคุมการแข่งขัน จึงแจ้งกับเจ้าหน้าที่ทีมลำปาง เอฟซี จะจับเวลา 15 นาที หากครบเวลาแล้วนักกีฬายังไม่ลงสนามเพื่อแข่งขันต่อ ผู้ตัดสินเป่ายุติการแข่งขันและเขียนรายงานให้คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาทฯ พิจารณาต่อไป
เวลาล่วงเลยไปจนถึงนาทีที่ 90+61 นายวิทยา ดงใหญ่ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมลำปาง เอฟซี แจ้งว่าจะแข่งขันต่อ แต่เนื่องจากกองเชียร์ทีมลำปาง เอฟซี ไม่พอใจการตัดสินของผู้ตัดสิน จึงขอเวลาคุยทำความเข้าใจกับกองเชียร์ทีมลำปาง เอฟซี และขอความร่วมมือกองเชียร์ไม่ก่อเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้การแข่งขันจบลงด้วยดี และให้ผู้เล่นสโมสรลำปาง เอฟซี ทยอยลงสนามแข่งขัน ต่อไปจนจบการแข่งขัน ในนาทีที่ 90+65
- การพิจารณาลงโทษเหตุการณ์หยุดการแข่งขัน
คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาทฯ ได้พิจารณาจากรายงานผู้ควบคุมการแข่งขัน ภาพเหตุการณ์ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ควบคุมการแข่งขัน แล้วเห็นว่า การกระทำของนายวิทยา ดงใหญ่ หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรลำปาง เอฟซี ที่ได้เรียกนักกีฬาสโมสรลำปาง เอฟซี ให้มารวมตัวที่ข้างสนาม และนักกีฬาสโมสรลำปาง เอฟซี ได้ทยอยเดินออกจากสนามแข่งขันมาที่บริเวณข้างสนามหน้าเขตเทคนิคของทีมตนเองไม่ยอมลงสนามแข่งขันต่อ เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับการตัดสินนั้น เป็นเหตุให้การแข่งขันไม่สามารถเริ่มแข่งขันต่อได้ เป็นการเจตนาหยุดการแข่งขันของสโมสรลำปาง เอฟซี กระทบต่อภาพลักษณ์ของการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพฯ จนกระทั่งผู้ควบคุมการแข่งขันต้องมีการแจ้งเตือนอยู่หลายครั้งถึงยอมลงทำการแข่งขันต่อ
จึงมีมติลงโทษนายวิทยา ดงใหญ่ หัวหน้าผู้ฝึกสอนสโมสรลำปาง เอฟซี ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 2.9 ปรับเงิน 50,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 33,333 บาท และลงโทษสโมสรลำปาง เอฟซี มีความผิดตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษฯ บทที่ 3 หมวดที่ 2 ข้อ 3.8 ปรับเงิน 50,000 บาท แต่เนื่องจากเป็นการแข่งขันกีฬาฟุตบอลรายการไทยลีก 2 จึงลงโทษปรับสองในสาม ปรับเงิน 33,333 บาท และต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหาย (ถ้ามี)
นอกจากนี้ คณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาทฯ ได้มีมติให้ส่งหนังสือถึงคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ตัดสิน และคณะกรรมการผู้ควบคุมการแข่งขัน เพื่อพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่การแข่งขัน เกี่ยวข้องกับการควบคุมและการบริหารเวลาจัดการแข่งขันว่ามีความบกพร่องอย่างไรหรือไม่ ส่งให้กับคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาทฯ พิจารณาต่อไป
อนึ่ง ท่านประธานคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาทฯ และคณะกรรมการทุกท่าน เห็นว่าภาพเหตุการณ์ทำร้ายร่างกายกันกลางสนามฟุตบอลเป็นเรื่องที่รุนแรง และกระทบต่อภาพลักษณ์ของวงการฟุตบอลไทยเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้น ไม่ว่าทีมใดก็ตาม ถ้ามีเหตุการณ์ดังกล่าวอีกคณะกรรมการพิจารณาวินัย มารยาทฯ จะพิจารณาลงโทษขั้นรุนแรงและสูงสุดตามระเบียบที่วางไว้ เพื่อให้ทุกทีมให้ความสำคัญร่วมกันช่วยกันห้ามปรามพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมนี้ร่วมกันต่อไป
----------
การแข่งขันฟุตซอลรายการไทยลีก ประจำฤดูกาล 2567/68
คู่ระหว่าง สโมสรเจที ทรัค นครราชสีมา พบ สโมสรธรรมศาสตร์ สแตลเลี่ยน เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2567
1) จบการแข่งขันได้มีเจ้าหน้าที่ทีมสโมสรเจที ทรัค นครราชสีมา คือ นายธนารักษ์ ปิยะปรีชายุทธ ไม่มี AD CARD เข้ามาในสนามแสดงพฤติกรรมคุกคาม ผู้เล่นหมายเลข 8 นายจิรวัฒน์ สอนวิเชียร สโมสรธรรมศาสตร์ สแตลเลี่ยน ขณะเดียวกันได้มีผู้จัดการทีมของสโมสรเจที ทรัค นครราชสีมา คือ นายธนากร ปิยะปรีชายุทธ เข้ามาห้ามปรามทั้ง 2 คน เหตุการณ์จึงสงบลงเรียบร้อยไม่เกิดเหตุการณ์วุ่นวาย
2) ผู้ควบคุมการแข่งขัน ได้สอบทานกับผู้ฝึกสอนของสโมสรเจที ทรัค นครราชสีมา คือ นายสมาน พันหมวด เรื่องจำนวนตำรวจและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ได้รับแจ้งยืนยันว่ามี ตำรวจ 2 นาย และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 7 คน
1) การกระทำดังกล่าวฝ่าฝืนระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท และข้อประท้วงการแข่งขันกีฬาฟุตซอลฯ ตามหมวดที่ 3 ข้อ 6.3 ซึ่งเป็นความผิดครั้งแรก จึงเห็นควรลงโทษสโมสรเจที ทรัค นครราชสีมา ปรับเงินจำนวน 5,000 บาท
2) การกระทำดังกล่าวฝ่าฝืนระเบียบว่าด้วยการลงโทษวินัย มารยาท และข้อประท้วงการแข่งขันกีฬาฟุตซอลฯ ตามหมวดที่ 3 ข้อ 7.3.9 บทกำหนดโทษตามข้อ 7.3.10 หากมีรายการใดไม่ครบถ้วนตามที่กำหนดไว้ ต้องโทษปรับแยกเป็นแต่ละกรณี โดยกำหนดโทษปรับกรณีละ จำนวน 5,000 บาท จึงเห็นควรลงโทษสโมสรเจที ทรัค นครราชสีมา ปรับเงินจำนวน 5,000 บาท