หัวหน้าโค้ชเทควันโดทีมชาติไทยยังกล่าวถึง “เทนนิส พาณิภัค” ด้วยว่า จริงๆแล้วก็รู้สึกเสียดายที่เค้าตัดสินใจเลิกเล่นแล้ว แต่ก็เข้าใจดีว่าเจ้าตัวผ่านการบาดเจ็บหนักๆมาหลายครั้ง ก็เคารพในการตัดสินใจ ส่วนความสัมพันธ์กับ “จูเนียร์” รามณรงค์ เสวกวิหารี ที่กำลังเป็นข่าวอยู่ในเวลานี้ โค้ชเชบอกว่า ตนเองผมรู้แค่ว่าทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทกัน เพราะเค้าเป็นนักกีฬารุ่นราวคราวเดียวกัน ผมเห็นเค้าก็ช่วยเหลือให้กำลังใจกัน ส่วนจะเป็นแฟนกันหรือไม่ เป็นแฟนกันมานานแค่ไหนตนไม่ได้เข้าไปดูดีเทลถึงตรงนั้น
“เป็นเรื่องจริงที่ผมมีกฎว่านักกีฬาห้ามเป็นแฟนกัน เพราะผมคิดว่านักกีฬาทุกคนคือทีมชาติ เป็นตัวแทนของชาติ ไม่ใช่แค่นักกีฬาของสมาคม ดังนั้นทุกคนต้องซ้อมอย่างเต็มที่และทุ่มเท ต้องเป็นมืออาชีพ”
ส่วนตัวแทน “เทนนิส” แฟนกีฬาชาวไทยไม่ต้องเป็นห่วง เราดูนักกีฬามาตั้งแต่เยาวชน ตอนนี้มีมองๆไว้ 2-3 คน ฝีมืออาจยังไม่ถึงเทนนิส แต่อีก 4 ปีกว่าจะถึงโอลิมปิกครั้งหน้า ยังมีเวลา นี่จะไม่ใช่การสร้างนักกีฬาทีมชาติขึ้นมาใหม่ แต่จะเป็นการพัฒนาต่อยอดจากนักกีฬาที่มีอยู่
โค้ชเช ยังฝากถึงน้องๆ รวมถึงผู้ปกครองที่สนใจอยากส่งบุตรหลานมาเรียนเทควันโด เพื่อก้าวไปประสบความสำเร็จแบบ เทนนิส ว่า อย่าเพิ่งไปคิดถึงเรื่องการเป็นนักกีฬาทีมชาติ ขอให้รู้สึกชอบและลองฝึกดูก่อน ยังไงก็ได้ออกกำลังกายและได้ฝึกระเบียบวินัยไปด้วย