เปิดใจ "แม่ปุก" สุดภูมิใจ "วิว" คว้าเหรียญโอลิมปิก มาไกลเกินเป้า
06 ส.ค. 2567

"แม่ปุก" สุดภูมิใจ หลัง "วิว" ลูกศิษย์ "บ้านทองหยอด" คว้าเหรียญโอลิมปิก ชี้มาไกลเกินเป้า หวังอีก 4 ปี เป็นวันของเรา
ข่าว
06 ส.ค. 2567

"แม่ปุก" สุดภูมิใจ หลัง "วิว" ลูกศิษย์ "บ้านทองหยอด" คว้าเหรียญโอลิมปิก ชี้มาไกลเกินเป้า หวังอีก 4 ปี เป็นวันของเรา
การแข่งขันแบดมินตัน ประเภทชายเดี่ยวรอบชิงชนะเลิศ ในกีฬาโอลิมปิก 2024 ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส จบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อช่วงคืนที่ผ่านมา โดยผลการแข่งขัน ปรากฎว่า "วิว" กุลวุฒิ วิทิตศานต์ มือวางอันดับ 8 ของโลก พ่ายให้กับ "วิกเตอร์ แอ็กเซลเซน" มือวางอันดับ 2 ของโลก จากประเทศเดนมาร์ก 2-0 เกม ด้วยแต้ม 11 - 21 และ 11 - 21
โดยภายหลังจบเกมการแข่งขัน ผู้สื่อข่าวได้สัมภาษณ์เปิดใจ "แม่ปุก" กมลา ทองกร ผู้ก่อตั้งโรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด โดย "แม่ปุก" บอกว่า น้องทำเต็มที่แล้ว วันนี้ยังไม่ใช่วันของ "วิว" จริง ๆ เพราะวิกเตอร์ตีดีมากๆ เขาเล่นไม่มีเปอร์เซ็นต์เสียเลย กลับกันที่ "วิว" ใจร้อนกว่า "วิว" อาจจะมีความตั้งใจที่อยากจะได้มากเกินไป ลูกที่บางทีที่อยู่ในคอร์ด ที่ควรจะได้แต้ม กลับกลายเป็นเสียแต้ม แต่มาถึงตรงนี้ได้ ก็เต็มที่แล้ว และเขาพยายามทำดีที่สุดแล้ว
ส่วน "วิกเตอร์" ก็สมกับแชมป์มาก เพราะเขาตีดีมาก แทบจะไม่มีช่องให้วิวได้ลุ้นทำคะแนนเลย เราไม่ได้คาดหวังว่าจะได้เหรียญทองมา เพราะเราต้องเผื่อใจเอาไว้
สำหรับการแข่งในครั้งนี้ ถือว่า "วิว" มาไกลแล้ว มันเกินเป้าของเรา และ "วิว" มาก ๆ แล้ว รู้สึกภูมิใจมากๆ มองว่าวันนี้ถือว่าได้กำไรแล้ว จะได้จะไม่ได้ขึ้นอยู่กับวาสนาของเราในวันนี้ ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน พร้อมขอชื่นชม "วิกเตอร์" ในการเล่น เพราะเราไม่สามารถเจาะช่องการเล่นได้เลย ยิ่งดูยิ่งตัน อีกฝ่ายทำการบ้านมาดีมาก ในขณะที่เราเองก็วางแผนเหมือนกัน แต่ว่ามันเป็นไปตามแผน เกมเราวันนี้จะใจร้อนกว่าเขา
"แม่ปุก" ยังบอกอีกว่า บ้านทองหยอดเอง ก็รู้สึกดีใจที่สามารถปั้นนักกีฬาแบดมินตันไทย ไปคว้าเหรียญโอลิมปิกกลับมาได้
“มันทำให้เรารู้ว่าอีก 4 ปีหน้า ก็ยังจะมีความหวังอีก ยังไม่หมดหวัง วันนี้เรามาชิงเพียงแค่ครั้งแรก หากครั้งหน้า เราได้มาชิงอีก ก็อาจจะเป็นวันของเราก็ได้”
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมา ตั้งแต่ "วิว" มาอยู่ที่บ้านทองหยอด เขาไม่เคยทำอะไรให้หนักใจในเรื่องของวินัยของเขาเลย เพราะน้องมีความมุ่งมั่นในทุกวัน ไม่มีข้อติให้เขาเลย เขาตั้งเป้าของเขา และมาถึงวันนี้ เราก็ควรจะพอใจในระดับนี้ แต่ถ้าหากว่าน้องอยากได้มากกว่านี้ ให้ถึงโอลิมปิกครั้งหน้า เราก็มีเวลาให้น้องได้เรียนรู้ประสบการณ์ อีก 4 ปี มองว่าในอนาคตข้างหน้า ประสบการณ์ก็จะมากกว่านี้ สภาพจิตใจทนต่อความกดดันได้มากกว่านี้ ในอนาคตน้องก็ต้องใจเย็นกว่านี้
ส่วนหลังจากกลับมาแล้ว จะดูแลน้องอย่างไรนั้น มองว่าในอนาคต เราก็ต้องเต็มที่กับการดูแลร่างกายของ "น้องวิว" ส่วนเรื่องสภาพจิตใจ ตนไม่ได้คิดว่ามันเป็นปัญหา และไม่ได้คิดว่าอะไรที่เป็นปัญหาเลย แต่ต้องรอดูว่าอีก 4 ปีข้างหน้า น้องยังคงมุ่งมั่นแบบนี้อีกหรือไม่
"อยากส่งกำลังใจให้ทุกคนทุกคนทำดีที่สุดแล้วทุ่มเทก่อนไป ส่วนโค้ชเป้ (ลูกชาย) เสียสละเวลาที่อยู่กับครอบครัวมาเพื่อทำสิ่งนี้ให้สำเร็จ ได้เหรียญเงินมามันถือว่ายากเย็นมาก สำหรับวงการแบดมินตันของไทย มาถึงตรงนี้แล้วทุกคนก็น่าจะมีกำลังใจอีกเยอะ"
และหลังจากนี้ "วิว" จะกลับมาถึงไทยถึงช่วงเช้ามืดของวันที่ 7 ส.ค.2567 ก็คงจะไปรับที่สนามบิน และมากินเลี้ยงกันเล็กๆใน "บ้านทองหยอด" เพราะยังไงเราก็ภูมิใจ และดีใจกับน้องแล้วเท่านี้ก็มาเกินเป้าแล้ว
ข่าวล่าสุด