เส้นทางของการต่อสู้
เจอร์เก้น คล็อปป์ และเป๊ป กวาร์ดิโอล่า ปะทะฝีมือกันครั้งแรกในเยอรมนี โดย บาเยิร์น มิวนิคของ เป๊ป ชนะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ของคล็อปป์ ได้ถึง 3 จาก 4 นัดในบุนเดสลีก้า แต่คล็อปป์มีเกมบอลถ้วยที่ดีกว่า โดยเอาชนะบาเยิร์นใน เดเอฟเบ ลีกาโพคาล (เยอรมัน ซูเปอร์คัพ) คว้าแชมป์ได้ 2 สมัย นอกจากนี้ เป๊ป และ บาเยิร์น ก็เคยเอาชนะดอร์ทมุนด์ของคล็อปป์ คว้าแชมป์เดเอฟเบ โพคาล ฤดูกาล 2013-14 แต่คล็อปป์ก็แก้แค้นได้ในซีซั่นถัดมา เมื่อดอร์ทมุนด์เอาชนะบาเยิร์นได้ในรอบรองชนะเลิศ
คล็อปป์มาถึงลิเวอร์พูลในเดือนตุลาคม 2015 และเมื่อเริ่มต้นฤดูกาล 2016-17 กวาร์ดิโอล่า ก็เข้ามาอยู่กับซิตี้ จากนั้นการต่อสู้ของทั้งสองคนก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง
โดยการดวลกันบนเกาะอังกฤษ คล็อปป์ ทำผลงานได้ดีกว่าในการแข่งขันบอลถ้วย ไม่ว่าจะเป็นการพาลิเวอร์พูลเอาชนะแมนฯซิตี้ด้วยสกอร์รวม 5-1 ในรอบก่อนรองชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 2017-18 และชนะ 3-2 ในรอบรองชนะเลิศเอฟเอคัพในปี 2021-22
แต่เมื่อนับเฉพาะพรีเมียร์ลีก เป็น เป๊ป ที่มีสถิติเหนือกว่า โดยเจอกันทั้งสิ้น 16 ครั้ง แมนฯซิตี้ของเป๊ป ชนะไป 5 ครั้ง คล็อปป์ชนะ 4 ครั้ง และเสมอกัน 7 ครั้ง โดย แมนฯซิตี้ยิงไป 31 ประตู ส่วนลิเวอร์พูลทำได้ 20 ประตู
การดวลกันของทั้งคู่เริ่มต้นขึ้นในปี 2016 ลิเวอร์พูลชนะ 1-0 ที่แอนฟิลด์ ต่อด้วยการเสมอ 1-1 ที่เอติฮัด สเตเดี้ยม ต่อมาในซีซั่น 2017-18 แมนฯซิตี้ถล่มลิเวอร์พูล 5-0 ที่เอติฮัด แต่ลิเวอร์พูลก็มาล้างแค้นด้วยการชนะ ซิตี้ 4-3 หยุดสถิติไร้พ่ายของพลพรรคเรือใบในฤดูกาลนั้น
ซีซั่น 2018-19 ทั้งสองทีมขึ้นมาแย่งแชมป์กันเต็มตัว โดยนัดแรกเสมอ 0-0 ที่แอนฟิลด์ ก่อนที่หงส์แดงจะชนะ 2-1 ที่เอติฮัด แต่ทีมของกวาร์ดิโอล่าชนะถึง 16 จาก 17 เกมที่เหลือแซงเข้าป้ายคว้าแชมป์ด้วยการมีแต้มเหนือกว่าลิเวอร์พูลแค่คะแนนเดียว
ฤดูกาล 2019-20 ลิเวอร์พูล อัด ซิตี้ 3-1 ที่แอนฟิลด์ แต่ก็มาแพ้ 0-4 ที่เอติฮัด ส่วนในปี 2020-21 ทั้งคู่เสมอ 1-1 ในบ้านซิตี้ ก่อนที่ลิเวอร์พูลจะพ่าย 1-4 ที่แอนฟิลด์ ขณะที่ในปี 2021-22 ทั้งสองทีมเกมเสมอกัน 2-2 ทั้งสองนัด แต่เป็นซิตี้คว้าแชมป์ไปได้ด้วยการเฉือนลิเวอร์พูลแค่แต้มเดียวอีกครั้ง ส่วนในซีซั่น 2022-23 ลิเวอร์พูล ชนะซิตี้ 1-0 ที่แอนฟิลด์ แต่ก็ไปโดนถล่ม 4-1 ที่เอติฮัด
และในซีซั่นนี้ ทั้งคู่เสมอกัน 1-1 ทั้งสองเกม แต่เป็นผลเสมอที่ถูกยกว่าเป็นแมตช์ระดับ 5 ดาวที่แฟนบอลแทบไม่ได้กระพริบตาตลอด 90 นาที และนับเป็นการปิดฉากการต่อสู้ของ 2 ยอดกุนซือแห่งยุคที่ขับเคี่ยวกันมาอย่างยาวนาน
"แน่นอนว่าผมขออวยพรให้เขาโชคดี เขาอาจจะยังไม่ยอมรับ แต่เขาจะกลับมาแน่ ผมรู้ บางทีอาจจะเป็น 10 ปีข้างหน้า ฟุตบอลต้องการบุคลิกและผู้จัดการทีมแบบเขา" เป๊ป กล่าวถึงท้ายถึงคู่ต่อสู้อันดับ 1 ของตัวเองที่กำลังจะอำลาเก้าอี้กุนซือหลังจบฤดูกาลนี้
และไม่ว่าทีมใดจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เจอร์เก้น คล็อปป์ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ได้ทำให้ "พรีเมียร์ลีก" เป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา