svasdssvasds
เนชั่นทีวี

กีฬา

"ชีฟส์" ป้องกันแชมป์! สรุปทุกเหตุการณ์ "ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 58"

12 กุมภาพันธ์ 2567
337

สรุปทุกเหตุการณ์ของศึก ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 58 ซึ่ง แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ ผงาดคว้าแชมป์ไปครอง หลังเฉือนชนะ ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ส ในช่วงต่อเวลา 25-22

ปิดฉากเรียบร้อยของศึก "คนชนคน" อเมริกันฟุตบอล เอ็นเอฟแอล ในนัดชิงชนะเลิศ ฤดูกาล 2023/24 หรือ "ซูเปอร์โบว์ล ครั้งที่ 58" ที่สนาม อัลลิเจนท์ สเตเดี้ยม เมืองลาสเวกัส รัฐเนวาด้า สหรัฐอเมริกา ที่ได้รับเกียรติให้จัดการแข่งขันซูเปอร์โบว์ลเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเมือง

โดยเกมนี้เป็นการพบกันระหว่าง ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ส แชมป์ของสาย เอ็นเอฟซี พบกับ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ แชมป์สาย เอเอฟซี ที่เป็นแชมป์เก่าจากซีซั่นที่แล้ว และต้องการสร้างสถิติเป็นทีมแรกในรอบ 19 ปีที่สามารถป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ ต่อจาก นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ ที่ทำได้เมื่อปี 2005

สิ่งที่น่าสนใจก่อนเกม

  • ซูเปอร์โบว์ล เป็นมหกรรมกีฬาที่ได้ชื่อว่ามีเรตค่าโฆษณาแพงที่สุดในโลก โดยในปีนี้ CBS ซึ่งเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ ได้ขายสปอตโฆษณาความยาว 30 วินาที อยู่ที่ 7 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 251 ล้านบาท) ซึ่งเทียบเท่ากับปีที่แล้ว
  • ตั๋วเข้าชมเกมที่มีราคาสูงที่สุด อยู่บริเวณด้านหลังของทั้งสองทีม จำหน่ายเป็นแพ็คเกจ 2 ใบ ราคา 50,123 เหรียญสหรัฐ (ประมาณเกือบ 1.8 ล้านบาท) ส่วนตั๋วที่ถูกที่สุดเวลานี้คือ ตั๋วมุมบนสุดหลังประตู ราคา 7,000 เหรียญ (ราว 251,000 บาท) และ กลางสนามบนสุด 6,800 เหรียญ (ราว 245,000 บาท)
  • เกมนี้เป็นการรีแมตช์ซูเปอร์โบว์ลเมื่อปี 2020 ซึ่งครั้งนั้น ชีฟส์ ชนะ ไนเนอร์ส ไปได้ 31–20 ซึ่งเกมดังกล่าว บิลล์ วิโนวิช กรรมการของปีนี้ยังเป็นผู้ตัดสินในเกมนั้นด้วย ทำให้เขาสร้างประวัติศาสตร์เป็นผู้ตัดสินคนแรกที่ได้ตัดสินเกมซูเปอร์โบว์ลระหว่างทีมเดียวกันถึงสองครั้ง

เทย์เลอร์ สวิฟต์ "เทย์เลอร์ สวิฟต์ โบว์ล"
นอกจากการตัดสินแชมป์แล้ว ซูเปอร์โบว์ลครั้งนี้ยังมีเรื่องราวที่หลายคนให้ความสนใจ นั่นคือเรื่องของ เทย์เลอร์ สวิฟต์ ศิลปินชื่อดังที่กำลังคบหาดูใจกับ ทราวิส เคลซี่ ผู้เล่นของ ชีฟส์ โดยตลอดฤดูกาลนี้ เธอเดินทางมาชมการแข่งขันแทบทุกเกม จนสร้างกระแสความนิยมให้กีฬาอเมริกันฟุตบอลเพิ่มขึ้นมาก 

อย่างไรก็ตามจากโปรแกรมทัวร์คอนเสิร์ตที่ เทย์เลอร์ สวิฟต์ จะต้องขึ้นแสดงที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน ทำให้หลายฝ่ายเป็นกังวลว่าเธอจะกลับมาชมซูเปอร์โบว์ลครั้งนี้ได้หรือไม่ สุดท้ายต้องถึงขึ้นที่สถานทูตญี่ปุ่นในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ต้องออกแถลงการณ์ยืนยันว่า เทย์เลอร์ สวิฟต์ จะเดินทางมาทันแน่นอน (และก็มาทันจริงๆ)

และจากการที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจเรื่องราวของ เทยเลอร์ สวิฟต์ กับ ทราวิส เคลซี่ จนแทบจะกลบความสนใจของเกมการแข่งขันไปเกือบหมด ทำให้สื่อในสหรัฐฯต่างขนานนามศึกซูเปอร์โบว์ลครั้งนี้ว่าเป็น "เทย์เลอร์ สวิฟต์ โบว์ล"
รีบา แม็คเอ็นไทร์
การแสดงก่อนเกม
ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น ได้มีการร้องเพลงชาติสหรัฐอเมริการวมถึงโชว์ช่วงสั้นๆ ประกอบด้วย รีบา แม็คเอ็นไทร์ ศิลปินแนวคันทรี่ เป็นผู้ร้องเพลงชาติสหรัฐอเมริกา, โพสต์ มาโลน แรปเปอร์คนดัง โชว์ในเพลง "America the Beautiful" และ อันดรา เดย์ นักร้องอาร์แอนด์บี โชว์เพลง "Lift Every Voice and Sing"

คริสเตียน แม็คคาฟฟรีย์ ครึ่งแรกยังเหนียวทั้งคู่
เปิดฉากควอเตอร์แรก ทั้งสองทีมต่างเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่นจนคู่ต่อสู้บุกไม่ขึ้นและต้องพันท์ลูกทิ้ง จนจบควอเตอร์แรกแบบไม่มีสกอร์

กระทั่งเข้าสู่ควอเตอร์สอง สกอร์แรกของเกมเป็นของ ไนเนอร์ส ที่บุกทำระยะมาถึงเส้น 55 หลา ก่อนให้ เจค มูดี้ เตะฟิลด์โกลเข้าไปให้ทีมขึ้นนำ 3-0 

ชีฟส์ พยายามตั้งเกมบุกเพือเอาคืน แต่สุดท้าย อิไซอาห์ ปาเชโก้ มาเสียฟัมเบิ้ลจนเปิดโอกาสให้ ไนเนอร์ส บุกอีกครั้ง และคราวนี้เป็น คริสเตียน แม็คคาฟฟรีย์ ที่วิ่ง 21 หลาเป็นทัชดาวน์ให้ ไนเนอร์ส นำห่าง 10-0 โดยหลังจากนั้น ชีฟส์ ทวงคืนได้ 3 คะแนนจากฟิลด์โกลระยะ 28 หลาของ แฮร์ริสัน บุตเกอร์ จบสองควอเตอร์แรกจึงเป็น ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ส ที่นำไปก่อน 10-3
อัชเชอร์ & อลิเซีย คีย์ส
"อัชเชอร์" โชว์พักครึ่งสุดประทับใจ
หลังจบการแข่งขันครึ่งแรกก็ได้เวลาของการแสดงช่วงพักครึ่ง หรือ Halftime Show ซึ่งปีนี้ได้ศิลปินอาร์แอนด์บีระดับโลกอย่าง อัชเชอร์ (Usher) เป็นผู้แสดง โดยเจ้าตัวเปิดโชว์ด้วยเพลงฮิตระดับตำนานอย่าง Caught Up และอีกหลายเพลง ก่อนจะเปิดตัว “อลิเซีย คีย์ส” ขึ้นมาเป็นแขกรับเชิญ เริ่มด้วยเพลงฮิตของเธอ If I Ain’t Got You และเพลงฮิตในอดีตอย่าง My Boo

จากนั้นก็ถึงคิวของ เจอร์เมน ดูพรี ที่มาร่วมร้องเพลง Confessions Part II ต่อด้วยแขกรับเชิญคนอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็น H.E.R., Lil Jon และ Ludacris รวมทั้งสิ้น 13 เพลงที่สร้างความประทับใจให้แฟนๆทั้งในสนามและที่รับชมทั่วโลกเป็นอย่างมาก
แฮร์ริสัน บุตเกอร์
ครึ่งหลัง ศึกดวลฟิลด์โกล
เข้าสู่ควอเตอร์สาม ชีฟส์ ออกสตาร์ตได้อย่างร้อนแรงด้วยการทำ 10 คะแนนรวด เริ่มจากฟิลด์โกลระยะ 57 หลาของ แฮร์ริสัน บุตเกอร์ ซึ่งนับเป็นสถิติฟิลด์โกลระยะไกลที่สุดที่เกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ซูเปอร์โบว์ล ต่อด้วย แพทริค มาโฮมส์ ที่ขว้างทัชดาวน์ระยะ 16 หลาให้ มาร์เกซ วัลเดซ-สแคนท์ลิ่ง ช่วยให้ ชีฟส์ พลิกขึ้นนำเป็นครั้งแรกของเกมที่ 13-10

ควอเตอร์ที่ 4 ไนเนอร์ส ทำทัชดาวน์ที่สองของเกมนี้ จาก เบนนี่ จวน เจนนิ่งส์ แต่ เจค มูดี้ เตะเปลี่ยนไปติดบล็อก ทำให้ ไนเนอร์ส นำอยู่แค่ 3 คะแนนที่ 16-13 แต่ แพทริค มาโฮมส์ จอมทัพของ ชีฟส ก็นำทีมบุกเตะฟิลด์โกลตีเสมอ 16-16 ขณะที่เหลือเวลา 5 นาที 46 วินาที 

จากนั้นแม้ เจค มูดี้ จะเตะฟิลด์โกลลูกที่ 2 ของตัวเอง ให้ไนเนอร์ส นำอีกครั้ง 19-13 ในช่วง 4 นาทีสุดท้าย แต่ มาโฮมส์ ก็พาทีมบุกเข้าระยะมาถึงเส้น 29 หลา ก่อนให้ แฮร์ริสัน บุตเกอร์ เตะฟิลด์โกลตีเสมอ 19-19 ในช่วง 1 นาที 50 วินาทีสุดท้าย ทำให้จบ 4 ควอเตอร์เสมอกัน 19-19 กลายเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ซูเปอร์โบว์ลที่ต้องตัดสินด้วยการต่อเวลา
แพทริค มาโฮมส์
ต่อเวลาสุดระทึก และการพลิกเกมของ มาโฮมส์
โดยในช่วงต่อเวลา ไนเนอร์ส ขยับขึ้นนำอีกครั้งเป็น 22-19 จากฟิลด์โกลระยะ27 หลาของ เจค มูดี้ แต่ แพทริค มาโฮมส์ ก็สวมบทฮีโร่ทำระยะขึ้นมาถึงหน้าเอ็นด์โซน ก่อนขว้างบอลให้ เมโคล ฮาร์ดแมน ปีกนอก รับทัชดาวน์เป็นสกอร์ตัดสิน ช่วยให้ แคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ เอาชนะไปได้ในที่สุด 25-22 คว้าถ้วย วินซ์ ลอมบาร์ดี โทรฟี เป็นสมัยที่ 4 ในประวัติศาสตร์ของทีม ขณะที่ แพทริค มาโฮมส์ คว้ารางวัล เอ็มวีพี ของศึกซูเปอร์โบว์ลไปครองเป็นสมัยที่ 3 จากผลงานการขว้าง 333 หลา 2 ทัชดาวน์ เสีย 1 อินเตอร์เซ็ปต์

ทราวิส เคลซี่ & เทยเลอร์ สวิฟต์