- “ทีมชาติปาเลสไตน์” ชุดลุยศึก เอเชียนคัพ 2023
สำหรับขุมกำลังของทีมชาติปาเลสไตน์ คุมทีมโดย มาครัม ดาบูบ เฮดโค้ชชาวตูนิเซีย ส่วนบรรดานักเตะภายในทีมส่วนใหญ่เล่นอยู่ในลีกภายในประเทศและประเทศใกล้เคียง แต่ก็มีอีกหลายคนที่มาจากหลายลีกทั่วโลก เช่น โอเดย์ แด็บแบกห์ จาก ชาเลอร์รัว ในเบลเยียม, คาเมโล่ ซัลดาน่า แบ็กซ้ายที่เกิดในชิลีแต่เลือกเล่นให้กับปาเลสไตน์ ปัจจุบันค้าแข้งให้ ยูเนียน ซาน ฟิลิปเป้ ในชิลี รวมถึง 2 นักเตะที่มาค้าแข้งในไทยอย่าง ทาเมอร์ เซยัม จาก พีที ประจวบ และ อิสลาม บาทาร์น จากหนองบัว พิชญ์ฯ
และจากการที่สถานการณ์ในประเทศอยู่ในภาวะสงคราม ทำให้ขุนพลทีมชาติปาเลสไตน์ต้องไปเก็บตัวฝึกซ้อมกันที่ประเทศจอร์แดนตั้งแต่เดือน ต.ค. ที่ผ่านมา
“การเตรียมตัวสำหรับการแข่งครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง” ทาเมอร์ เซยัม ปีกจาก พีที ประจวบฯ กล่าว “มันยากสำหรับเราที่จะรวมตัวกัน เพราะการฝึกซ้อมถูกระงับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น”
ซึ่งจากอุปสรรคนานัปการนี้เอง ทำให้เหล่านักเตะทีมชาติปาเลสไตน์ต่างสู้แบบถวายหัวเพื่อขอสร้างชื่อให้ “ปาเลสไตน์” กลับมาเป็นที่จับตามองในเวทีลูกหนังอีกครั้ง
ในศึก เอเชียนคัพ 2023 ปาเลสไตน์ อยู่ในกลุ่ม ซี ร่วมกับ ยูเออี, อิหร่าน และ ฮ่องกง ทำให้พวกเขาถูกปรามาสตั้งแต่ก่อนแข่งว่า คงยากที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้
โดยผลนัดแรก ปาเลสไตน์ ออกสตาร์ทไม่ดี พ่าย อิหร่าน ขาดลอย 1-4 ทำท่าว่าจะหลุดวงโคจรไปตั้งแต่เริ่ม แต่นักเตะก็ไม่ยอมแพ้ ไล่ตามตีเสมอ ยูเออี 1-1 ในนัดที่สอง จุดประกายความหวังในการเข้ารอบขึ้นมาอีกครั้ง
นัดสุดท้ายที่พบกับ ฮ่องกง นักเตะปาเลสไตน์ทุ่มสุดตัว ก่อนถล่มคู่แข่งไปขาดลอย 3-0 ขยับขึ้นไปมี 4 แต้ม แถมผลการแข่งขันกลุ่มอื่นก็ยังเป็นใจจนทำให้ ทีมชาติปาเลสไตน์ คว้าตั๋วผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทีมชาติปาเลสไตน์ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์รายการนี้ได้สำเร็จ
ด้านประชาชนในปาเลสไตน์ที่เฝ้าหน้าจอชมการถ่ายทอดสดแมตช์สุดท้ายกันเกือบทั้งประเทศ ต่างก็ร่วมแสดงความยินดีกับทีมชาติชุดนี้อย่างเต็มที่
โมฮาเหม็ด อาไวดา แฟนบอลปาเลสไตน์ที่นั่งชมเกมอยู่กับเพื่อน กล่าวว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นความสำเร็จอันเหลือเชื่อ
“ช่วงนี้ผมไม่อยากจะทำอะไรเลยสนุกๆเลย (เนื่องจากสงคราม) แต่นี่คือทีมชาติของเรา ผมต้องเชียร์พวกเขา”
“เรามีความสุขมากและผลลัพธ์ก็น่าทึ่งมาก” วาลีด อับดุลลาห์ ชาวปาเลสไตน์ที่ชมเกมอยู่ในประเทศ กล่าว “ชาวปาเลสไตน์ต้องการความหวัง ต้องการบางสิ่งบางอย่างที่จะมีความสุข รู้สึกมีชีวิตชีวา อยากจะมีชีวิตและรักชีวิตตัวเองต่อไป”
สำหรับรอบ 16 ทีมสุดท้าย ปาเลสไตน์ จะต้องเจองานหนัก เมื่อต้องพบกับ กาตาร์ เจ้าภาพการแข่งขันครั้งนี้ที่ยังไม่เสียแม้แต่ประตูเดียวในรอบแบ่งกลุ่ม โดยจะแข่งกันในวันที่ 29 ม.ค.นี้
ซึ่งไม่ว่าเกมดังกล่าวจะมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร แต่เชื่อแน่ว่า “ทีมชาติปาเลสไตน์” ชุดนี้ ได้ทำให้คนในชาติมีความสุขมากเกินกว่าจะฝันถึงไปแล้ว