เนชั่นทีวี

ข่าว

“ทีมชาติปาเลสไตน์” ผู้จุดประกายความหวังท่ามกลางไฟสงคราม

26 ม.ค. 2567 | Apirak Pradubyati

“ทีมชาติปาเลสไตน์” ผู้จุดประกายความหวังท่ามกลางไฟสงคราม

รู้จักกับ “ทีมชาติปาเลสไตน์” หนึ่งในทีมที่สร้างประวัติศาสตร์ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ “เอเชียนคัพ 2023” ได้สำเร็จ ซึ่งเป็นผลงานที่สร้างความสุขให้คนในชาติอย่างยิ่ง หลังต้องอยู่กับความหวาดกลัวจากสงครามมาตลอดหลายปี

ศึก “เอเชียนคัพ 2023” จบการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยนอกจาก “ทีมชาติไทย” แล้ว ทีมที่สร้างเซอร์ไพรส์ในการแข่งขันครั้งนี้อีกทีมก็คือ “ทีมชาติปาเลสไตน์” ที่กรุยทางผ่ายเข้ารอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ นับเป็นการสร้างความสุขให้คนในชาติได้อีกครั้ง

แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ ไม่ง่ายเลยสำหรับชาติที่ต้องเล่นฟุตบอลในภาวะสงครามที่มีมายาวนาน
 

  • จุดเริ่มต้นของ “ฟุตบอล” ในปาเลสไตน์

ในสมัยที่รัฐปาเลสไตน์ยังเป็นดินแดนที่ปกครองโดยสหราชอาณาจักร “ฟุตบอล” ก็เริ่มเข้าไปสู่ดินแดนแห่งนี้จากการนำของชาติที่เป็นเจ้าอาณานิคม กระทั่งได้มีการก่อตั้งสมาคมฟุตบอลปาเลสไตน์ในปี 1928 และได้มีโอกาสเล่นในรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกปี 1934 และ 1938 รวมถึงแมตช์กระชับมิตรเป็นระยะ แต่เมื่อมีการก่อตั้งรัฐอิสราเอลขึ้นในปี 1948 สหราชอาณาจักรซึ่งปกครองปาเลสไตน์ในเวลานั้นก็สั่งเปลี่ยนชื่อจากสมาคมฟุตบอลปาเลสไตน์เป็นสมาคมฟุตบอลอิสราเอล ทำให้ชื่อของ “ทีมชาติปาเลสไตน์” หายไปจากวงการลูกหนังโลก

ต่อมา เมื่อดินแดนปาเลสไตน์ได้ประกาศอิสรภาพในปี 1988 สมาคมฟุตบอลปาเลสไตน์ ก็ถือกำเนิดใหม่อีกครั้ง ก่อนจะได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกของฟีฟ่าและสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) ในปี 1998
 

  • ทีมชาติปาเลสไตน์ใน เอเชียน คัพ

จากการที่ฟุตบอลปาเลสไตน์เพิ่งกลับมาเริ่มต้นกันใหม่ในเวลาไม่นานมานี้ ทำให้ทีมชาติปาเลสไตน์เพิ่งคว้าตั๋วเข้าร่วมการแข่งขัน เอเชียน คัพ รอบสุดท้าย ได้แค่ 2 ครั้ง (ปี 2015 และ 2019) ในฐานะหนึ่งในตัวแทนจากโซนเอเชียตะวันตก แต่ยังทำผลงานไม่ดีนัก เมื่อไม่สามารถเก็บชัยชนะได้แม้แต่นัดเดียว แบ่งเป็นเสมอ 2 นัด และแพ้ไป 4 นัด แถมยังยิงได้แค่ลูกเดียวเท่านั้นในเกมที่พ่าย จอร์แดน 1-5 เมื่อปี 2015

และ “เอเชียนคัพ 2023” ครั้งนี้ นับเป็นครั้งที่ 3 ที่พวกเขาได้ร่วมโม่แข้งในเวทีระดับเอเชีย

แฟนบอลปาเลสไตน์ ชูป้ายประท้วงสงคราม

  • “ฟุตบอล”ท่ามกลางไฟสงคราม

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทีมชาติปาเลสไตน์ไม่มีการแข่งในบ้าน เนื่องจากปัญหาความขัดแย้งและสงคราม ในบริเวณเวสต์แบงก์และฉนวนกาซา โดยต้องไปแข่งในกาตาร์และอียิปต์ นอกจากนี้ทีมชาติปาเลสไตน์ที่ยังมักเจอปัญหาในยามที่ต้องเดินทางไปแข่งต่างแดน เนื่องจากการห้ามเดินทางออกนอกประเทศของประชาชนปาเลสไตน์ ที่เกิดจากความขัดแย้งกับอิสราเอล รวมถึงการขอวีซ่าในการเข้าประเทศจากทางรัฐบาลของชาติปลายทาง ฯลฯ

และในวันที่ 7 ต.ค. 2023 หลังจากสงคราม อิสราเอล-ฮามาส ปะทุขึ้นเป็นรอบล่าสุด ทุกอย่างในประเทศปาเลสไตน์ก็ได้เปลี่ยนแปลงไป ทั้งประเทศตกอยู่ในความหวาดกลัว ผู้คนกว่า 25,000 คน เสียชีวิตลง และอีกกว่า 2.3 ล้านคน ในฉนวนกาซ่าไม่สามารถประกอบกิจกรรมประจำวันตามปกติได้

เหลือเพียงฟุตบอลทีมชาติปาเลสไตน์ที่คว้าตั๋วลุยศึก เอเชียนคัพ 2023 รอบสุดท้ายเท่านั้นที่เป็นความสุขเดียวของประชาชนในประเทศ

นักเตะทีมชาติปาเลสไตน์

  • “ทีมชาติปาเลสไตน์” ชุดลุยศึก เอเชียนคัพ 2023

สำหรับขุมกำลังของทีมชาติปาเลสไตน์ คุมทีมโดย มาครัม ดาบูบ เฮดโค้ชชาวตูนิเซีย ส่วนบรรดานักเตะภายในทีมส่วนใหญ่เล่นอยู่ในลีกภายในประเทศและประเทศใกล้เคียง แต่ก็มีอีกหลายคนที่มาจากหลายลีกทั่วโลก เช่น โอเดย์ แด็บแบกห์ จาก ชาเลอร์รัว ในเบลเยียม, คาเมโล่ ซัลดาน่า แบ็กซ้ายที่เกิดในชิลีแต่เลือกเล่นให้กับปาเลสไตน์ ปัจจุบันค้าแข้งให้ ยูเนียน ซาน ฟิลิปเป้ ในชิลี รวมถึง 2 นักเตะที่มาค้าแข้งในไทยอย่าง ทาเมอร์ เซยัม จาก พีที ประจวบ และ อิสลาม บาทาร์น จากหนองบัว พิชญ์ฯ
มาครัม ดาบูบ เฮดโค้ชทีมชาติปาเลสไตน์
และจากการที่สถานการณ์ในประเทศอยู่ในภาวะสงคราม ทำให้ขุนพลทีมชาติปาเลสไตน์ต้องไปเก็บตัวฝึกซ้อมกันที่ประเทศจอร์แดนตั้งแต่เดือน ต.ค. ที่ผ่านมา

       “การเตรียมตัวสำหรับการแข่งครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง” ทาเมอร์ เซยัม ปีกจาก พีที ประจวบฯ กล่าว “มันยากสำหรับเราที่จะรวมตัวกัน เพราะการฝึกซ้อมถูกระงับตั้งแต่สงครามเริ่มต้นขึ้น”

ซึ่งจากอุปสรรคนานัปการนี้เอง ทำให้เหล่านักเตะทีมชาติปาเลสไตน์ต่างสู้แบบถวายหัวเพื่อขอสร้างชื่อให้ “ปาเลสไตน์” กลับมาเป็นที่จับตามองในเวทีลูกหนังอีกครั้ง
 

  • เส้นทางสู่รอบน็อกเอาต์

ในศึก เอเชียนคัพ 2023 ปาเลสไตน์ อยู่ในกลุ่ม ซี ร่วมกับ ยูเออี, อิหร่าน และ ฮ่องกง ทำให้พวกเขาถูกปรามาสตั้งแต่ก่อนแข่งว่า คงยากที่จะผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้

โดยผลนัดแรก ปาเลสไตน์ ออกสตาร์ทไม่ดี พ่าย อิหร่าน ขาดลอย 1-4 ทำท่าว่าจะหลุดวงโคจรไปตั้งแต่เริ่ม แต่นักเตะก็ไม่ยอมแพ้ ไล่ตามตีเสมอ ยูเออี 1-1 ในนัดที่สอง จุดประกายความหวังในการเข้ารอบขึ้นมาอีกครั้ง

นัดสุดท้ายที่พบกับ ฮ่องกง นักเตะปาเลสไตน์ทุ่มสุดตัว ก่อนถล่มคู่แข่งไปขาดลอย 3-0 ขยับขึ้นไปมี 4 แต้ม แถมผลการแข่งขันกลุ่มอื่นก็ยังเป็นใจจนทำให้ ทีมชาติปาเลสไตน์ คว้าตั๋วผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จในฐานะทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ทีมชาติปาเลสไตน์ผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์รายการนี้ได้สำเร็จ

แฟนบอลปาเลสไตน์ ด้านประชาชนในปาเลสไตน์ที่เฝ้าหน้าจอชมการถ่ายทอดสดแมตช์สุดท้ายกันเกือบทั้งประเทศ ต่างก็ร่วมแสดงความยินดีกับทีมชาติชุดนี้อย่างเต็มที่

โมฮาเหม็ด อาไวดา แฟนบอลปาเลสไตน์ที่นั่งชมเกมอยู่กับเพื่อน กล่าวว่าชัยชนะครั้งนี้เป็นความสำเร็จอันเหลือเชื่อ

       “ช่วงนี้ผมไม่อยากจะทำอะไรเลยสนุกๆเลย (เนื่องจากสงคราม) แต่นี่คือทีมชาติของเรา ผมต้องเชียร์พวกเขา”

       “เรามีความสุขมากและผลลัพธ์ก็น่าทึ่งมาก” วาลีด อับดุลลาห์ ชาวปาเลสไตน์ที่ชมเกมอยู่ในประเทศ กล่าว “ชาวปาเลสไตน์ต้องการความหวัง ต้องการบางสิ่งบางอย่างที่จะมีความสุข รู้สึกมีชีวิตชีวา อยากจะมีชีวิตและรักชีวิตตัวเองต่อไป”

สำหรับรอบ 16 ทีมสุดท้าย ปาเลสไตน์ จะต้องเจองานหนัก เมื่อต้องพบกับ กาตาร์ เจ้าภาพการแข่งขันครั้งนี้ที่ยังไม่เสียแม้แต่ประตูเดียวในรอบแบ่งกลุ่ม โดยจะแข่งกันในวันที่ 29 ม.ค.นี้

ซึ่งไม่ว่าเกมดังกล่าวจะมีผลลัพธ์เป็นอย่างไร แต่เชื่อแน่ว่า “ทีมชาติปาเลสไตน์” ชุดนี้ ได้ทำให้คนในชาติมีความสุขมากเกินกว่าจะฝันถึงไปแล้ว

“ทีมชาติปาเลสไตน์” ผู้จุดประกายความหวังท่ามกลางไฟสงคราม

ข่าวล่าสุด