รศ.ดร.ฐิติวุฒิ กล่าวว่า ประการแรก เ ครือข่ายยาเสพติดในปัจจุบันเปลี่ยนสภาพเป็น “องค์กรธุรกิจอาชญากรรม” มากกว่าจะเป็นเพียงผู้ลักลอบค้ายาเสพติดแบบเดิมจุดแข็งของขบวนการในยุคปัจจุบันไม่ได้พึ่งพาพละกำลังอาวุธเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่เกิดจากการผสมผสานปัจจัยหลัก 3 ส่วน ได้แก่ เงินทุนและระบบการฟอกเงินข้ามพรมแดน, เทคโนโลยีดิจิทัลรวมถึงการสื่อสารแบบเข้ารหัสและสินทรัพย์ดิจิทัล และการสร้างเครือข่ายอิทธิพลเพื่อแทรกซึมเข้าสู่ห่วงโซ่ธุรกิจทั้งที่ถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้องค์กรอาชญากรรมสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็วเหนือกว่ากลไกของรัฐ และสามารถโยกย้ายฐานการผลิต เส้นทางลำเลียง ตลอดจนช่องทางการบริหารจัดการเงินได้อย่างต่อเนื่อง
"ประการที่สอง สงครามกลางเมืองในประเทศเมียนมาทำหน้าที่เป็น “ตัวเร่ง” มากกว่าจะเป็น “ต้นเหตุ” ที่แท้จริงของปัญหา แม้ว่าเหตุการณ์สงครามกลางเมืองภายหลังปี 2564 จะส่งผลให้พื้นที่บางส่วนของรัฐฉานและแนวพื้นที่ชายแดนกลายเป็นจุดที่รัฐบาลไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้อย่างเต็มที่ จนทำให้ปริมาณการผลิตยาเสพติดเพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่หากพิจารณาในมิติเศรษฐศาสตร์อาชญากรรม (Criminal Economics) ปัจจัยหลักยังคงอยู่ที่ความสามารถขององค์กรอาชญากรรมในการเคลื่อนย้ายเม็ดเงินทุน การจัดหาวัตถุดิบสารตั้งต้น และการบริหารเครือข่ายข้ามชาติ โดยกลุ่มติดอาวุธบางส่วนในพื้นที่ความขัดแย้งทำหน้าที่เพียงผู้ควบคุมพื้นที่ ผู้จัดเก็บค่าผ่านทาง หรือผู้ให้ความคุ้มครองเส้นทางลำเลียงเท่านั้น ไม่ใช่ผู้กำหนดทิศทางของตลาดยาเสพติดโลก ซึ่งตลาดยังคงถูกขับเคลื่อนโดยกลุ่มทุนอาชญากรรมขนาดใหญ่และเครือข่ายการเงินระหว่างประเทศ ทั้งนี้ การผลิตเมทแอมเฟตามีนในพื้นที่รัฐฉานยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามรายงานและการประเมินของสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) นับตั้งแต่ปี 2564 เป็นต้นมา" รศ.ดร.ฐิติวุฒิ กล่าวอีก
รศ.ดร.ฐิติวุฒิ เผยอีก ประการที่สาม อาชญากรรมออนไลน์และปัญหาภัยยาเสพติดกำลังเชื่อมโยงกันอย่างแนบแน่นมากขึ้น ข้อมูลสถิติของ UNODC และผลการสืบสวนสอบสวนในภูมิภาคสะท้อนให้เห็นเด่นชัดว่า กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังขยายฐานการลงทุนจากธุรกิจยาเสพติด การพนันออนไลน์ และการฟอกเงิน เข้าสู่ธุรกิจหลอกลวงออนไลน์ (Cyber Scam) หรือกลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวมถึงอาชญากรรมไซเบอร์รูปแบบต่าง ๆ แม้จะไม่สามารถระบุได้ว่าทุกเครือข่ายเป็นองค์กรเดียวกันทั้งหมด แต่มีหลักฐานเชิงลึกปรากฏเด่นชัดขึ้นว่า หลายเครือข่ายมีการใช้เงินทุน ระบบการฟอกเงิน ผู้ให้บริการด้านการขนส่งโลจิสติกส์ และโครงสร้างทางการเงินร่วมกัน ดังนั้น ทุกภาคส่วนจึงควรมองปัญหานี้ในฐานะ “ระบบนิเวศของอาชญากรรมข้ามชาติ” ยึดโยงกันทั้งหมด แทนที่จะแยกส่วนมองเฉพาะเรื่องยาเสพติดหรืออาชญากรรมออนไลน์เพียงด้านเดียว
"ประการที่สี่ นโยบายของประเทศไทยยังคงเน้นการตอบสนองเชิงปฏิบัติการ มากกว่าการกำหนดยุทธศาสตร์ในเชิงรุก ที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐของไทยมีศักยภาพและขีดความสามารถในการปฏิบัติการจับกุมและสกัดกั้นยาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง ทว่ารูปแบบการทำงานส่วนใหญ่ยังคงเป็นการปรับตัวตามนโยบายของรัฐบาลในแต่ละยุคสมัย ขณะที่โครงสร้างการบูรณาการด้านข่าวกรอง ข้อมูลทางการเงิน การทูต และเทคโนโลยีระดับสูง ยังไม่สามารถสร้าง “อำนาจนำเชิงยุทธศาสตร์” (Strategic Dominance) ต่อองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติได้ โจทย์สำคัญในเวลานี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การมุ่งเพิ่มสถิติจำนวนการจับกุมรายวัน แต่คือการทำให้รัฐสามารถแกะรอย ติดตาม และทำลายโครงสร้างทางการเงิน เครือข่ายฟอกเงิน รวมถึงกลุ่มผู้สนับสนุนที่อยู่เบื้องหลังองค์กรอาชญากรรมเหล่านี้ได้อย่างเป็นระบบ" รศ.ดร.ฐิติวุฒิ ระบุ
รศ.ดร.ฐิติวุฒิ เผยต่อ ประการที่ห้า การแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องก้าวข้ามเพียงการป้องกันชายแดน ไปสู่การรื้อถอนเครือข่ายอาชญากรรมระดับภูมิภาค
แม้มาตรการเฝ้าระวังและตรึงกำลังตามแนวชายแดนจะยังคงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นสูง แต่การพึ่งพามาตรการนี้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพออีกต่อไป เนื่องจากองค์กรอาชญากรรมสามารถปรับเปลี่ยนเส้นทางลำเลียงหลบเลี่ยงได้ตลอดเวลา ดังนั้น ประเทศไทยจำเป็นต้องยกระดับยุทธศาสตร์ไปสู่การปราบปรามโครงสร้างเครือข่ายข้ามชาติ โดยมุ่งเน้นแนวทางปฏิบัติดังนี้
"การบูรณาการข้อมูลข่าวกรองเชิงลึกร่วมกันระหว่างหน่วยงานด้านความมั่นคง หน่วยงานทางการเงิน และหน่วยงานด้านไซเบอร์ การแกะรอยและติดตามเส้นทางการเงินรวมถึงการฟอกเงินข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และการวิเคราะห์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Analytics) มาใช้ระบุพิกัดและตัวตนของเครือข่ายอาชญากรรม การพัฒนาความร่วมมือระหว่างประเทศที่เน้นย้ำไปที่การปฏิบัติการร่วม (Joint Operations) และการแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองแบบเรียลไทม์ (Real-time ข้อมูล) มากกว่าการส่งหนังสือแลกเปลี่ยนข้อมูลตามระบบราชการปกติ การบูรณาการนโยบายปราบปรามยาเสพติด อาชญากรรมไซเบอร์ การค้ามนุษย์ และการฟอกเงิน เข้าไว้ด้วยกันภายใต้ยุทธศาสตร์ความมั่นคงเดียวกันอย่างเบ็ดเสร็จ" รศ.ดร.ฐิติวุฒิ เผยตบท้าย